หยุดยาวขาดแรงจูงใจในการทำงาน เช็กด่วน! คุณอยู่ในภาวะ “โรคซึมเศร้า” หรือไม่?
Phetchan
5 มกราคม 2567

หยุดปีใหม่ยาวๆ 5 วัน กลับมาทำงาน ขาดแรงจูงใจ ไม่อยากทำงาน ไม่รู้เพราะอะไร อยากอยู่คนเดียว หากคุณกำลังมีความคิดแบบนี้ คุณอาจกำลังตกอยู่ในภาวะ “โรคซึมเศร้า”
เพจเฟซบุ๊ก Phyathai Hospital โพสต์บทความของ พญ. อัญชุลี ธีระวงศ์ไพศาล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตแพทย์ทั่วไป และจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น ศูนย์อายุรกรรม โรงพยาบาลพญาไท นวมินทร์ ซึ่งให้ข้อมูลเกี่ยวกับ “ภาวะซึมเศร้า” ไว้อย่างน่าสนใจว่า…
ทุกวันนี้เราแทบไม่รู้เลยว่าคนที่เดินสวนกัน คนที่นั่งทำงานด้วยกัน หรือแม้กระทั่งคนที่อยู่บ้านเดียวกัน…เป็นโรคซึมเศร้าหรือไม่ เพราะถ้าเราไม่สังเกตหรือใส่ใจคนคนนั้นมากพอ เราจะไม่เห็นถึงพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของเขา หรือที่น่ากังวลไปกว่านั้นนั่นคือ คุณเองก็อาจไม่รู้ตัวว่าตนเองเป็น “โรคซึมเศร้า” อยู่หรือไม่
แล้วอาการแบบไหนเรียก “ภาวะซึมเศร้า” สามารถสำรวจง่ายๆ ตาม 9 ข้อนี้
1.มักมีอารมณ์เชิงลบ มีอารมณ์เศร้า ท้อแท้ หดหู่ สิ้นหวังอย่างต่อเนื่อง ร้องไห้โดยไม่ทราบสาเหตุ มีความกังวลหรือหงุดหงิดมากเกินไปจนส่งผลกระทบต่อหน้าที่การงานและความสัมพันธ์ต่อคนรอบข้าง
2.เบื่อหน่ายสิ่งรอบตัว เก็บตัว ไม่อยากพบไม่อยากคุยกับใคร เลิกสนใจในกิจกรรมที่เคยชอบทำ
3.พฤติกรรมการกินผิดปกติ เบื่ออาหารหรืออยากอาหารมากขึ้น กินน้อยไป กินมากไปทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นหรือลดลงผิดปกติ
4.มีปัญหาในการนอน นอนไม่หลับ นอนหลับไม่สนิท หรือนอนมากจนเกินไป
5.กระวนกระวายหรือเฉื่อยชา มีอาการกระสับกระส่าย กระวนกระวายมากเกินไป หรือมีอาการตรงกันข้าม คือ เฉื่อยชา เคลื่อนไหวช้าลง
6.อ่อนเพลียง่าย มีอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ไม่มีเรี่ยวแรงที่จะทำอะไรทั้งสิ้น
7.สมาธิสั้น ความจำแย่ลง สมาธิในการทำสิ่งต่างๆ และความสามารถในการคิดและการตัดสินใจลดลง
8.สูญเสียความมั่นใจ รู้สึกตนเองไร้ค่า คิดว่าตนเองเป็นภาระ สูญเสียความมั่นใจในตนเอง รู้สึกผิดและโทษตนเองอยู่ตลอดเวลาในทุกๆ เรื่อง
9.ไม่อยากมีชีวิตอยู่ คิดเรื่องความตายหรือการฆ่าตัวตายอยู่บ่อยครั้ง
ซึ่งข้อสำรวจนี้เป็นเกณฑ์ที่แพทย์ใช้ในการวินิจฉัยโรคซึมเศร้า หากพบว่าตัวเองหรือคนใกล้ชิด มีอาการอย่างน้อย 5 อาการขึ้นไป โดยมีอาการในข้อ 1 หรือข้อ 2 ร่วมด้วยอย่างน้อย 1 ข้อ มีอาการตลอดทั้งวัน เป็นแทบทุกวัน ต่อเนื่องอย่างน้อย 2 สัปดาห์ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง เพื่อตรวจวินิจฉัยโดยละเอียด และหาแนวทางแก้ไขหรือรักษาต่อไป เพราะอาจเสี่ยงเป็นโรคซึมเศร้าได้

หากมีอาการน่าสงสัยว่าอยู่ใน “ภาวะซึมเศร้า” ต้องทำอย่างไร
1.ถ้ายังมีอาการไม่มาก ควรหาความรู้และคำแนะนำที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรคซึมเศร้าจากแพทย์เฉพาะทาง เพราะจะได้เรียนรู้วิธีการประคับประคองและจัดการอารมณ์ได้อย่างเหมาะสม
2.หมั่นออกกำลังกาย หรือหากิจกรรมทำร่วมกับเพื่อนๆ หรือคนในครอบครัว จะทำให้ร่างกายสดชื่น มีพลังที่ดี จะช่วยให้อาการไม่แย่ลง
3.การหากิจกรรมทำเพื่อให้ผู้ป่วยผ่อนคลาย ไม่คิดถึงแต่เรื่องในอดีตที่ทำให้เครียด พยายามให้ผู้ป่วยมีสติอยู่กับปัจจุบัน จะช่วยให้อาการป่วยทางใจค่อยๆ บรรเทาลงได้มาก
4.คนใกล้ชิดหรือคนในครอบครัว ควรทำความเข้าใจเรื่องของโรคซึมเศร้าให้มาก เพื่อจะได้เข้าใจและรับมือกับผู้ป่วยอย่างถูกวิธี พร้อมกับเฝ้าระวังและสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด สำคัญที่สุดคือการลดปัจจัยกระตุ้นอาการซึมเศร้าต่างๆ เช่น คำพูดที่อาจกระทบกระเทือนจิตใจ การทะเลาะกัน ทำให้บรรยากาศตึงเครียด และควรงดดูสื่อต่างๆ ที่มีเนื้อหาเร้าอารมณ์ เป็นต้น
5.หากมีอาการจากโรคซึมเศร้าชัดเจนมากขึ้นควรไปพบจิตแพทย์ เพื่อช่วยประเมินและเข้ารับการรักษาบำบัดอย่างถูกต้องและเหมาะสม
6.หากมีอาการโรคซึมเศร้าในขั้นรุนแรง ทำร้ายตัวเอง หรือเสี่ยงต่อผู้อื่นจะได้รับอันตราย ผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับการรักษาในโรงพยาบาลทันที
มาค่ะ เช็กอาการกันสักหน่อยหยุดยาวปีใหม่ เจอญาติพี่น้อง แล้วต้องกลับมาสู้ชีวิตทำงาน มีอาการเหล่านี้ไหม?