อย่าให้เป็นหนัก! แพทย์ เตือนภัยร้าย “มะเร็งปากมดลูก”  

พอลลี่ อีจัน

พอลลี่ อีจัน

6 สิงหาคม 2568

อย่าให้เป็นหนัก! แพทย์ เตือนภัยร้าย “มะเร็งปากมดลูก”  

ภัยเงียบ ที่พิษของมันไม่เงียบอย่างที่คิด!  

จากกระแสข่าวที่ทำเอาแฟนๆเป็นห่วงมากเป็นพิเศษ เมื่ออดีตนักร้องหนุ่ม เท่ห์ อุเทน ได้ออกมาแจ้งข่าวว่า จอย ทีสเกิ๊ต หรือ จอย ธัญพร สนธิขันธ์ สมาชิกเกิร์ลกรุ๊ปชื่อดังยุค 90 T-Skirt ว่าป่วยเป็นมะเร็งปากมดลูกระยะที่ 4 และได้รับการรักษาตัวมาปีเศษ ต้องหยุดทำงานมาเป็นปี  

ล่าสุดวันนี้(6 ส.ค.68) นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ได้ออกมาโพสต์ถึงโรคที่ จอย ทีสเกิ๊ต เป็น ทั้งยังได้บอกอีกว่าพอเห็นข่าวก็ตกใจ เพราะถ้าใครโตมากับยุค 90–2000s น่าจะจำวง T-Skirt ได้ วันนี้เลยอยากมาเล่าให้ฟัง มะเร็งปากมดลูกคืออะไร? ทำไมมันน่ากลัวแล้วเราจะป้องกันมันยังไงให้ทัน 

“มะเร็งปากมดลูก” – 99.5% เกิดจากเชื้อไวรัส HPV หลายคนยังไม่รู้นะครับว่า เกือบ 100% ของผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูก เกิดจากเชื้อ HPV (Human Papillomavirus) ซึ่งเป็นไวรัสที่ติดทางเพศสัมพันธ์เป็นหลัก ต่อให้มีคู่นอนคนเดียว ก็สามารถติดได้ ต่อให้ใช้ถุงยาง ก็ยังไม่ป้องกันได้ 100% เพราะไวรัสมันไม่ได้ติดแค่ทางของเหลว แต่มันติดจาก การสัมผัสผิวต่อผิว ที่น่ากลัวคือ หลังติดเชื้อแล้ว มักไม่มีอาการอะไรเลย HPV อาจซ่อนตัวอยู่เงียบ ๆ 5–15 ปี  ก่อนจะค่อย ๆ ทำให้เซลล์บริเวณปากมดลูกผิดปกติ แล้วค่อยลุกลามเป็นมะเร็ง โดยสายพันธุ์ที่เจอบ่อยที่สุดในคนเป็นมะเร็งคือ HPV 16 กับ 18 ซึ่งวัคซีนที่มีอยู่ตอนนี้ก็ช่วยป้องกันสองตัวนี้ได้ด้วย เพราะงั้นอย่ารอให้มีอาการ เพราะส่วนใหญ่พอเริ่มมีอาการ มันมักจะลามไปไกลแล้ว 

มะเร็งปากมดลูกแบ่งออกเป็นหลายระยะ ยิ่งเจอเร็ว โอกาสหายก็ยิ่งเยอะ ลองดูแบบเข้าใจง่าย ๆ แบบนี้ 

– ระยะ 0 – ยังไม่เป็นมะเร็งจริง ๆ แค่เซลล์เริ่มผิดปกติ (ไม่มีอาการเลย แต่ตรวจเจอได้) 

– ระยะ 1 – มะเร็งเริ่มก่อตัวในปากมดลูก อาจเริ่มมีตกขาวแปลก ๆ หรือเลือดออกนิด ๆ 

– ระยะ 2 – ลุกลามออกนอกปากมดลูก เริ่มปวดท้องน้อย หรือมีเลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์ 

-ระยะ 3 – ลามไปผนังอุ้งเชิงกรานแล้ว ปัสสาวะลำบาก น้ำหนักลด เหนื่อยง่าย 

-ระยะ 4 – แพร่ไปอวัยวะอื่น เช่น ปอด ลำไส้ กระดูก ปวดเยอะ ร่างกายซูบผอม 

ปัญหาคือ คนส่วนใหญ่ไม่มาตรวจ จนกว่าจะเริ่มมีอาการแต่ตอนนั้น โรคก็มักอยู่ในระยะท้ายๆแล้วเพราะงั้นการ “ตรวจคัดกรอง” หรือ “ฉีดวัคซีน” ตั้งแต่ไม่มีอาการ คือการให้โอกาสตัวเองรอดตั้งแต่แรก วัคซีน HPV  ตัวช่วยที่กันได้เกือบ 100% ถ้าฉีดทัน 

ใครที่ควรฉีด? เด็กประถมปีที่ 5 (ประมาณ 11 ปี)  ตอนนี้รัฐฉีดฟรี, ผู้หญิงอายุไม่เกิน 26 ปี 364 วัน – บางเขตพื้นที่ยังฉีดฟรี, อายุเกิน 27 ขึ้นไป – ฉีดได้เหมือนกัน แค่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเอง แต่ก็ยังคุ้มที่จะฉีดเพื่อป้องกัน ไม่ต้องกลัวว่าเคยมีเพศสัมพันธ์แล้วจะไม่คุ้มฉีด เพราะเรายังอาจไม่เคยติดสายพันธุ์ร้ายแรง แถมยังช่วยลดความเสี่ยงหูดหงอนไก่ด้วย 

วิธีป้องกันต่อมาคือการตรวจ ซึ่งเราก็จะมีภาพจำคือต้องขึ้นขาหยั่ง จริงๆตอนนี้เราสามารถตรวจ HPV แบบไม่ต้องไปนอนให้หมอตรวจได้ เรียกว่า HPV DNA TEST คือเราจะได้ชุดตรวจมากลับไปทำที่บ้านเอง เก็บตัวอย่างจากช่องคลอดด้วยตัวเอง แล้วส่งกลับไปที่แลป 

-ไม่ต้องขึ้นขาหยั่ง 

-ไม่ต้องรอคิวหมอ 

-ลดความเขิน 

-แม่นยำสูงเกือบเท่าตรวจแบบเดิม 

ใครที่มีเพศสัมพันธ์แล้ว ควรตรวจ  3 หลังมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก หรืออายุ 25+ ควรตรวจทุก 3 ปี ป้องกันไว้ก่อนดีที่สุดบางพื้นที่ในไทยมีแจกฟรี โดยเฉพาะผู้หญิงอายุ 30–60 ปีสอบถามที่โรงพยาบาลรัฐใกล้บ้านได้เลยครับถ้าผลตรวจพบความผิดปกติ จึงค่อยเข้าสู่ระบบการรักษาต่อเนื่องแต่ถ้าปกติ ก็สบายใจได้เลย 

อย่าลืมดูแลสุขภาพกันต่อเนื่องนะคะ อีจัน เป็นห่วงทุกคนค่า  

ที่มา: เพจเฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/share/p/18mMCU7gyx/