ปิดแมสไม่พอ! กรมการแพทย์ ยัน “ฝุ่นพิษ PM 2.5” ผ่านเข้าสู่ผิวหนังได้จริง
บวรวัฒน์ อีจัน
14 กุมภาพันธ์ 2568

วานนี้ (13 ก.พ.68) เฟซบุ๊ก กรมการแพทย์ ได้โพสต์ยืนยันว่า “ฝุ่น PM 2.5 สามารถผ่านเข้าสู่ทางผิวหนังและรูขุมขนได้จริง” ถือเป็นข่าวจริง และสามารถแชร์ออกไปได้

ในเนื้อหาดังกล่าว ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม สถาบันโรคผิวหนัง ยังระบุวิธีการเข้าสู่ผิวหนังของ PM 2.5 เอาไว้ 3 กรณีด้วยกัน ดังนี้
1. เข้าสู่ผิวหนัวผ่านทางรูเปิดของผมหรือขนได้โดยตรง
2. เข้าสู่ผิวหนังที่อยู่ในภาวะไม่ปกติ (barrier-disrupted skin)
3. จับตัวกับสารเคมีหรือโลหะต่างๆ ที่สามารถนำพาฝุ่นเข้าสู่ผิวหนังได้

ด้านนายแพทย์ไพโรจน์ สุรัตนวนิช รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวถึงข้อมูลจากงานวิจัย พบว่า “ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 สามารถเข้าสู่ผิวหนังผ่านทางรูเปิดของผมหรือขนได้โดยตรง หรือสามารถเข้าสู่ผิวหนังที่อยู่ในภาวะไม่ปกติ (barrier-disrupted skin) เช่น ผิวหนังที่เป็นโรคภูมิแพ้ (atopic dermatitis) นอกจากนี้ PM 2.5 สามารถจับตัวกับสารเคมีและโลหะต่างๆและนำพาเข้าสู่ผิวหนัง มีผลทำร้ายเซลล์ผิวหนังโดยตรง และทำให้การทำงานของเซลล์ผิวหนังผิดปกติ ทั้งในด้านกลไกการป้องกันของผิวหนังจากสิ่งแวดล้อมภายนอกและการซ่อมแซมผิวหนัง กระตุ้นให้เกิดกระบวนการอักเสบของเซลล์ผิวหนัง ทำให้เกิดผื่นคัน โดยเฉพาะในผู้ที่มีโรคผิวหนังอยู่เดิม เช่น โรคภูมิแพ้ผิวหนังหรือโรคผื่นผิวหนังอักเสบ จะมีการระคายเคืองคันมากยิ่งขึ้น ผื่นกำเริบมากขึ้นได้”

พ.ญ.จันทร์จิรา สวัสดิพงษ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคผิวหนัง สถาบันโรคผิวหนัง กล่าวเพิ่มเติมว่า “การสัมผัสกับฝุ่นต่อเนื่องเป็นเวลานาน เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ผิวเสื่อมชราได้เร็วขึ้นนอกเหนือจากปัจจัยทางแสงแดดและการสูบบุหรี่ ทำให้เกิดจุดด่างดำเพิ่มมากขึ้นบริเวณใบหน้า เกิดริ้วรอยบริเวณร่องแก้มมากยิ่งขึ้นด้วย เนื่องจากฝุ่น PM2.5 มีผลกระทบต่อผิวหนังได้ทั้งระยะสั้นและระยะยาว ดังนั้น การปกป้องผิวหนังให้สัมผัสกับฝุ่นดังกล่าวให้น้อยที่สุดจึงเป็นสิ่งที่สำคัญและจำเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคนที่มีโรคผิวหนังอยู่เดิมเพื่อป้องกันไม่ให้โรคกำเริบมากยิ่งขึ้น”
ทั้งนี้ วิธีป้องกันตัวเองจากฝุ่นพิษ PM 2.5 มีดังนี้
- สวมหน้ากากอนามัย
- หลีกเลี่ยงการออกสถานที่กลางแจ้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่เสี่ยง
- งดกิจกรรมกลางแจ้ง เช่น การออกกำลังกาย
- ดื่มน้ำสะอาด เพื่อเพิ่มออกซิเจนให้กับร่างกาย
- เลี่ยงการสัมผัสกลุ่มควันอันตราย เช่น การเผาไหม้ขยะ มลพิษจากการคมนาคม
ขอบคุณข้อมูล : กรมการแพทย์ , สถาบันโรคผิวหนัง