โรคไข้นกเเก้ว ทำผวา! หลังไทยติดเชื้อ 1 ราย เตือนคนเลี้ยงอาจเสี่ยงสูง
พอลลี่ อีจัน
4 กุมภาพันธ์ 2569

โรคใหม่มาอีกเเล้ว!
จากกรณีที่ก่อนหน้านี้ กรมควบคุมโรค ได้ออกมาบอกว่า คนไทยติดเชื้อโรคไข้นกเเก้ว เเล้ว 1 ราย มีประวัติซื้อนกแก้วมาเลี้ยง ซึ่งเรื่องนี้ทำให้หลายคนตกใจมากเเละถามกลับว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริงหรือไม่?

วันนี้ (4 ก.พ.69) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ออกมายืนยันเเล้วว่า กรณีที่คนไทยติดเชื้อเเล้ว 1 ราย เป็นข่าวจริง ปัจจุบันประเทศไทยพบผู้ป่วยโรคไข้นกแก้ว ((Psittacosis) จำนวน 1 ราย เมื่อปลายปี 2568 ที่ผ่านมา เเละเจอว่าโรคประจำตัวและมีประวัติเลี้ยงนกในพื้นที่อากาศไม่ถ่ายเท โดยไม่ได้ใช้อุปกรณ์ป้องกันำตอนทำความสะอาดกรง เเละปัจจุบันได้รับการรักษาจนหายดีแล้ว
ซึ่ง โรคไข้นกเเก้ว เกิดจากเชื้อเเบคทีเรีย Chlamydophila psittaci เป็นเชื้อที่ทำให้เกิดการติดเชื้อในนกชนิดต่างๆ เช่น นกเเก้ว นกพิราบ รวมถึงสัตว์ปีกชนิดอื่นๆ เช่น เป็ด ไก่งวง เเละอาจพบเชื้อในสัตว์ที่ใกล้ชิดกับนกเเละสัตว์ปีกได้ ถ้าถามว่าติดต่อยังไงนะคะ เชื้อนี้มันติดต่อเเละการเเสดงอาการผ่านการเเพร่กระจายละอองฝอย เชื้อจากมูลเเห้ง ขน หรือสารคัดหลั่งของนกเเละฝุ้งกระจายในอากาศเเละเข้าสู่ร่างกายทางการหายใจได้ พอเราได้รับเชื้อเเล้ว จะมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ มีไข้หนาวสั่น ปวดหัว ไอเเห้ง โดยมีอาการหลังได้รับเชื้อ 5-14 วัน

การวินิจฉัยโรคไข้นกแก้ว เนื่องจากอาการของผู้ป่วยโรคนี้คล้ายกับอาการของโรคติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจชนิดอื่น ๆ ดังนั้นการวินิจฉัยโรคจึงอาศัยอาการแสดงทางคลินิกร่วมกับประวัติเสี่ยงหรือประวัติการสัมผัสใกล้ชิดกับนก ที่เลี้ยงหรือสัตว์ปีกชนิดอื่น ๆ นอกจากนี้อาจมีการตรวจทางห้องปฏิบัติการเพิ่มเติมเพื่อยืนยันการติดเชื้อ เช่น การตรวจหาภูมิคุ้มกันต่อเชื้อจากเลือด การเพาะเชื้อ การตรวจหาสารพันธุกรรมหรือชิ้นส่วนโปรตีน (แอนติเจน) ของเชื้อจากตัวอย่างที่เก็บจากระบบทางเดินหายใจของผู้ป่วยเช่น เสมหะ รวมถึงตัวอย่างตรวจที่เก็บจากคอหอยส่วนจมูก (nasopharynx) หรือคอหอยหลังช่องปาก (oropharynx)


การรักษาโรคไข้นกแก้ว โรคนี้รักษาได้โดยการใช้ยาปฏิชีวนะในกลุ่ม macrolides หรือ tetracyclines รวมถึงการรักษาตามอาการที่พบในผู้ป่วย นอกจากนี้การได้รับยาปฏิชีวนะอย่างรวดเร็วและทันท่วงทีจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนหรืออาการรุนแรงได้ อย่างไรก็ตามผู้ที่หายจากโรคนี้มีโอกาสติดเชื้อหรือเป็นโรคนี้ซ้ำอีกครั้งได้
ลูกเพจคนไหนที่เลี้ยงนก ไม่ต้องระเเวงนะคะเเค่ระวังให้ดีที่สุด ถ้าเลี้ยงนกควรสวมเเมสก์เเละใส่ถุงมือเพื่อป้องกันเชื้อโรคนะคะ
ที่มา: กรมควบคุมโรค , มหาวิทยาลัยมหิดล