เร่งรักษาต่างด้าวหนีเข้าเมืองติดโควิด 42 ราย ก่อนส่งกลับประเทศ

migrator

migrator

11 มกราคม 2564

เร่งรักษาต่างด้าวหนีเข้าเมืองติดโควิด 42 ราย ก่อนส่งกลับประเทศ

จากกรณีวันนี้ 25 เม.ย.2563 ประเทศไทยพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น 53 ราย ซึ่ง 42 ราย เป็นเเรงงานต่างด้าว
ที่ด่านสะเดา จ.สงขลา

ล่าสุดช่วงบ่ายของวันเดียวกัน ศูนย์ปฏิบัติการด้านข่าวโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นายแพทย์ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า สถานการณ์การพบผู้ป่วยรายใหม่ จำนวน 53 คนในวันนี้ ต้องแยกเป็น 2 กรณี คือ การพบผู้ป่วยติดเชื้อที่เข้าถึงการตรวจตามปกติ จำนวน 11 คน และอีกกลุ่มที่เป็นแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองจำนวน 42 คน

ภาพจากอีจัน
ประกอบด้วย เมียนมาร์ 34 คน, เวียดนาม 3 คน, มาเลเซีย 2 คน, เยเมน 1 คน, กัมพูชา 1 คน และจากประเทศอินเดีย 1 คน กลุ่มคนต่างด้าวเหล่านี้อยู่ระหว่างการควบคุมตัวในศูนย์กักขังผู้หลบหนีเข้าเมือง ของด่านตรวจคนเข้าเมืองสะเดา อ.สะเดา จ.สงขลา พบว่าบางรายมีอาการคล้ายไข้หวัดจึงนำตัวไปตรวจพบว่าติดเชื้อโควิด 19 จากนั้นขยายผลการตรวจ พบว่ามีการติดโควิด 19 เป็นกลุ่มก้อน จึงให้กักตัวเพื่อรักษาให้หายก่อนผลักดันกลับประเทศต่อไป พร้อมได้ประสานสำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ให้มีมาตรการตรวจคัดกรองแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองที่อยู่ระหว่างกักขังอย่างเข้มงวดตามลำดับต่อไป
ภาพจากอีจัน
รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวอีกว่า หากมีการผ่อนคลายมาตรการยังต้องเน้นให้ประชาชนมีความรู้ในการป้องกันโรค รักษาอนามัยส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด เฝ้าระวังโรคอย่างเข้มข้น สอบสวนและติดตามผู้สัมผัส ค้นหาผู้ป่วยเชิงรุก คงรักษาระดับการเตรียมความพร้อมระบบการจัดการภาวะฉุกเฉินและการจัดการกลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสเสียชีวิตสูง นอกจากนี้ มาตรการรักษาระยะห่างระหว่างบุคคลอื่นๆ ยังจำเป็นต้องดำเนินการอย่างเข้มข้นต่อไป เช่น มาตรการเหลื่อมเวลาเข้าทำงาน การทำงานจากบ้าน (Work from Home) การทำธุรกรรมออนไลน์ ค้าขายออนไลน์ อาจจะต้องยกระดับการใช้งานอย่างต่อเนื่องและพัฒนาอย่างจริงจัง เพื่อลดการรวมตัวทำกิจกรรมให้ได้มากที่สุด
ภาพจากอีจัน
“การที่จะกำจัดเชื้อโรคนี้ให้หมดไปจากประเทศไทย คงจะเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยาก มาตรการผ่อนคลายที่จะเกิดขึ้น จะต้องพยายามทำให้มีจำนวนผู้ป่วยในระดับต่ำ ดูแลให้ประชาชนปลอดภัย ในขณะเดียวกันก็ทำให้ภาคเศรษฐกิจและสังคมสามารถดำเนินไปได้ระดับหนึ่ง เป็นการใช้ชีวิตด้วยวิถีชีวิตที่มีเหตุมีผล ตามความเสี่ยงของแต่ละสถานการณ์” นพ.ธนรักษ์ กล่าว

แท็ก