อย่ารอให้สาย! แพทย์ยกเคส “เด๋อ ดอกสะเดา” ป่วยสโตรกก้านสมอง

พอลลี่ อีจัน

พอลลี่ อีจัน

1 กันยายน 2568

อย่ารอให้สาย! แพทย์ยกเคส “เด๋อ ดอกสะเดา” ป่วยสโตรกก้านสมอง

ลองเช็กตัวเองดูค่ะ ใครเคยมีอาการหน้าเบี้ยว แขนขาอ่อนแรง พูดไม่ชัด หรือเวียนหัวรุนแรงบ้าง? อย่าชะล่าใจ เพราะนั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนของ “สโตรกก้านสมอง” โรคร้ายใกล้ตัวที่ไม่เลือกอายุ  

(31 ส.ค. 68) เพจเฟซบุ๊ก หมอเจด ได้โพสต์ยกเคสอาการป่วยของดาราตลกชื่อดัง “เด๋อ ดอกสะเดา” ที่อยู่ระหว่างเข้ารักษาตัวด้วยอาการป่วย “สโตรกก้านสมอง” จนสร้างความตกใจให้โลกออนไลน์อย่างมาก โดยชี้ชัด เกิดขึ้นได้กับคนทุกวัย ไม่เฉพาะผู้สูงอายุ พร้อมย้ำว่า สโตรกสามารถเกิดขึ้นซ้ำได้ พร้อมแนะวิธีดูแลตัวเอง ระบุว่า 

หลายคนเห็นข่าว “เด๋อ ดอกสะเดา” คงจะตกใจ ตลกรุ่นใหญ่ที่เรารักและคุ้นเคย กำลังนอนพักรักษาตัวจากโรคสโตรก ซึ่งลูกสาวของเด๋อออกมาอัปเดตว่า ตอนนี้อาการดีขึ้นแล้ว ความจำยังดี แข็งแรงแต่ยังพูดไม่ได้ต้องทำกายภาพต่อ 

ส่วนพี่เป็ด เชิญยิ้ม ก็เล่ากับสื่อว่าเป็นสโตรกก้านสมอง ซึ่งเป็นจุดที่อันตรายมาก ฟังแล้วหลายคนอาจจะตกใจในแง่การแพทย์ เคสนี้มีหลายเรื่องที่สามารถเรียนรู้และนำมาเตือนตัวเองได้ 

1.สโตรกไม่เหมือนกันทุกแบบ ก้านสมองคือ “ศูนย์ควบคุมชีวิต” หลายคนได้ยินคำว่า “สโตรก” ก็จะนึกถึงภาพแขนขาอ่อนแรง พูดไม่ชัด หน้าเบี้ยว แต่จริงๆแล้วตำแหน่งที่เส้นเลือดสมองแตกหรืออุดตัน มีผลต่ออาการโดยตรง ในกรณีของคุณเด๋อ พี่เป็ดเล่าว่า “เส้นเลือดก้านสมองแตก” ตรงนี้สำคัญมาก เพราะ ก้านสมอง (Brainstem) เป็นเหมือนศูนย์กลางสั่งงานชีวิตทั้งหมด ทั้งการหายใจ การกลืน การพูด การเคลื่อนไหวตา และการทรงตัว ถ้าเส้นเลือดตรงนี้มีปัญหาอาการจะรุนแรงกว่าสโตรกที่เกิดที่สมองส่วนอื่นๆมาก และสิ่งที่ทำให้รักษายากคือ “ผ่าไม่ได้” เพราะก้านสมองเป็นบริเวณที่บอบบางสุดๆ การแตะเพียงนิดเดียวก็เสี่ยงต่อชีวิต ตรงนี้อยากให้ทุกคนจำไว้ว่า ไม่ใช่สโตรกทุกแบบเหมือนกัน บางตำแหน่งรุนแรงถึงขั้นคุมชีวิต ถ้าเจออาการเฉียบพลันแบบที่หมอทุกคน หรือผมย้ำบ่อยๆ อย่าง BEFAST (หน้าเบี้ยว แขนขาอ่อนแรง พูดไม่ชัด เวียนหัวรุนแรง) ต้องรีบไปโรงพยาบาลด่วน ห้ามรอเด็ดขาด 

ทำไมบางคนเป็น “สโตรกซ้ำ” ได้ พี่เป็ดออกมาเล่าว่าพี่เด๋อน่าจะเป็นสโตรกซ้ำอีกรอบ หลายคนอาจสงสัยว่า มันเป็นซ้ำได้ด้วยหรอ ความจริงก็คือ สโตรกไม่ใช่โรคที่เกิดครั้งเดียวแล้วจบ คนที่เคยเป็นแล้วจะมีความเสี่ยงสูงมากที่จะเป็นอีก โดยเฉพาะถ้าเรามีโรคประจำตัวอยู่แล้ว เช่น เบาหวาน ความดัน ไขมันสูง หรือสูบบุหรี่ต่อเนื่อง สถิติทางการแพทย์ก็บอกชัดว่า คนที่เคยสโตรกแล้ว 1 ใน 4 จะเป็นซ้ำภายใน 5 ปี ถ้าไม่คุมโรค ไม่กินยาสม่ำเสมอ และไม่ปรับพฤติกรรม อันนี้สำคัญมากนะหลังสโตรกครั้งแรก ต้องถือว่าเราได้ “โอกาสครั้งที่สอง” แล้วนะครับ ห้ามชะล่าใจ ต้องคุมทุกอย่างให้ดีสุดๆ ไม่งั้นอาจเป็นซ้ำและอาการหนักกว่าเดิม 

ฟื้นฟูหลังสโตรก ไม่ใช่เรื่องของหมออย่างเดียว เวลาคนเป็นสโตรกหลายครั้งปัญหาจะไม่ใช่แค่แขนขาอ่อนแรง แต่จะตามมาด้วยเรื่อง การกลืนลำบาก พูดไม่ได้ คุมการหายใจไม่ดี ซึ่งเสี่ยงต่อการสำลักอาหารและติดเชื้อปอดบวมได้ง่ายมาก ในกรณีของคุณเด๋อ พี่เป็ดก็เล่าว่ามีภาวะปอดบวมจริงๆ ซึ่งนี่เป็นเรื่องที่เจอบ่อยมาก เพราะคนไข้สโตรกมักกลืนไม่ดี ทำให้อาหารหรือแม้แต่น้ำไหลลงหลอดลมแทนที่จะลงหลอดอาหาร การฟื้นฟูจึงไม่ได้จบที่การรักษาในโรงพยาบาล แต่ต้องอาศัย 

กายภาพบำบัด เพื่อให้แขนขากลับมาใช้งานได้ การฝึกพูด การกลืน เพื่อให้สมองสร้างเส้นประสาทใหม่ (Neuroplasticity) ครอบครัว ที่คอยอยู่ข้างๆ เป็นกำลังใจ และช่วยดูแลกิจวัตรประจำวัน 

ปัจจัยเสี่ยงของใกล้ตัวที่เรามองข้าม ลองเช็กปัจจัยเสี่ยงของคุณเด๋อ จะเห็นชัดว่า มีทั้งสูบบุหรี่นาน เบาหวาน ความดันสูง และดื่มน้ำน้อย ซึ่งจริงๆแล้วนี่คือสิ่งที่คนไทยจำนวนมากก็เป็นกัน หลายคนคิดว่า “ไม่เป็นไรหรอก” สูบบุหรี่ก็เพราะเครียด เบาหวานก็กินยาไปเรื่อยๆ ความดันก็ช่างมัน แต่ความจริงคือทุกอย่างมันสะสม จนวันหนึ่งกลายเป็นสโตรกขึ้นมาแบบไม่ทันตั้งตัว ลองถามตัวเองดูว่า 

เราสูบบุหรี่หรือยังเลิกไม่ได้? 

โรคประจำตัวเราคุมดีจริงหรือเปล่า? 

เราดื่มน้ำพอไหม? 

เราออกกำลังกายสม่ำเสมอหรือเปล่า? 

ถ้าเจอคำตอบที่ไม่มั่นใจ แปลว่าเรามีความเสี่ยง และสิ่งที่ช่วยป้องกันง่ายที่สุด คือ ตรวจสุขภาพประจำปี + ปรับพฤติกรรมเล็กๆ ทุกวัน เช่น เดินวันละ 30 นาที กินผักผลไม้มากขึ้น ดื่มน้ำเยอะขึ้นและแน่นอนว่า เลิกบุหรี่ให้ได้ 

ฝากด้วยนะทุกคน สโตรกเป็นอะไรที่เจอบ่อยขึ้นมา อย่างกรณีพี่เด๋อดอกสะเดา เขาคือคนที่เคยสร้างเสียงหัวเราะให้เรา แต่วันหนึ่งก็มาล้มป่วยด้วยสโตรกให้เห็นตรงหน้า ทำให้เห็นว่าโรคมันใกล้ตัวกว่าที่คิดไม่ใช่เรื่องของ “คนแก่” แต่เกิดขึ้นกับใครก็ได้ ไม่ว่าคุณจะเป็นใครก็ตาม ย้ำนะครับ อย่ารอจนโรคมาถึงตัวแล้วค่อยหาทางรักษา เราสามารถเริ่มต้นวันนี้เลย ทั้งการตรวจสุขภาพ คุมโรคประจำตัว ดูแลอาหาร เลิกบุหรี่ ดื่มน้ำ พักผ่อนให้พอ และออกกำลังกาย 

 โรค สโตรกก้านสมอง ไม่ใช่เรื่องไกลตัวและไม่จำกัดอายุ ใครมีปัจจัยเสี่ยง หมั่นสังเกตสัญญาณเตือน ตรวจสุขภาพประจำปีและปรับพฤติกรรมตั้งแต่วันนี้ เพื่อป้องกันก่อนสาย “อีจัน”เป็นห่วงค่ะ 

ที่มา: https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=pfbid02hqqvu2PGtJSC9cv2YwL8mAMBtFVKeF1uw4QtpHfbwUBo63q6ZY559v8B1J9SoE8cl&id=100077960343678