แพทย์ มช. เตือน อย่ากวาดขี้นกแห้ง เสี่ยงเชื้อราลอยฟุ้งเข้าปอด ลามสมองอักเสบ

แพทตี้ อีจัน

แพทตี้ อีจัน

23 มีนาคม 2569

แพทย์ มช. เตือน อย่ากวาดขี้นกแห้ง เสี่ยงเชื้อราลอยฟุ้งเข้าปอด ลามสมองอักเสบ

อย่าชะล่าใจ “มูลนกแห้ง” อันตรายกว่าที่คิด 

หลายคนอาจมองว่าเป็นเพียงสิ่งสกปรกทั่วไป แต่ความจริงแล้วอาจมีความเสี่ยงต่อสุขภาพซ่อนอยู่โดยไม่รู้ตัว เพราะมูลนกแห้งสามารถปนเปื้อนเชื้อราและจุลชีพก่อโรคบางชนิด ซึ่งเมื่อเข้าสู่ร่างกายผ่านการหายใจ อาจก่อให้เกิดการติดเชื้อในปอด และในบางกรณีสามารถลุกลามไปถึงสมองได้ 

อ.นพ.นพดนัย ศิริมหาราช อาจารย์ประจำหน่วยประสาทวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มช. ให้ข้อมูลว่า เมื่อมูลนกแห้ง กลายเป็นฝุ่นขนาดเล็กที่มองไม่เห็น การกวาดหรือปัดทำความสะอาดแบบแห้ง จะทำให้ฝุ่นเหล่านี้ฟุ้งกระจายในอากาศ และสามารถถูกสูดเข้าสู่ทางเดินหายใจได้ง่ายโดยที่เราอาจไม่รู้ตัว ภายในฝุ่นเหล่านี้ อาจมีเชื้อราสำคัญ เช่น Cryptococcus neoformans และ Histoplasma capsulatum ซึ่งมักพบในมูลนกหรือดินที่มีมูลนกสะสม โดยเชื้อจะเข้าสู่ร่างกายผ่านการสูดดมสปอร์เข้าสู่ปอด 

แค่สูดฝุ่น ก็เสี่ยงติดเชื้อจริงหรือไม่? 

คำตอบคือ “จริง” เนื่องจากเชื้อราเหล่านี้อยู่ในรูปของสปอร์ขนาดเล็ก เมื่อถูกสูดเข้าไป สามารถเริ่มกระบวนการติดเชื้อในปอดได้ โดยเฉพาะในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ หลังจากเข้าสู่ร่างกาย เชื้ออาจเพิ่มจำนวนและแพร่กระจายเข้าสู่กระแสเลือด และในบางรายสามารถเดินทางไปยังสมอง ก่อให้เกิดภาวะเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อราได้ โดยเฉพาะจากเชื้อ Cryptococcus 

กลุ่มเสี่ยงที่ต้องระวัง 

• ผู้ที่ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ 

• ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น ผู้ติดเชื้อเอชไอวี 

• ผู้ที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกัน 

• ผู้ป่วยมะเร็ง 

• ผู้สูงอายุ 

• ผู้ที่มีโรคเรื้อรัง 

• ผู้ที่ต้องสัมผัสมูลนกเป็นประจำ 

สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม 

ในระยะแรก ผู้ป่วยมักมีอาการคล้ายโรคทั่วไป เช่น 

• ไข้ 

• ไอ 

• อ่อนเพลีย 

แต่หากเชื้อลุกลามไปถึงสมอง อาจมีอาการที่รุนแรงขึ้น เช่น 

• ปวดศีรษะเรื้อรัง 

• คลื่นไส้อาเจียน 

• คอแข็ง 

• ซึมหรือสับสน 

• ตามัวหรือมองเห็นภาพซ้อน 

ซึ่งเป็นสัญญาณของภาวะเยื่อหุ้มสมองอักเสบ และควรรีบพบแพทย์ทันที 

วิธีทำความสะอาดมูลนกอย่างปลอดภัย 

การป้องกันที่ถูกต้องสามารถลดความเสี่ยงได้อย่างมาก โดยควรปฏิบัติดังนี้ 

• หลีกเลี่ยงการกวาดแบบแห้ง 

• ราดน้ำให้มูลนกชื้นก่อนทำความสะอาด 

• สวมถุงมือและหน้ากาก 

ในส่วนของหน้ากาก แนะนำให้ใช้ชนิด N95 หรือเทียบเท่า เนื่องจากสามารถป้องกันฝุ่นขนาดเล็กได้ดีกว่าหน้ากากผ้าทั่วไป อย่างไรก็ตาม หากไม่สามารถหาได้ การสวมหน้ากากอนามัยทั่วไปก็ยังช่วยลดความเสี่ยงได้ในระดับหนึ่ง 

นอกจากการทำความสะอาดอย่างถูกวิธีแล้ว ยังสามารถลดความเสี่ยงได้โดย 

• ป้องกันไม่ให้นกเข้ามาทำรัง เช่น ติดตาข่ายหรืออุปกรณ์กันนก 

• ทำความสะอาดพื้นที่เป็นประจำ 

• ไม่ปล่อยให้มูลนกสะสมเป็นเวลานาน 

เมื่อไหร่ควรรีบพบแพทย์ 

ควรไปพบแพทย์ทันที หากมีอาการต่อไปนี้ 

• ปวดศีรษะรุนแรงร่วมกับไข้ 

• ซึมหรือสับสน 

• อาเจียนมาก 

• คอแข็ง 

• หรือเป็นผู้ที่มีโรคประจำตัวที่ทำให้ภูมิคุ้มกันต่ำ 

มูลนกแห้งไม่ใช่เพียงสิ่งสกปรกทั่วไป แต่เป็นแหล่งของเชื้อโรคที่สามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านการหายใจได้ การป้องกันที่ถูกต้อง เช่น การหลีกเลี่ยงการกวาดแห้ง และการใช้หน้ากากที่เหมาะสม จะช่วยลดความเสี่ยงของโรครุนแรงได้อย่างมาก 

การรู้เท่าทัน “ภัยเล็ก ๆ ใกล้ตัว” อาจช่วยป้องกันโรคใหญ่ที่คาดไม่ถึงได้ในอนาคต 

ขอบคุณข้อมูลจาก: คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่