รู้จัก! “โรคมาลาเรีย” ภัยเงียบจากยุงก้นปล่อง รู้เท่าทันอาการ-วิธีรักษา 

พอลลี่ อีจัน

พอลลี่ อีจัน

6 สิงหาคม 2568

รู้จัก! “โรคมาลาเรีย” ภัยเงียบจากยุงก้นปล่อง รู้เท่าทันอาการ-วิธีรักษา 

จากกรณีที่มีกระแสข่าวว่าทหารเขมรเริ่มเจ็บป่วยกันเป็นจำนวนมาก เริ่มพบอาการครั้งแรกตั้งแต่เมื่อคืนก่อน หมอเขมรคาดว่าอาจเป็นไข้มาราเรีย #ขอให้พี่ทหารดูแลตัวเองดีๆ งั้นวันนี้เดี๋ยวเรามาทำความรู้จักกับ ไข้มาลาเรียกันค่ะ 

เว็บไซต์ทางการเเพทย์ ได้ออกมาให้ความรู้ เกี่ยวกับ  “โรคไข้มาลาเรีย” ว่าโรคนี้เป็นโรคติดต่อที่เกิดจากเชื้อโปรโตซัวพลาสโมเดียม ซึ่งมี 5 ชนิด และเป็นเชื้อโรคที่อาศัยในเลือด โรคไข้มาลาเรียมีความชุกชุมตามบริเวณที่เป็นป่าเขาและมีแหล่งน้ำ ในปัจจุบันถือเป็นโรคประจำถิ่นที่ยังเป็นปัญหาทางด้านสาธารณสุข ซึ่งมีผลกระทบต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ของประชาชน โรคไข้มาลาเรียยังมีชื่อเรียกอื่นๆ ที่แตกต่างกันไปตามลักษณะอาการหรือฤดูกาลเกิดโรค เช่น ไข้จับสั่น ไข้ป่า ไข้ดง ไข้ดอกสัก ไข้ร้อนเย็น ไข้ป้าง เป็นต้น  

5 ชนิดเชื้อมาลาเรียที่พบในคน ได้แก่ 

1.เชื้อมาลาเรียพลาสมาโมเดียมฟัลซิปารัม (Plasmodium falciparum) — รุนแรงที่สุด เสี่ยงเสียชีวิตจากไข้ขึ้นสมอง 

2.เชื้อมาลาเรียพลาสมาโมเดียม ไวแวกซ์ (Plasmodium vivax)— อาการน้อยกว่าชนิดแรก แต่แฝงในตับได้นานและกลับมาเป็นซ้ำได้ 

3.เชื้อมาลาเรียพลาสมาโมเดียม มาลาเรียอิ (Plasmodium malariae)— ทำให้เป็น ๆ หาย ๆ ระยะฟักตัว 18-40 วัน 

4. เชื้อมาลาเรียพลาสมาโมเดียม โอวาเล (Plasmodium ovale: P.o)— แฝงในตับได้นานหลายปี 

5.เชื้อมาลาเรียพลาสมาโมเดียม โนไซ (Plasmodium knowlesi: P.k)— พบในลิงแสม ติดต่อสู่คน อาการรุนแรงรวดเร็ว 

อาการของโรค มักเกิดหลังถูกยุงกัด 10-14 วัน เริ่มจากไข้ หนาวสั่น เหงื่อออก ปวดศีรษะ ปวดเมื่อย คลื่นไส้ และเบื่ออาหาร โดยมี 3 ระยะสำคัญ คือ ระยะหนาว (15-60 นาที) ระยะร้อน (ราว 2 ชั่วโมง) และระยะเหงื่อออก (ประมาณ 1 ชั่วโมง) วนซ้ำตามวงจรเชื้อ หากไม่รักษา  โดยพาหะของโรค คือ ยุงก้นปล่องเพศเมีย ที่ดูดเลือดจากผู้ป่วยหรือผู้ติดเชื้อ แล้วนำเชื้อมาสู่คนอื่น 

การรักษา ปัจจุบันมีการใช้ยาต้านมาลาเรียหลายชนิด เช่น คลอโรควิน (Chloroquine), อาร์ทีมิซินิน (Artemisinin) และควินิน (Quinine) ขึ้นอยู่กับชนิดของเชื้อและความรุนแรง โดยแพทย์จะพิจารณาจ่ายยาที่เหมาะสม ผู้ป่วยควรรับยาครบตามคำแนะนำเพื่อป้องกันการดื้อยา 

การวินิจฉัยและรักษา แพทย์จะซักประวัติการเดินทางไปพื้นที่เสี่ยง ตรวจร่างกาย และยืนยันด้วยการตรวจเลือด การรักษาใช้ยาต้านมาลาเรีย เช่น คลอโรควิน (Chloroquine) อาร์เทมิซินิน (Artemisinin) ผสมกับยาอื่น (ACTs) มาลาโรน (Malarone) ควินินซัลเฟต (Quinine sulfate) ร่วมด็อกซีไซคลิน (Doxycycline) หรือพรีมาควิน (Primaquine) ขึ้นอยู่กับชนิดเชื้อและความรุนแรง อาการส่วนใหญ่หายภายใน 2 สัปดาห์ หากรักษาทันเวลา 

วิธีป้องกัน ก็คือ  

-ทายากันยุงที่มีสาร DEET  

-สวมเสื้อแขนยาว กางเกงขายาว  

-นอนในมุ้งลวด ปิดประตูหน้าต่างให้มิดชิด -กำจัดแหล่งน้ำขัง 

-ปรึกษาแพทย์ก่อนเดินทางไปพื้นที่ระบาดอย่างน้อย 2-3 เดือน โดยเฉพาะสตรีมีครรภ์ 

ไข้มาลาเรียสามารถหายได้ภายใน 2 สัปดาห์ หากได้รับการตรวจวินิจฉัยโรคเร็วและรับการรักษาอย่างเหมาะสม แต่หากไม่ได้รับการรักษาให้หาย ผู้ที่มีเชื้อไข้มาลาเรียอาจกลับมามีอาการซ้ำเป็นระยะ เช่น มีไข้ หนาวสั่น 

ทั้งนี้ ขอให้พี่ทหารดูแลตัวเองกันด้วยนะคะ  หากมีไข้ หนาวสั่น ควรรีบพบแพทย์ทันทีเพื่อวินิจฉัยและรักษาโดยเร็ว ลดความเสี่ยงเกิดภาวะแทรกซ้อนและการเสียชีวิตค่ะ 

ที่มา:medparkhospital  https://www.medparkhospital.com/disease-and-treatment/malaria