ทำไม?“เฮือกสุดท้ายของชีวิต กลับมีสัญญาณอาการดีขึ้น”

พอลลี่ อีจัน

พอลลี่ อีจัน

22 สิงหาคม 2568

ทำไม?“เฮือกสุดท้ายของชีวิต กลับมีสัญญาณอาการดีขึ้น”

มันเป็นกลไกทางวิทยาศาสตร์มั้ยนะ? 

วันนี้ (22 ส.ค.68) ผศ.นพ.สุรัตน์ ตันประเวช แพทย์เชี่ยวชาญด้านสมองและระบบประสาท ได้ออกมาโพสต์ ผ่านเพจเฟซบุ๊ก สาระสมองกับ อจ.หมอสุรัตน์  เกี่ยวกับ สิ่งมีชีวิตในโลกนี้ที่เมื่อถึงเฮือกสุดท้ายก่อนตาย กลับมีสัญญาณดีขึ้น แล้วมันเกิดขึ้นมาได้ยังไง วันนี้มีคำตอบ? 

คน สัตว์ ก่อนตาย จะกระปรี้กระเปร่า ก่อนตาย 1 วัน จะปลอดโปร่ง แข็งแรงผิดหูผิดตาได้ เรียกว่า “Terminal lucidity (หรือ Terminal rallying) ต้องยกตัวอย่างจากกรณีที่ มีหลายคนที่เคยดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายหรือสัตว์เลี้ยงที่เจ็บป่วยเรื้อรัง อาจเคยพบเหตุการณ์น่าแปลก คนหรือสัตว์ที่นอนอ่อนแรง ไม่พูด ไม่ลุก ไม่ยิ้มมานาน กลับตื่นขึ้นมาพูดคุยแจ่มใส หัวเราะ ทานอาหารได้ หรือแม้แต่ลุกขึ้นนั่งเองได้อย่างไม่น่าเชื่อ ทั้งที่ร่างกายใกล้ตายเต็มทีแล้ว  

ในขณะเดียวกันก็เคยมีครั้งหนึ่ง มีผู้ป่วยมะเร็งปอด ระยะท้าย เขานอนติดเตียงมานาน ไม่มีแรงแม้แต่จะพลิกตัวเองได้ แล้วจู่ๆ เขากลับลุกขึ้นมา เดินได้เอง และบอกกับทุกคนด้วยรอยยิ้มว่า “หายแล้ว” ความสดใสกลับคืนมาในแบบที่ไม่มีใครคิดว่าจะเกิดขึ้นได้ ทว่าเพียงหนึ่งวันต่อมา เขาก็จากไปอย่างสงบ 

ต้องบอกว่าอาการเหล่านี้แปลกมากๆค่ะ แต่ลองมาดูทางวิทยาศาสตร์กัน ว่ามันคืออะไรกันแน่ ? 

Terminal Lucidity คือช่วงเวลาสั้น ๆ ก่อนการเสียชีวิต ที่ผู้ป่วยหรือสัตว์เลี้ยงกลับมามีสติสัมปชัญญะ ความสดใส หรือพลังงานเพิ่มขึ้นอย่างผิดปกติ ทั้งที่ก่อนหน้านั้นอยู่ในสภาพทรุดหนัก เหตุการณ์นี้อาจกินเวลาไม่กี่ชั่วโมงจนถึงหนึ่งวัน และตามมาด้วยการจากไปอย่างสงบ 

ตัวอย่างที่พบได้ 

 – ผู้ป่วยอัลไซเมอร์ที่จำใครไม่ได้มานาน อยู่ ๆ เรียกชื่อลูกหลานได้ชัดเจน 

 -ผู้ป่วยมะเร็งที่นอนซูบซีดไม่รับอาหาร กลับขอกินของโปรด ยิ้ม หัวเราะ 

 -สุนัขแก่ที่ป่วยเรื้อรัง เดินแทบไม่ไหว แต่วันหนึ่งกลับเดินไปหาเจ้าของ กระดิกหางอย่างมีความสุข 

โดยก็ได้มีงานวิจัยในวารสาร Archives of Gerontology and Geriatrics ปี 2009, Nahm และคณะ ได้ทบทวนรายงานกว่า 80 เคส พบว่าผู้ป่วยที่มีภาวะสมองเสื่อมหรือจิตเวชเรื้อรังบางราย กลับมามีสติและความเข้าใจชั่วขณะก่อนเสียชีวิต ซึ่งไม่สามารถอธิบายด้วยทฤษฎีสมองเสื่อมเพียงอย่างเดียว 

กรณี รายงานผู้ป่วย (Case reports) มีรายงานหลายชิ้น ระบุว่า ผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมรุนแรงที่ไม่พูดมานาน อยู่ ๆ สามารถสื่อสารกับครอบครัวได้ในคืนก่อนเสียชีวิต, ผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายบางราย แสดงพฤติกรรมคล้าย “หายดี” เช่น กินอาหารได้ เดินได้ ก่อนเสียชีวิตภายใน 24-48 ชั่วโมง  ปี 2023 มีการพัฒนาตัวชี้วัด (structured interview instrument) ให้บุคลากรสุขภาพรายงานลักษณะของ lucidity ได้เป็นระบบ พบว่า 73% เคยเห็น paradoxical lucidity และ 22% เสียชีวิตภายใน 3 วันหลังเหตุการณ์นั้นซึ่งอาจเกิดได้จากการเปลี่ยนแปลงของสมองระดับสารสื่อประสาท (เช่น dopamine, endorphins) และคลื่นไฟฟ้าในสมองที่เปลี่ยนไปก่อนตาย อาจทำให้เกิดการ “กระตุ้นชั่วคราว” เรียกว่า เฮือกสุดท้าย และถึงแม้มันจะเป็นเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ แต่ Terminal Lucidity ทิ้งร่องรอยลึกในใจคนใกล้ชิด มันคือโอกาสครั้งสุดท้ายที่จะได้พูด ได้กอด ได้บอกความในใจและเป็นสัญญาณบอกให้เตรียมใจ ว่าการเดินทางของชีวิตกำลังจะสิ้นสุด สำหรับครอบครัวและผู้ดูแล นี่เป็น “ของขวัญสุดท้าย” ที่ทำให้การลาจากเต็มไปด้วยความหมาย  

มันก็อาจเกิดขึ้นได้จริงนะคะ ไม่ว่าจะคนหรือสัตว์ ก็ต้องมีเฮือกสุดท้ายแบบอาการเหล่านี้แน่นอนค่ะ  

ที่มา: เพจเฟซบุ๊ก สาระสมองกับ อจ.หมอสุรัตน์ https://www.facebook.com/share/p/1DyFSzSJmX/