น่ากลัว! สาวต่างชาติ ป่วยสโตรก จนอัมพาตซีกซ้าย-สำเนียงเปลี่ยน

พอลลี่ อีจัน

พอลลี่ อีจัน

27 ตุลาคม 2568

น่ากลัว! สาวต่างชาติ ป่วยสโตรก จนอัมพาตซีกซ้าย-สำเนียงเปลี่ยน

การเป็น “สโตรก” มันไม่ใช่เรื่องเล่นเลยนะ  

เมื่อวันที่ 20 ต.ค.68 ที่ผ่านมา สื่อต่างประเทศ รายงานว่า สาวนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษคนหนึ่งเกิดอาการเส้นเลือดในสมองแตกระหว่างทริปเที่ยวต่างประเทศ พอเธอตื่นขึ้นมากลับเกิดการเปลี่ยนเเปลงไปตลอดชีวิต  

เรื่องนี้เกิดเหตุเมื่อวันที่ 27 ต.ค.67 ที่ผ่านมา  เมื่อ เคธีย์ วาห์เรน สาวชาวอังกฤษวัย 29 ปี ไปเที่ยวพักผ่อนที่เมืองเฟทิเย ประเทศตุรกี กับเพื่อนๆ  เพื่อฉลองวันเกิด และวางแผนออกไปทานอาหารด้วยกัน ซึ่งขณะเดินทางไปทานอาหารเย็น เธอเล่าว่ารู้สึกเวียนหัวเล็กน้อยก่อนที่ขาของเธอจะอ่อนเเรงทั้ง 2 ข้างและไม่สามารถเดินต่อไปได้ โดยไม่มีอาการอื่นนอกจากอาการปวดหัวอย่างรุนแรง โดยคิดว่าเป็นผลมาจากโรคลมแดด ด้านเพื่อนๆเห็นท่าไม่ดีจึงโทรไปขอความช่วยเหลือจากแผนกต้อนรับของโรงแรม และเธอถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วนซึ่งได้รับการตรวจหลายครั้งและพบว่าเธอเป็นโรคเส้นเลือดในสมองแตก 

หลังจากเธอตื่นขึ้นมาในโรงพยาบาล กลับมีอาการอัมพาตครึ่งซีกซ้าย และต้องตกตะลึงเมื่อได้ยินว่าสำเนียงภาษาของเธอเปลี่ยนไป จากภาษาอังกฤษเเท้ๆ เป็นสำเนียงภาษาไทย พอได้ถามเธอก็ยอมรับว่ารู้สึกเหมือนสูญเสียตัวตนไป  ซึ่งเธอได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรค Foreign Accent Syndrome  ซึ่งเป็นโรคที่หายากที่การพูดของบุคคลจะมีสำเนียงที่เเตกต่างจากสำเนียงปกติ เเละผู้คนสามารถคิดว่าฟังดูเป็นคนต่างชาติได้ ซึ่งเป็นภาวะที่ผู้ป่วยพูดด้วยสำเนียงต่างจากเดิม  

ณ ตอนนี้เองเธอกำลังฟื้นตัวไปได้ครึ่งทางแล้ว และได้เรียนรู้ที่จะเดินได้อีกครั้งแต่ยังไม่รู้ว่าสำเนียงอังกฤษของเธอจะกลับมาอีกหรือไม่? ตอนนี้ทำการบำบัดการพูดแต่เสียงของยังคงเหมือนเดิม แพทย์ไม่ได้สัญญาว่าอาการจะกลับมาอีกเพราะมันหายากมาก  เเต่ก็ได้ใช้เวลาเป็นเวลา  1 เดือนในโรงพยาบาลที่ตุรกี ก่อนที่แพทย์จะบอกว่าเธอสได้รับอนุญาตให้กลับสหราชอาณาจักรในเดือนตุลาคม ปี 67  เมื่อกลับมาถึงอังกฤษ เธอต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาลอีก 2 เดือน ตามด้วยการฟื้นฟูสมรรถภาพอีก 3 เดือน ซึ่งเธอต้องหัดเดินอีกครั้ง โดยในช่วงเเรกต้องมีคนช่วยพยุงเดิน 3 คน  ซึ่งต้องหัดเดินมากขึ้นด้วยอุปกรณ์ช่วยเดินที่หลากหลาย เริ่มจากขาตั้งกล้อง จากนั้นก็ไม้ค้ำยัน และตอนนี้ฉันก็เดินได้เองแล้วซึ่งคาดว่าว่าใช้เวลาถึง 10 เดือนถึงจะสามารถเดินได้เอง 

โดย อีจัน ได้หาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้จาก สภากาชาดไทย ศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู สภากาชาดไทย  ที่ระบุเกี่ยวกับ ปัญหาการพูดเเละการเข้าใจภาษาในคนไข้โรคหลอดเลือดสมอง ระบุว่า… 

คนไข้บางรายมีปัญหาการพูดและความเข้าใจภาษา มักเกิดจากสมองซีกซ้าย ส่วนที่ควบคุมการพูดและภาษา ทำให้ฟังคำพูดไม่เข้าใจ พูดไม่ชัด พูดไม่ได้ ไม่สามารถทำตามคำบอกของผู้อื่นได้ ทำให้ไม่สามารถสื่อสารได้ ผู้ดูแลควรพยายามสื่อสารด้วยถ้อยคำที่สั้นกระชับ ไม่ซับซ้อน เข้าใจง่ายและหากคนไข้ไม่เข้าใจอาจใช้ท่าทางต่าง ๆ การชี้รูปภาพ หรือสัญลักษณ์ที่สื่อความต้องการแทนคำพูด ในคนไข้ที่มีปัญหาการพูด ควรเริ่มต้นสื่อสารด้วยคำง่าย ๆ เช่น ใช่/ไม่ใช่ เอา/ไม่เอา และฝึกพูดคำที่ใช้บ่อย ๆ ในชีวิตประจำวัน 

คนไข้ที่มีปัญหาการสื่อสาร ผู้ดูแลไม่ควรหงุดหงิด ควรทำความเข้าใจปัญหาของผู้ป่วย ใจเย็นและอดทนที่จะช่วยเหลือ ทั้งนี้การฝึกพูดและความเข้าใจภาษาจำเป็นต้องฝึกปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอจึงจะได้ผลดี 

วิธีสื่อสารกับผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง 

หันหน้าเข้าหาคนไข้เมื่อต้องการจะพูดด้วย ไม่ทำกิจกรรมอื่น ร่วมด้วย เช่น เปิดวิทยุ โทรทัศน์ พร้อมกัน 

พูดด้วยคำง่ายๆ และพูดช้าๆ ชัดๆ กระตุ้นให้คนไข้ตอบ เช่น ใช่ / ไม่ใช่ 

ถ้าจำเป็นให้ใช้ท่าทาง หรือภาษามือช่วยเพื่อให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น 

เวลาตอบคำถามต้องให้เวลา ไม่พูดหรือตอบแทนคนไข้ 

กระตุ้นให้คนไข้ร่วมวงสนทนาถ้าพอทำได้ 

พูดกับคนไข้ด้วยน้ำเสียงปกติ ไม่ตะโกน ไม่ใช้คำพูดที่ทำให้รู้สึกมีปมด้อย 

การกระตุ้นและชมเชยจะช่วยให้คนไข้มีความมั่นใจมากยิ่งขึ้น 

อย่างไรก็ตาม เรื่องของโรคเส้นเลือดในสมองเเตกก็เป็นอะไรที่น่ากลัวมากค่ะ   

ที่มา: สื่อต่างประเทศ https://www.dailymail.co.uk/travel/article-15208265/Brit-holidaymaker-wakes-Thai-accent-stroke-girls-trip.html , เว็บไซต์  สภากาชาดไทย ศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู สภากาชาดไทย  https://rehab.redcross.or.th/%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%B9%E0%B8%94%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%83/