ไขข้อสงสัย! “จำอะไรไม่ได้-จำได้ไม่หมด” เป็นเพราะอะไร? 

พอลลี่ อีจัน

พอลลี่ อีจัน

21 สิงหาคม 2568

ไขข้อสงสัย! “จำอะไรไม่ได้-จำได้ไม่หมด” เป็นเพราะอะไร? 

ไขข้อสงสัย? ความจำหาย หลักๆอยู่ที่ปัจจัยอะไร… 

ขอเกริ่นก่อนว่า ก่อนหน้านี้จากกรณีมีเรื่องฉาวในวงการสงฆ์พระวัดดังเกิดขึ้น ซึ่งได้มีการเผยแพร่ออกมาถึงประวัติการศึกษาที่เรียกว่า จบสูงมาก ทำเอาชาวเน็ตอึ้งและต่างมีคำถามว่า เรื่องนี้จริงหรอ? 

ล่าสุดวันนี้(21 ส.ค.68) รศ.นพ.วีระศักดิ์ จรัสชัยศรี อาจารย์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว.) ได้ออกมาโพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก “หมอหมู วีระศักดิ์” ก็ได้ออกมาพูดในประเด็นนี้ถึงความเป็นไปได้เกี่ยวกับ “ความจำที่หายไป” อาจมีเรื่องของการพูดแล้วมีเติมเพิ่มขึ้นมา พร้อมตอบว่าเป็นเพราะอุบัติเหตุ หรือแค่ข้อมูลคลาดเคลื่อน?   

อาการ “ความจำเสื่อมย้อนหลัง” (Retrograde Amnesia) จากอุบัติเหตุอาจทำให้ผู้ป่วยจำประวัติการศึกษาของตัวเองไม่ได้ หรือจำได้ไม่ตรงกับความจริง ในกรณีที่รุนแรง ซึ่งความทรงจำที่หายไปอาจครอบคลุมช่วงชีวิตวัยเรียนทั้งหมดหรือบางส่วน และมักจะเกี่ยวข้องกับความทรงจำเชิงอัตชีวประวัติ (Episodic Memory) ที่เป็นเรื่องราวของตัวเอง แต่การจำรายละเอียดที่สำคัญได้บางส่วน แต่กลับเติมข้อมูลที่ “ไม่ตรงข้อเท็จจริง” (เช่น การใส่ชื่อมหาวิทยาลัยหรือโรงเรียนที่ไม่ได้เรียนจริง) ไม่ได้เป็นอาการโดยตรงของความจำเสื่อมที่เกิดจากการบาดเจ็บที่สมอง โดยทั่วไปแล้ว ผู้ป่วยที่มีความจำเสื่อมจากอุบัติเหตุ 

1. ไม่สามารถจดจำได้เลย (Blank) 

2. จำได้แต่ไม่สมบูรณ์ (ขาดหายไปบางส่วน) 

3. สับสนและไม่แน่ใจในข้อมูล 

หรือเม้แต่การสร้างหรือเติมข้อมูลที่ไม่ตรงข้อเท็จจริง ไม่ใช่อาการหลักโดยตรงของความจำเสื่อม แต่เป็นภาวะที่เรียกว่า “Confabulation (อาการสร้างความจำมาต่อเติมส่วนที่จำไม่ได้)” ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ในผู้ป่วยที่มีการบาดเจ็บที่สมอง  

โดยมีการวิจัยอ้างอิงแหล่งข้อมูลมในเรื่องนี้ว่า  

1.การสูญเสียความจำเชิงอัตชีวประวัติ (Loss of Autobiographical Memory) งานวิจัยหลายชิ้นยืนยันว่า Retrograde Amnesia หรือภาวะความจำเสื่อมย้อนหลัง มักส่งผลกระทบโดยตรงต่อความทรงจำเกี่ยวกับเรื่องราวในชีวิตของตัวเอง ซึ่งรวมถึงประวัติการศึกษา อาชีพ และเหตุการณ์สำคัญต่างๆในอดีต 

2. ภาวะ Confabulation vs. Amnesia Confabulation คือ การสร้างหรือเติมเต็มช่องว่างในความทรงจำด้วยข้อมูลที่ไม่เป็นความจริง โดยที่ผู้ป่วยไม่ได้มีเจตนาโกหก พวกเขาเชื่อว่าสิ่งที่พูดนั้นเป็นเรื่องจริง ซึ่งเป็นผลมาจากการที่สมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบความถูกต้องของความทรงจำ ทำงานผิดปกติไป Amnesia คือ การไม่สามารถเข้าถึงความทรงจำได้ ซึ่งผู้ป่วยส่วนใหญ่มักจะรู้ตัวว่าจำไม่ได้ หรือสับสนในข้อมูล และไม่ได้สร้างข้อมูลใหม่ขึ้นมาทดแทน 

จากหลักทางการแพทย์ เป็นไปได้ที่ผู้ป่วยจะจำประวัติการศึกษาของตัวเองไม่ได้ หากมีภาวะ Retrograde Amnesia ที่รุนแรงจากประวัติอุบัติเหตุทางสมอง แต่การสร้างข้อมูลใหม่ที่ผิดพลาดขึ้นมา เช่น การใส่ชื่อมหาวิทยาลัยที่ไม่ได้เรียนนั้น ไม่ใช่อาการโดยตรงของ Amnesia และมักจะถูกจัดอยู่ในภาวะที่เรียกว่า Confabulation (อาการสร้างความจำมาต่อเติมส่วนที่จำไม่ได้) ซึ่งเป็นอาการทางพยาธิวิทยาที่ซับซ้อนกว่า อย่างไรก็ตาม การจะพิสูจน์ว่าเรื่องนี้ไม่ได้มีเจตนาหลอกลวง จำเป็นต้องใช้ข้อมูลประวัติการรักษา การตรวจทางรังสีวิทยา และการตรวจสมองโดยผู้เชี่ยวชาญ จึงจะยืนยันได้ว่า มีอาการป่วยจริงมั้ย? 

อย่างไรก็ตาม ลองเช็กดูนะคะเพราะเรื่องความจำมันมีหลายปัจจัยที่จะเกิดขึ้นได้จริงๆค่ะ  

ที่มา: เพจเฟซบุ๊ก หมอหมู วีระศักดิ์   https://www.facebook.com/share/p/1F9LUKSRXY/