วางใจไม่ได้! แพทย์ เตือน “ปวดหลังร้าวลงขา” สามารถเป็นได้ทุกคน 

พอลลี่ อีจัน

พอลลี่ อีจัน

17 กรกฎาคม 2568

วางใจไม่ได้! แพทย์ เตือน “ปวดหลังร้าวลงขา” สามารถเป็นได้ทุกคน 

อย่าปล่อยไว้เด็ดขาดนะคะ! เป็นหนักขึ้นมารักษายาว  

เมื่อวันที่ 16 ก.ค. 68 ที่ผ่านมา เพจเฟซบุ๊ก หมอเก่งกระดูกและข้อ ได้ออกมาโพสต์เตือนเกี่ยวกับสุขภาพที่ไม่ควรมองข้าม ยิ่งสำหรับวัยทำงานหรือผู้สูงอายุ ยิ่งต้องดูแลเมื่อเกิดอาการปวดหลังร้าวลงขา โดยหมอเก่ง ระบุว่า… 

1. โรคที่อาจเป็นไปได้ 

 – หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท (Herniated Disc) 

 – โรคกระดูกสันหลังเสื่อม (Spinal degeneration) 

2. สาเหตุของโรค 

 – หมอนรองกระดูกที่อยู่ระหว่างกระดูกสันหลัง เสื่อมหรือปลิ้นออกมากดทับเส้นประสาท เหมือนแผ่นเจลที่บีบแล้วไหลออกมา 

 – ข้อต่อกระดูกสันหลังเสื่อมเหมือนโช้ครถที่ใช้นาน ทำให้ปลายกระดูกงอกมากดเส้นประสาท 

3. อาการที่ผู้ป่วยจะรู้สึกได้ 

 – ปวดหลังส่วนล่าง และ ร้าวลงสะโพกหรือต้นขา 

 – อาจรู้สึก ชาหรือแสบเหมือนไฟฟ้าช็อต ตามแนวขา 

 – อาการมักเป็นข้างเดียว และเป็นมากเมื่อเดิน นั่งนาน หรือลุกนั่งผิดท่า 

4. อาการที่หมอจะตรวจพบ 

 – เอียงตัวหลบความปวด 

 – เคาะหลังแล้วปวดร้าวลงขา 

 – กล้ามเนื้อขาอ่อนแรง หรือ เสียการรับรู้สัมผัสบางส่วน 

5. แนวทางการวินิจฉัย 

 – ซักประวัติและฟังอาการให้ชัดเจน 

 – ตรวจร่างกาย ทดสอบแรงกล้ามเนื้อและเส้นประสาท 

 – เอกซเรย์เพื่อดูแนวกระดูกผิดปกติ 

 – MRI เห็นหมอนรองกระดูกที่ปลิ้น และดูว่าไปกดเส้นประสาทจุดไหน 

6. แนวทางการรักษา 

 – ปรับท่าทางการนั่ง/ยืน/ยกของ 

 – ใช้ยาแก้อักเสบเฉพาะช่วงที่ปวดมาก 

 – กายภาพบำบัด เช่น ดึงหลัง ยืดกล้ามเนื้อ เสริมแกนกลางลำตัว 

 – ฉีดยาลดอักเสบเฉพาะจุดเข้าโพรงประสาทด้วย Ultrasound เป็นตัวระบุตำแหน่ง ถ้าอาการไม่ดีขึ้น 

 – ผ่าตัด กรณีเป็นมาก ไม่ตอบสนองการรักษาแบบไม่ผ่าตัด 

7. ภาวะแทรกซ้อนถ้าปล่อยไว้ 

 – ชาขา กล้ามเนื้ออ่อนแรง 

 – เดินลำบาก เสี่ยงหกล้ม 

 – ในรายรุนแรงมาก อาจควบคุมปัสสาวะไม่ได้ (แต่พบได้น้อย) 

8. การพยากรณ์โรค 

 – ถ้ารักษาตั้งแต่เนิ่นๆ  ฟื้นตัวได้ดี ไม่ต้องผ่าตัด 

 – ถ้าปล่อยไว้นาน เส้นประสาทอาจถูกกดนานจนฟื้นตัวยาก 

9. ข้อแนะนำจากหมอเก่ง 

อาการแบบนี้ หมอช่วยได้ครับ ถ้าเริ่มรักษาเร็ว มักจะดีขึ้นได้โดยไม่ต้องผ่าตัด 

แนะนำให้พบแพทย์เฉพาะทางถ้าอาการเรื้อรังหรือรุนแรงมากขึ้น 

หากใครที่มีอาการข้างต้นนี้ ก็อย่าลืมดูแลสุขภาพตัวเองด้วย โดยเฉพาะกลุ่มทำงานและผู้สูงอายุ ยิ่งมีความเสี่ยงที่จะเป็นมากกว่าคนทั่วไป  “อีจัน” เป็นห่วงทุกคนค่ะ 

ที่มา: เพจเฟซบุ๊ก หมอเก่งกระดูกและข้อ 

https://www.facebook.com/share/p/19QyABddte