ใครที่เคยเจอเเบบนี้ มันเเย่มากจริงๆ! เมื่อ “ครอบครัว” กลายเป็นพื้นที่สร้างบาดแผลทางใจที่ฝังลึก
ต้องบอกเบบนี้ค่ะว่าในยุคที่โลกออนไลน์เต็มไปด้วยกระแสดราม่าครอบครัวที่เกิดขึ้นไม่เว้นแต่ละวัน หลายคนอาจมองว่าเป็นเพียง “ข่าว” หรือเรื่องไกลตัว แต่สำหรับอีกหลายชีวิต เหตุการณ์เหล่านั้นกลับเป็นเหมือนกระจกบานใหญ่ที่สะท้อนความทรงจำอันขมขื่นในวัยเด็กที่ซุกซ่อนอยู่ใต้พรมมาแสนนาน

ขณะเดียวกัน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พญ.พิชญา พจนโพธา อาจารย์ประจำภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ออกมาพูดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ “บาดแผลทางใจ” ซึ่งหลายคนกำลังเจอภาวะเเบบนี้ ซึ่ง “บาดแผลทางใจ” คือความเจ็บปวดที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า และที่น่าตกใจคือ มันสามารถเกิดขึ้นได้แม้จะไม่เคยถูกทำร้ายร่างกายเลยก็ตาม ร่องรอยที่เกิดจาก “เรื่องเล็กๆ ที่ฉายซ้ำ” เช่น , การถูกเปรียบเทียบ การไม่ได้รับคำชื่นชม การขาดการปลอบโยน หรือความขัดแย้งรุนแรงภายในครอบครัว


ร่องรอยเหล่านี้จะยิ่งรุนแรงและซับซ้อนมากขึ้นเเละส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจได้ในระยะยาวหลายคนอาจเติบโตมาโดยไม่เคยถูกทำร้ายร่างกาย แต่กลับมีความรู้สึกเจ็บปวดอยู่ภายในใจ โดยความเจ็บนั้นอาจเกิดจากเหตุการณ์เล็กๆ ที่เกิดขึ้นซ้ำๆ ในชีวิต เช่น การถูกเปรียบเทียบ ไม่ได้รับคำชื่นชม ไม่มีใครปลอบใจ หรือแม้แต่การทะเลาะรุนแรงในครอบครัว รวมถึงการถูกด่าทอหรือไล่ออกจากบ้าน ซึ่งล้วนสามารถก่อให้เกิด “บาดแผลทางใจ” ได้ โดยเฉพาะบาดแผลทำร้ายร่างกายหรือการล่วงละเมิดทางเพศร่วมด้วย บาดแผลทางใจจะยิ่งมีความรุนแรงและซับซ้อนมากขึ้น
ทำไมบาดแผลจากครอบครัวจึงฝังลึก? ครอบครัวคือสังคมแรกที่มนุษย์เรียนรู้การสร้างความสัมพันธ์ และเป็นต้นแบบในการใช้ชีวิตในอนาคต
เมื่อเด็กเติบโตขึ้นในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด พวกเขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องอดทน และมักจะสรุปความเข้าใจผิดๆ ว่า “เป็นความผิดของตัวเอง” เด็กๆ มักจะคิดว่า “มีบางอย่างผิดปกติในตัวฉัน” แทนที่จะตระหนักว่านั่นคือพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของผู้ใหญ่ ความเข้าใจที่บิดเบี้ยวนี้เองที่ทำให้หลายคนเพิ่งมารู้ตัวว่ามีบาดแผลทางใจเอาตอนที่เติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว

อย่างไรก็ตาม สัญญาณเตือนว่าเมื่อไหร่ที่ควร “เยียวยา”? คุณหมอพิชญาเน้นย้ำว่า การมีบาดแผลทางใจไม่ได้แปลว่าบุคคลนั้นเป็นผู้ป่วยเสมอไป เพราะเกือบทุกคนล้วนมีความทรงจำทั้งดีและร้ายในวัยเด็กแต่จุดที่ต้องเริ่มสังเกตคือเมื่อแผลนั้นเริ่มอักเสบและกระทบต่อชีวิตปัจจุบัน เช่น
กระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตนเองได้ เกิดปัญหาในความสัมพันธ์เดิมๆ ซ้ำซ้อน ยิ่งถ้าเริ่มรู้สึกว่า “เงาในอดีต” กำลังบดบังความสุขในปัจจุบัน การเข้ารับคำปรึกษาจากจิตแพทย์เพื่อประเมินและวางแผนการดูแลอย่างเหมาะสม คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้คุณหลุดพ้นจากวงจรความเจ็บปวดที่มองไม่เห็นนี้ได้ เพราะความเจ็บปวดที่ไม่มีแผล ไม่ได้แปลว่ามันไม่เจ็บ และการเริ่มต้นรักษาใจตั้งแต่วันนี้ คือก้าวแรกสู่การมีชีวิตที่มั่นคงและเข้มแข็งกว่าเดิม
เเล้วลูกเพจคนไหนที่มีความทรงจำหรือบาดเเผลในใจบ้างมั้ยคะ ลองมาเเชร์กันดูหน่อยนะคะ?
