ช็อก! หมอ ยกเคสคนไข้เบาหวาน มีไข้-เบื่ออาหาร- น้ำหนักลด สุดท้ายเป็น ฝีในตับ
พอลลี่ อีจัน
11 มีนาคม 2569

อาการเล็กๆน้อยๆก็ไม่ใช่ว่าจะไม่อันตราย!
ถ้ารู้สึกว่าไม่ปกติ ต้องรีบเช็ก
วันนี้(11 มี.ค.69) นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ แพทย์เฉพาะทางด้านโรคระบบการหายใจ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก หมอมนูญ ลีเชวงวงศ์ FC เผยถึงเคสผู้ป่วยชาย วัย 56 ปีที่มีอาการ ไข้ต่ำๆ 2 สัปดาห์ เบื่ออาหาร กินอาหารไม่อร่อย น้ำหนักลด 2 กิโลกรัม ไม่ปวดท้อง ไม่ได้เดินทาง ไม่กินอาหารดิบๆสุกๆ ไม่กินเหล้าไม่สูบบุหรี่ เเต่เป็น “โรคเบาหวาน”

พอตรวจร่างกายอุณหภูมิ 38.5 องศาเซลเซียส คลำท้อง ตับไม่โต ไม่เจ็บ เจาะเลือด เม็ดเลือดขาวในเลือดสูง 15,050 ค่า alkaline phosphatase สูง 564 ส่งเลือดเพาะเชื้อ ไม่ขึ้นเชื้อแบคทีเรีย เเละได้ทำการตรวจด้วยการอัลตราซาวด์ช่องท้อง สงสัยฝีในตับข้างซ้ายขนาด 5.2 × 4 เซนติเมตร ทำคอมพิวเตอร์ช่องท้อง เห็นฝีขนาดใหญ่ในตับด้านซ้ายขนาด 6.6 × 4.3 เซนติเมตร
วินิจฉัยก็คือ คนไข้โรคเบาหวานเป็น ฝีในตับขนาดใหญ่ เเละหมอได้ทำการเจาะฝีในตับ ได้หนองข้นสีเหลือง 70 ซีซี ใส่สายระบายหนอง คาไว้ 5 วัน ถอดสายเมื่อไม่มีหนองไหลออกมาอีก เพาะเชื้อจากหนองในตับขึ้นเชื้อแบคทีเรีย Klebsiella pneumoniae ไวต่อยา Ceftriaxone และยา Levofloxacin ต่อมาให้ยาปฏิชีวนะ Ceftriaxone ทางเส้นเลือดตั้งแต่วันแรกที่เข้านอนในรพ. ไข้ลง กินอาหารได้มากขึ้น อยู่โรงพยาบาล 7 วัน ให้กลับบ้านได้นัดมาฉีดยา Ceftriaxone วันละครั้งอีก 2 สัปดาห์ หลังจากนั้นเปลี่ยนเป็นยากิน คงต้องให้การรักษาฝีในตับด้วยยาปฏิชีวนะอย่างน้อย 2 เดือน


หลังจากเรื่องราวนี้ได้ออกไปต่างก็มีชาวเน็ตมาตั้งคำถามว่า ฝีในตับ ลักษณะเป็นยังไง เเล้วมีสาเหตุเกิดขึ้นเพราะอะไรได้บ้าง?
ซึ่งคุณหมอมนูญ ได้เคยบอกรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ค่ะ เผยว่า โรคฝีในตับ คือเชื้อที่จากเชื้อแบคทีเรียกรัมลบ Klebsiella pneumoniae
โรคฝีในตับเป็นโรคที่พบบ่อยในประเทศไทย ส่วนใหญ่สาเหตุเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย พบบ่อยกว่าเกิดจากเชื้อบิดและเชื้อวัณโรค

แบคทีเรียพบบ่อยที่สุดเป็นเชื้อกรัมลบ Klebsiella pneumoniae โรงพยาบาลพบผู้ป่วยที่เป็นฝีในตับจากเชื้อนี้ปีละประมาณ 3 ราย ผู้ป่วยจะมาด้วยอาการไข้สูง หนาวสั่น ปวดท้อง บางคนความดันโลหิตต่ำ เม็ดเลือดขาวในเลือดสูง เอนไซม์ตับสูงผิดปกติ ทำอัลตราซาวด์ของตับพบผิดปกติ ทำคอมพิวเตอร์สแกนของช่องท้องส่วนบนจะพบฝีในตับ พบได้ในตับทั้งขวาหรือข้างซ้าย


วินิจฉัยและรักษาโดยใส่สายระบายหนองจากฝีในตับผ่านทางหน้าท้อง และส่งหนองย้อมเชื้อและเพาะเชื้อ
ร่วมกับให้ยาปฏิชีวนะทางเส้นเลือด เมื่อพบเชื้อ Klebsiella pneumoniae แพทย์จะปรับยาปฏิชีวนะตามความไวของเชื้อโรคต่อยา ถ้ารักษาช้าอาจเสียชีวิต ส่วนใหญ่โรคนี้พบในคนที่มีโรคประจำตัว โรคเบาหวาน โรคตับ โรคไต คนที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ และคนสูงอายุ
อย่างไรก็ตามต้องระวังกันให้มากนะคะ ใครที่มีญาติผู้ใหญ่ที่บ้านที่มีโรคประจำตัวเเล้วมีอายุที่มากเเล้ว
ต้องคอยเตือน คอยดูเเลเเกให้ดีๆด้วยค่ะ
ที่มา: เฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/share/p/18FB4KrcS9/?mibextid=wwXIfr , https://www.facebook.com/share/p/17BXWaJi4S/