หมอเจดเตือน 5 สารเคมีในอาหาร กินบ่อยเสี่ยงมะเร็งลำไส้
บวรวัฒน์ อีจัน
19 สิงหาคม 2568

บางครั้ง.. อาหารที่เราเลือกรับประทานทุกวัน อาจทำร้ายร่างกายในแทบทุก ๆ วัน
(17 ส.ค. 68) นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เปิดเผย 5 สารเคมีอันตรายที่แอบแฝงไว้บนมื้ออาหาร ซึ่งหากรับประทานบ่อยอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิด มะเร็งลำไส้ใหญ่ โรคยอดฮิตของประชากรโลก พบเจอได้แทบทุกมื้ออาหารประจำวัน

โพสต์ระบุว่า
ในยุคที่อาหารสะดวกและรวดเร็วกลายเป็นทางเลือกหลักของผู้บริโภค แต่เบื้องหลังความอร่อยและความสะดวกนั้น อาจมี “สารเคมีอันตราย” แฝงอยู่ ซึ่งหากรับประทานเป็นประจำสามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิด มะเร็งลำไส้ใหญ่ โรคร้ายที่คร่าชีวิตประชากรทั่วโลก ล่าสุดผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการเตือนว่า มีสารเคมี 5 กลุ่มที่ควรระวังอย่างยิ่ง ได้แก่
1. ไฮโดรคาร์บอน (Polycyclic Aromatic Hydrocarbons, PAHs)
ไฮโดรคาร์บอน คือสารเคมีที่เกิดขึ้นเมื่อเราทำอาหารประเภทปิ้งย่าง โดยมีไขมันหยดลงบนถ่านหรือเตา เมื่อไขมันสัมผัสกับความร้อนและเกิดการเผาไหม้ จะปล่อยไฮโดรคาร์บอนออกมาทางควันซึ่งจะเคลือบอยู่บนผิวเนื้อสัตว์ที่ย่าง ก็จะเป็นพวกหมูกระทะ บาร์บีคิว การบริโภคเนื้อสัตว์ที่ผ่านความร้อนมาก ๆ เป็นเวลานาน มีผลให้ร่างกายได้รับสารพิษสะสม ซึ่งไฮโดรคาร์บอนจะเข้าทำลาย DNA ในเซลล์ลำไส้ ทำให้เกิดการกลายพันธุ์และเพิ่มความเสี่ยงในการพัฒนาเซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่ เพื่อลดความเสี่ยงจากการได้รับสารไฮโดรคาร์บอน ควรเลี่ยงการทำอาหารด้วยวิธีปิ้งย่างโดยเฉพาะการย่างจนไหม้เกรียม และควรหลีกเลี่ยงการให้ไขมันหยดลงบนถ่านหรือเตาโดยตรง
2. อะคริลาไมด์ (Acrylamide)
อะคริลาไมด์เป็นสารเคมีที่พบในอาหารทอดหรืออาหารที่ผ่านความร้อนสูง โดยเฉพาะในอาหารประเภทจังก์ฟู้ด เช่น เฟรนช์ฟรายส์ และมันฝรั่งทอดกรอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อใช้น้ำมันพืชเก่าที่ผ่านการใช้งานซ้ำ การทอดในน้ำมันความร้อนสูงจะปล่อยอะคริลาไมด์ออกมา สารนี้เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะส่งผลกระทบต่อระบบยีนส์ และสามารถกระตุ้นการเกิดเซลล์มะเร็งได้
เพราะฉะนั้น ควรหลีกเลี่ยงอาหารประเภททอดโดยเฉพาะที่ทำจากน้ำมันที่ใช้ซ้ำ และควรบริโภคอาหารสดหรือปรุงใหม่ เพื่อลดการได้รับอะคริลาไมด์ในปริมาณสูง

3. ไนเตรตและไนไตรต์ (Nitrate and Nitrite)
ไนเตรตและไนไตรต์ เป็นสารเคมีที่พบในอาหารแปรรูป เช่น ไส้กรอก แฮม และเบคอน สารเหล่านี้ถูกเติมในอาหารเพื่อรักษาสีและยืดอายุการเก็บรักษา แต่เมื่อเข้าสู่ร่างกาย สารไนเตรตและไนไตรต์จะเปลี่ยนเป็นไนโตรซามีน (Nitrosamines) ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งที่สามารถกระตุ้นการพัฒนาของเซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ ยิ่งถ้าเรากินอาหารแปรรูปเป็นประจำก็ยิ่งเสี่ยง
เพราะฉะนั้น ควรจำกัดการบริโภคอาหารแปรรูป โดยเฉพาะประเภทที่มีสารกันบูดอย่างไนเตรตและไนไตรต์ และหันมาบริโภคอาหารสดหรืออาหารที่ไม่มีการปรุงแต่งสารเคมีจะช่วยลดความเสี่ยงได้
4. ออร์กาโนฟอสเฟต (Organophosphate)
ออร์กาโนฟอสเฟต เป็นสารเคมีกลุ่มยาฆ่าแมลงที่ใช้ในการเกษตรและอาจตกค้างอยู่ในผักผลไม้ หากเราบริโภคผักผลไม้ที่มีสารเคมีตกค้างในปริมาณมาก สารเหล่านี้จะสะสมในร่างกายและอาจทำลาย DNA ในเซลล์ลำไส้ใหญ่ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งได้ การล้างผักผลไม้ด้วยน้ำธรรมดาอาจไม่เพียงพอในการกำจัดสารเคมีเหล่านี้ ควรแช่ผักผลไม้ในน้ำด่างทับทิม หรือน้ำผสมน้ำส้มสายชู หรือน้ำเกลือก่อนบริโภค และควรเลือกบริโภคผักผลไม้ออร์แกนิกที่ปลอดจากสารเคมี
5. ฟอร์มัลดีไฮด์ (Formaldehyde)
ฟอร์มัลดีไฮด์ มักพบในเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยเมื่อบริโภคแอลกอฮอล์ในปริมาณมากจะเกิดการเปลี่ยนแปลงในร่างกายทำให้เกิดสารประกอบที่ไปกระตุ้นยีนบางตัวที่เกี่ยวข้องกับการเกิดเซลล์มะเร็ง แอลกอฮอล์นอกจากทำให้เกิดฟอร์มัลดีไฮด์แล้วยังส่งผลเสียต่ออวัยวะอื่น ๆ ในระบบทางเดินอาหาร รวมถึงทำให้ลำไส้อักเสบและเพิ่มโอกาสในการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่อีกด้วย
วิธีลดความเสี่ยงคือจำกัดการบริโภคแอลกอฮอล์ หรือหลีกเลี่ยงการดื่มหากเป็นไปได้ เพื่อป้องกันการเกิดเซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่ และลดผลกระทบจากฟอร์มัลดีไฮด์ในร่างกาย
ทั้งนี้ หมอเจดกล่าวอีกว่า อีกอย่างที่ฝาก สารพิษในบุหรี่ บุหรี่ไม่เพียงแต่เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งระบบทางเดินหายใจ แต่ยังมีสารพิษหลายชนิด ที่สามารถกระตุ้นเซลล์มะเร็งในระบบทางเดินอาหาร รวมถึงลำไส้ใหญ่ การสูบบุหรี่แบบธรรมดาและบุหรี่ไฟฟ้าเป็นอันตรายต่อสุขภาพ และเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งทุกประเภท รวมถึงเพิ่มความเสี่ยงให้กับคนรอบข้างด้วย
การดูแลสุขภาพ โดยการลดปริมาณสารพิษที่ได้รับจากอาหารเป็นสิ่งสำคัญ ในการลดความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ การหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารปิ้งย่าง อาหารทอด น้ำมันเก่า อาหารแปรรูป และอาหารที่อาจมีสารตกค้าง เป็นการป้องกันที่ดีที่สุดที่เราสามารถทำได้ และควรตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอเพื่อลดความเสี่ยงในระยะยาว

ทั้งนี้ การดูแลสุขภาพเกิดขึ้นได้ด้วยตัวเอง ฉะนั้นเลือกรับประทานอาหารอย่างเหมาะสมด้วยนะครับ “อีจัน” เป็นห่วง
ขอบคุณข้อมูล : เฟซบุ๊ก หมอเจด