แพทย์ เตือน “คนวัยทอง” ระวัง! ขาดสารอาหาร อาจส่งผลเสียต่อร่างกายหลายด้าน
พอลลี่ อีจัน
7 สิงหาคม 2568

วัยทอง เป็นวัยที่ปรับเปลี่ยนหลายอย่างในร่างกายเยอะมาก!
เมื่อวันที่(6 ส.ค.68) เพจเฟซบุ๊ก หมอโอ๊ค DoctorSixpack ได้ออกมาโพสต์เตือนเกี่ยวกับสุขภาพของคน “วัยทอง” ที่ขาดสารอาหาร ต้องระวังให้มากเพราะอาจเกิดการแก่ไว-เหนื่อยเพลีย-ท้องผูก-พุงใหญ่-กระดูกพรุน-นอนไม่หลับ-เผาผลาญพัง เรียกว่าส่งผลเสียต่อสุขภาพแบบทุกด้าน โดยคุณหมอได้ระบุว่า…

เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายของเราจะมีประสิทธิภาพในการผลิตวิตามินดี 3 ลดลง และเสี่ยงทำให้เราอายุสั้นลงมากๆ โดยภาวะนี้พบมากในผู้สูงวัยและสามารถส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้มากกว่าที่เราคิด ลองมาดูกันว่าเมื่อขาดวิตามินดี3 แล้ว ร่างกายของเราจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง
1. ความเสี่ยงของกระดูกพรุนเพิ่มขึ้น วิตามินดีสำคัญในการช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียม หากขาดวิตามินดี ร่างกายจะดูดซึมแคลเซียมได้น้อยลง ส่งผลให้กระดูกของเราเสื่อมลงและบางลง ซึ่งนำไปสู่โรคกระดูกพรุนในผู้สูงอายุ งานวิจัยจาก The Journal of Clinical Endocrinology & Metabolism ในปี 2011 สรุปว่าการขาดวิตามินดีเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของกระดูกพรุน
2. กล้ามเนื้ออ่อนแรง วิตามินดีไม่เพียงช่วยเรื่องกระดูก แต่ส่งผลต่อกล้ามเนื้อด้วยครับ เมื่อขาดวิตามินดี กล้ามเนื้อของผู้สูงวัยจะเริ่มอ่อนแรงและอาจมีความเสี่ยงต่อการหกล้มสูงขึ้น งานวิจัยหนึ่งจาก Osteoporosis International ในปี 2013 พบว่าการเสริมวิตามินดีช่วยลดความเสี่ยงของการหกล้มในผู้สูงอายุได้อย่างชัดเจน
3. ภูมิคุ้มกันลดลง วิตามินดีมีส่วนสำคัญต่อระบบภูมิคุ้มกันครับ เมื่อระดับวิตามินดีต่ำลง ภูมิคุ้มกันของเราจะอ่อนแอลง ทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อเพิ่มขึ้น งานวิจัยใน The American Journal of Clinical Nutrition พบว่าผู้สูงอายุที่มีระดับวิตามินดีต่ำมีโอกาสติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจสูงกว่าผู้ที่มีระดับปกติ
4. เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ การขาดวิตามินดีเชื่อมโยงกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของโรคหัวใจและหลอดเลือด งานวิจัยจาก Circulation วารสารทางการแพทย์ในปี 2010 พบว่าผู้ที่มีระดับวิตามินดีต่ำมีโอกาสเป็นโรคหัวใจมากขึ้นถึง 50%
5. ความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานสูงขึ้น มีการศึกษาพบว่าการขาดวิตามินดีอาจเชื่อมโยงกับความเสี่ยงต่อการเป็นเบาหวานประเภท 2 เนื่องจากวิตามินดีมีผลต่อการทำงานของอินซูลินและการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด งานวิจัยจาก Diabetes Care พบว่าการเสริมวิตามินดีสามารถช่วยปรับปรุงการตอบสนองต่ออินซูลินได้ในผู้สูงวัย

6. อารมณ์แปรปรวนและภาวะซึมเศร้า การขาดวิตามินดีเชื่อมโยงกับอารมณ์แปรปรวน โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ วิตามินดีมีบทบาทสำคัญในการควบคุมสารสื่อประสาทที่ส่งผลต่ออารมณ์ งานวิจัยจาก Journal of Affective Disorders ในปี 2014 ชี้ให้เห็นว่าผู้สูงอายุที่มีระดับวิตามินดีต่ำมีโอกาสสูงที่จะเป็นโรคซึมเศร้า
7. ภาวะหลงลืมและการทำงานของสมองถดถอย ระดับวิตามินดีที่ต่ำอาจทำให้เกิดภาวะหลงลืม หรือทำให้การทำงานของสมองช้าลง งานวิจัยจาก Neurology ในปี 2015 พบว่าการขาดวิตามินดีอาจเชื่อมโยงกับการเสื่อมถอยของการทำงานของสมองในผู้สูงอายุ
8. เสี่ยงต่อโรคมะเร็ง วิตามินดีมีส่วนช่วยในการป้องกันการเติบโตของเซลล์มะเร็งบางชนิด งานวิจัยจาก และ ผู้ป่วยมะเร็งมากกว่า 80% ขาดวิตามินดี3 หรือ วิตามินดี3 ไม่อยู่ในเกณท์ที่ดีเยี่ยม Cancer Prevention Research ระบุว่าระดับวิตามินดีที่สูงขึ้นอาจช่วยลดความเสี่ยงของมะเร็งลำไส้ใหญ่
9. นอนหลับไม่สนิท การขาดวิตามินดีสามารถส่งผลต่อการนอนหลับ โดยมีการวิจัยที่ชี้ให้เห็นว่าระดับวิตามินดีที่ต่ำทำให้มีความเสี่ยงต่อการนอนหลับไม่สนิทมากขึ้น งานวิจัยจาก Sleep Medicine Reviews ในปี 2017 แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์นี้
10. เสี่ยงต่อการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ ผู้สูงวัยที่มีการขาดวิตามินดีมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะมากขึ้น งานวิจัยใน PLOS One พบว่าระดับวิตามินดีต่ำมีความสัมพันธ์กับการติดเชื้อในระบบนี้
สรุปแล้ว การขาดวิตามินดีในผู้สูงวัยเป็นเรื่องที่เราควรให้ความสำคัญ หากใครสงสัยว่าตัวเองอาจจะขาดวิตามินดีหรือไม่ ลองสังเกตอาการที่หมอโอ๊คได้บอกไปนะครับ หรือแนะนำให้ไปตรวจสุขภาพประจำปีก็ได้เช่นกัน ทั้งนี้หากใครที่มีอาการ แนะนำว่าให้เสริม วิตามินดี3 และ วิตามินเค2 คู่กับแมกนีเซียม และ โอเมก้า 3 ครับ หมอโอ๊ค ให้คุณแม่ และ คุณพ่อเสริม ทั้งสอง ทั้ง 3
อย่าลืมหันมาดูแลสุขภาพนะคะ ‘อีจัน’ เป็นห่วง อยากให้ทุกคนไม่ว่าจะอายุเท่าไร หรือวัยไหน ก็สำคัญเหมือนกัน
ที่มา: เพจเฟซบุ๊ก หมอโอ๊ค DoctorSixpack https://www.facebook.com/share/p/1WUZSZzkhM/