ดอนตาล เฝ้าระวัง! “โรคแอนแทรกซ์” คร่าชีวิตชาวมุกดาหาร แล้ว 1 ราย 

แพทตี้ อีจัน

แพทตี้ อีจัน

1 พฤษภาคม 2568

ดอนตาล เฝ้าระวัง! “โรคแอนแทรกซ์” คร่าชีวิตชาวมุกดาหาร แล้ว 1 ราย 

อวสานสายซอยจุ๊ เลิกได้เลิกค่ะ “โรคแอนแทรกซ์” คร่าชีวิตชาวมุกดาหาร แล้ว 1 ราย 

วันนี้ (1 เม.ย.68) เฟซบุ๊ก หมอแล็บแพนด้า ออกมาโพสต์ข่าวเศร้า พร้อมเตือนภัยคนที่ชอบกินดิบ ระบุว่า… 

“เตือนภัย มีคนเสียชีวิตด้วยโรคแอนแทรกซ์ ในพื้นที่ อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร 1 ราย มีประวัติสัมผัสวัว ควาย ตามวิถีชาวบ้าน และล่าสุดกินเนื้อวัวดิบในงานบุญฯ เห็นว่ากินกันหลายคน แต่โชคดีที่รู้แล้วว่าเป็นแอนแทรกซ์รายต่อๆ ไปน่าจะรักษาได้ตรงจุดได้ไว 

โรคแอนแทรกซ์ (Anthrax) เป็นโรคติดเชื้อที่เกิดจากแบคทีเรีย บาซิลลัส แอนทราซิส’(Bacillus anthracis) มันสามารถสร้างสปอร์ทนทานสภาพแวดล้อมได้นานเป็นสิบปี อยู่ตามดิน พืชผัก หรือซากสัตว์ที่ปนเปื้อนสปอร์ พอมีโอกาสก็แฝงตัวเข้าสู่คนทาง 3 ทางหลัก 

1. แอนแทรกซ์ผิวหนัง (Cutaneous Anthrax) 

– พบมากที่สุด (95% ของผู้ติดเชื้อ)   

– อาการ: เริ่มจากตุ่มคัน กลายเป็นแผลสีดำ (eschar) มีเนื้อตายล้อมด้วยวงบวมแดง   

– อัตราตาย: น้อยกว่า 1% ถ้ารีบรักษาทัน   

2. แอนแทรกซ์ระบบหายใจ (Inhalational Anthrax) 

– อันตรายที่สุด เกิดจากการสูดสปอร์เข้าไป   

– อาการระยะแรก คล้ายไข้หวัดใหญ่ ไข้สูง ไอ เหนื่อย แล้วไประยะช็อกทำให้หายใจลำบาก ตัวเขียว โลหิตเป็นพิษ   

– อัตราตาย: สูงกว่า 80% ถ้ารักษาช้า   

3. แอนแทรกซ์ทางเดินอาหาร (Gastrointestinal Anthrax) 

– ติดเชื้อจากการกินเนื้อสัตว์ป่วยที่ไม่สุก 

– อาการ: ปวดท้องรุนแรง อาเจียน ถ่ายเป็นเลือดสีดำ   

– อัตราตาย: 25-60%   

อย่าลืมนะครับ เน้นกินสุก 100% และถ้าไปเจอสัตว์ตายโดยไม่รู้สาเหตุอย่าเอามาชำแหละกินกัน ถ้าพบสัตว์ตายผิดปกติรีบหนีให้ห่าง และให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทันที” 

ทั้งนี้ ประกาศอำเภอดอนตาล เรื่อง มาตรการควบคุมโรค (ฉบับที่ 1) ระบุว่า ด้วยปรากฏว่าได้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย ในตำบลเหล่าหมี อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร โดยมีการสัมผัสโค กระบือและรับประทานเนื้อวัว และมีอาการไข้และตุ่มบริเวณผิวหนัง จึงเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลดอนตาล เมื่อวันที่ 27 เม.ย.68 และทางโรงพยาบาลดอนตาลได้มีการส่งตัวเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลมุกดาหาร และเสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 30 เม.ย.68  สันนิษฐานเบื้องต้นว่า มีการติดเชื้อโรคแอนแทรกซ์ 

ดังนั้น เพื่อให้การควบคุมโรคและเฝ้าระวังการแพร่ระบาดโรคแอนแทรกซ์ อำเภอดอนตาล จึงให้ดำเนินการจัดตั้งจุดตรวจ จุดสกัด เพื่อป้องกันการเคลื่อนย้ายโค กระบือและแพะ เข้าและออกในพื้นที่อำเภอดอนตาล ดังนี้ 1. จุดตรวจบ้านป่าพะยอม 2. จุดตรวจบ้านนาห้วยกอก 3. จุดตรวจบ้านภูวง 4. จุดตรวจหน้าสถานีตำรวจภูธรป่าไร่ ประกาศ ณ วันที่ 30 เมษายน 2568 

นายชาคริต ชมจันทร์ นายอำเภอดอนตาล ได้แจ้งที่ประชุมประจำเดือนร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการ และกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในพื้นที่อำเภอดอนตาล เพื่อให้การควบคุมโรคและเฝ้าระวังการแพร่ระบาดโรคแอนแทรกซ์ จึงได้กำหนดมาตรการควบคุมโรค ดังนี้ 

1. ห้ามฆ่าสัตว์ โดยเฉพาะ โค กระบือ ในห้วงงานบุญประเพณีบุญเดือนหก (บุญบั้งไฟ) ทุกกรณี 

2. โรงพยาบาลดอนตาล สาธารณสุขอำเภอดอนตาล และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเหล่าหมี ได้เปิดศูนย์ป้องกันและควบคุมโรค เพื่อบริการประชาชนในการตรวจเชื้อโรคแอนแทรกซ์ ดังนี้ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเหล่าหมี ศาลาประชาคม หมู่ที่ 1 บ้านเหล่าหมี 

3. ให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) สำรวจประชาชนในพื้นที่เสี่ยง และให้บันทึกข้อมูลลงในระบบของกระทรวงสาธารณสุข เพื่อเป็นการเฝ้าระวังในการแพร่ระบาดของโรคแอนแทรกช์ 

4.การเฝ้าระวังการติดเชื้อของโค กระบือและแพะ มอบหมายให้ปศุสัตว์อำเภอดอนตาลดำเนินการ 

5. ให้กำนัน – ผู้ใหญ่บ้าน ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในพื้นที่ทราบ ลักษณะอาการของการติดเชื้อโรคแอนแทรกซ์ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค หากประชาชนท่านใดมีอาการดังกล่าว ให้มาตรวจหาเชื้อได้ที่ศูนย์ป้องกันและควบคุมโรค 

6. ให้กำนัน – ผู้ใหญ่บ้าน ประชาสัมพันธ์หากพบโค กระบือและแพะ ที่มีอาการ มีไข้สูง ไม่กินหญ้าแต่ยืนเคี้ยวเอื้อง มีน้ำลายปนเลือดไหลออกมา หายใจลำบาก ยืนโซเซ กล้ามเนื้อกระตุก ชัก ให้กักขังสัตว์ดังกล่าว และแจ้งปศุสัตว์อำเภอดอนตาลเข้ามาตรวจสอบโดยทันที 

7. ให้มีการตั้งจุดตรวจ/จุดสกัด ในการลักลอบขนโค กระบือและแพะ ออกจากพื้นที่ที่มีการระบาดของโรคแอนแทรกซ์ 

8. ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.568 เป็นต้นไป ปศุสัตว์อำเภอดอนตาล จะทำการฉีดวัดวัคซีนโค กระบือและแพะ ในพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดโรคแอนแทรกซ์ จึงห้ามไม่ให้ประชาชนในพื้นที่ที่มีการฉีดวัคซีนทำการฆ่าหรือชำแหละโค กระบือ และแพะ ในเวลา 21 วัน นับตั้งแต่มีการฉีดวัควัคซีน 

‘อีจัน’ ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้สียชีวิตด้วยค่ะ ระวังกันด้วยนะ กินอาหารที่สุก สะอาด ปลอดภัยดีกว่าค่ะ 

ขอบคุณและภาพจาก: หมอแล็บแพนด้า, Nopporn Saengkampra