หมอหมู เตือน อ้างของหายบ่อย อาจเป็นสัญญาณของโรคจิตเวช
Phetchan
18 ตุลาคม 2568

อย่ามองข้าม! หากคนใกล้ตัว หรือ คนที่คุณพบมักอ้างว่า *ของตัวเองหายบ่อยๆ* ทั้งๆ ที่จริงแล้วของนั้นไม่เคยหายไปเลย
เพราะบางครั้งมันอาจเป็น อาการของโรคจิตเวชที่เรียกว่า “Factitious Disorder” หรือ Munchausen Syndrome
วันนี้ (18 ต.ค.68) รศ.นพ.วีระศักดิ์ จรัสชัยศรี หรือหมอหมู โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เกี่ยวกับพฤติกรรมที่อ้างว่าของหายบ่อยๆ ว่า อาจเป็นสัญญาณของโรคจิตเวช
หลายคนอาจเคยพบเจอคนที่มักอ้างว่า *ของตัวเองหายบ่อยๆ* ทั้งๆ ที่จริงแล้วของนั้นไม่เคยหายไปเลย เช่น อ้างว่าโทรศัพท์หายหลายครั้ง หรือกระเป๋าตังค์หายบ่อยๆ แค่เรื่องเล็กน้อยนี้แต่กลับสร้างความสับสนและอารมณ์เสียให้กับคนรอบข้างที่ต้องรับมือกับคำอ้างเหล่านี้อยู่บ่อยครั้ง
แต่ท่านทราบไหมว่า… พฤติกรรมแบบนี้อาจไม่ใช่แค่เรื่องของการจำผิดหรือแค่พฤติกรรมที่เกิดขึ้นจากความสนุกสนาน
แต่บางครั้งมันอาจเป็น อาการของโรคจิตเวชที่เรียกว่า “Factitious Disorder” หรือ Munchausen Syndrome
ซึ่งคนที่มีอาการนี้มักจะสร้างเรื่องราวที่ไม่เป็นจริงเกี่ยวกับอาการทางร่างกายหรือความเสียหายของสิ่งของต่างๆ เพื่อดึงดูดความสนใจหรือความเห็นใจจากผู้อื่น
Factitious Disorder คืออะไร?
1. เป็นภาวะที่บุคคลมักจะสร้างหรือหลอกลวงเกี่ยวกับการเกิดอาการทางร่างกาย เช่น การอ้างว่าของหาย หรือ เจ็บป่วย ทั้งที่จริงแล้วไม่ได้เกิดขึ้น
2. บุคคลที่มีอาการนี้ต้องการความสนใจ และการดูแล จากผู้อื่นโดยไม่คำนึงถึงผลเสียทางสังคมหรือชีวิตประจำวัน
3. สิ่งที่ทำให้ต่างจากการโกหกเพื่อผลประโยชน์ (Malingering) คือ Factitious Disorder ไม่ได้ทำเพื่อผลประโยชน์ทางการเงินหรือส่วนตัว แต่เพื่อดึงดูดความสนใจจากคนรอบข้าง

ทำไมถึงเกิดขึ้น?
1. ความต้องการการสนใจหรือการเห็นใจจากผู้อื่นเป็นสาเหตุหลัก
2. ประสบการณ์ในวัยเด็กที่อาจมีการละเลยหรือการขาดการดูแล อาจทำให้เกิดพฤติกรรมเช่นนี้ในช่วงต่อมา
อย่าปล่อยให้พฤติกรรมนี้เป็นเรื่องเล็ก! เพราะบางครั้งความผิดปกติทางจิตอาจแสดงออกมาในรูปแบบที่เราคิดว่าไม่สำคัญ การให้ความสนใจและการรักษาในเวลาที่เหมาะสมจะช่วยลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้
อ้างอิงข้อมูลจาก:
1. American Psychiatric Association, Diagnostic and Statistical Manual of Mental Disorders, Fifth Edition (DSM-5), 2013
2. Johns Hopkins Medicine, “Factitious Disorder,” 2020.
ขอบคุณข้อมูจาก : หมอหมู วีระศักดิ์