กรมควบคุมโรค เผยยอดป่วย โรคฝีดาษลิง ในไทยที่ติดเพิ่มเเล้ว 5 ราย

พอลลี่ อีจัน

พอลลี่ อีจัน

4 กันยายน 2568

กรมควบคุมโรค เผยยอดป่วย โรคฝีดาษลิง ในไทยที่ติดเพิ่มเเล้ว 5 ราย

โรคฝีดาษลิง ระบาดหนักอีกเเล้ว! 

วันนี้ (4 ก.ย. 68) นพ.ภาณุมาศ ญาณเวทย์สกุล อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยข้อมูลการเฝ้าระวังสถานการณ์โรคฝีดาษวานร (Mpox) ของกองระบาดวิทยา พบว่า ในสัปดาห์ที่ 34 (17 – 23 ส.ค. 68) มีผู้ป่วยรายใหม่ 5 ราย แบ่งเป็นจังหวัดชลบุรี 3 ราย และจังหวัดขอนแก่นและกรุงเทพมหานคร จังหวัดละ 1 ราย 

สำหรับปี 68 นี้ มีผู้ป่วยสะสม 61 ราย โดยยังไม่พบรายงานผู้เสียชีวิต ขณะที่ตั้งแต่เกิดการระบาดในปี 2565 จนถึงปัจจุบัน ประเทศไทยมีผู้ป่วยสะสมรวม 933 ราย เสียชีวิต 13 ราย โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่มีปัจจัยเสี่ยงจากการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน การมีเพศสัมพันธ์กับคนแปลกหน้าก่อนป่วย หรือการสัมผัสแนบเนื้อกับผู้ป่วย ข้อมูลยังพบว่า ผู้ที่มีอาการรุนแรงหรือเสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นผู้ติดเชื้อเอชไอวี (HIV) ทั้งที่เพิ่งตรวจพบหรือทราบอยู่แล้วแต่ไม่ได้รับยาต้านไวรัสต่อเนื่อง ทำให้ภูมิคุ้มกันต่ำและมีความเสี่ยงต่ออาการรุนแรงมากกว่าผู้ป่วยทั่วไป 

อธิบดีกรมควบคุมโรค เผยว่า  ข้อมูลผู้ป่วยรายใหม่ 5 ราย อายุระหว่าง 18 – 39 ปี ปัจจัยเสี่ยงหลักมาจากการสัมผัสที่เกี่ยวข้องกับการมีเพศสัมพันธ์ ในสัปดาห์นี้ยังไม่พบผู้ติดเชื้อสายพันธุ์ clade lb ภายในประเทศ และยังไม่มีรายงานผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงหรือเสียชีวิต ทั้งนี้ องค์การอนามัยโลก (WHO) รายงานว่า ผู้ป่วยโรคฝีดาษวานรทั่วโลกยังพบต่อเนื่อง โดยเฉพาะภูมิภาคแอฟริกากลางและตะวันออก และบางประเทศในตะวันออกกลาง ซึ่งยังคงมีความเสี่ยงต่อการพบผู้ติดเชื้อที่นำเข้าจากต่างประเทศ กรมควบคุมโรคยังคงเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยคัดกรองผู้เดินทางจากประเทศเสี่ยง ให้ความรู้สุขศึกษาแก่ประชากรกลุ่มเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งกำชับบุคลากรทางการแพทย์และโรงพยาบาลเฝ้าระวัง หากพบผู้ป่วยสงสัยติดเชื้อ ให้รายงานเข้าสู่ระบบเฝ้าระวังทันที กรมควบคุมโรคขอยืนยันว่า ประเทศไทยมีระบบเฝ้าระวังและการดูแลรักษาผู้ป่วยที่มีความพร้อม ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก แต่ควรเฝ้าระวังและปฏิบัติตามมาตรการป้องกันตนเองอย่างต่อเนื่อง” 

สำหรับแนวทางการรักษา ผู้ป่วยโรคฝีดาษวานรจะได้รับการดูแลตามความรุนแรงของอาการและดุลยพินิจของแพทย์ โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ ผู้ป่วยที่มีอาการไม่รุนแรง สามารถรักษาตามอาการและแยกกักตัวที่บ้าน (Home Isolation) หากไม่สามารถแยกตัวได้ก็จะรักษาในโรงพยาบาล ส่วนผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงต่อโรครุนแรงหรือมีภาวะแทรกซ้อน จะได้รับยาต้านไวรัส Tecovirimat เพื่อลดความรุนแรงและป้องกันอาการแทรกซ้อน ระหว่างการรักษา แนะนำให้แยกตัวจากผู้อื่นประมาณ 21 วัน หรือจนกว่าผื่นและตุ่มจะตกสะเก็ดและหลุดลอกหมด เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อสู่ผู้อื่น 

โรคฝีดาษวานรสามารถป้องกันได้โดยหลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยหรือผู้ที่สงสัยติดเชื้อ รวมทั้งหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์กับบุคคลที่ไม่รู้จัก และสังเกตอาการเบื้องต้นด้วยตนเอง หากมีผื่นหรือตุ่มขึ้นบริเวณอวัยวะเพศ ทวารหนัก ปาก หรือบริเวณอื่น ๆ ของร่างกาย และมีประวัติสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยหรือมีเพศสัมพันธ์กับผู้ป่วยสงสัย/ยืนยัน ควรสังเกตอาการภายใน 21 วัน อาการที่ควรระวัง เช่น ไข้ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ต่อมน้ำเหลืองโตบริเวณหลังหู คอ หรือขาหนีบ เจ็บคอ คัดจมูก ไอ รวมถึงผื่นหรือตุ่มน้ำหรือตุ่มหนองตามอวัยวะเพศ ทวารหนัก มือ เท้า หน้าอก ใบหน้า หรือปาก หากพบอาการเหล่านี้ ให้รีบเข้ารับการตรวจที่สถานบริการสุขภาพหรือโรงพยาบาล พร้อมแจ้งอาการและประวัติเสี่ยงทันที เพื่อรับการรักษา 

 “เช็กสุขภาพตัวเองกันด้วยนะคะ” อันตรายมากจริงๆค่ะ  

ที่มา : กรมควบคุมโรค 

https://www.ddc.moph.go.th/brc/news.php?news=55337&deptcode=brc&news_views=142