ผวา! ญี่ปุ่น-ไทย เจอ”โคโรนาพันธุ์ใหม่” ในค้างคาวไทย?

หวั่นระบาดอีกระลอก! ญี่ปุ่น-ไทย พบไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในไทย ทีมวิจัยย้ำ “ติดคนได้” เชื้อร้ายจ่อประชิดเซลล์คน-เร่งวิจัยสกัดก่อนระบาดใหญ่

ผวาอีก! ทีมนักวิจัยญี่ปุ่นและไทยเจอเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในตัวค้างคาวในไทย?  

วันนี้(7 พ.ค.69) สื่อ nikkei  ของประเทศญี่ปุ่น ได้ออกมาโพสต์เกี่ยวกับ เชื้อโควิด ที่เรียกว่ามีการระบาดทั่วโลกมานานช่วงหนึ่ง ซึ่งตอนนี้คาดว่าเกิดขึ้นมาใหม่อีกเเล้ว เมื่อทีมนักวิจัยญี่ปุ่นและไทยเจอเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในตัวค้างคาวในไทย ผลศึกษาชี้เชื้อใหม่อาจติดเชื้อในมนุษย์ได้ ต่างจากเชื้ออื่นๆพบในอาเซียน  

ซึ่งการพบไวรัสนี้ในค้างคาว เป็นทีมวิจัยนำโดย  เคอิ ซาโตะ (Kei Sato) ศาสตราจารย์และนักวิจัยด้านไวรัสวิทยาที่มีชื่อเสียงจาก สถาบันวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยโตเกียว (IMSUT) เชี่ยวชาญด้านระบบไวรัสวิทย และนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ ประเทศไทย  

การศึกษาล่าสุดได้ค้นพบไวรัสหลายชนิดที่มีข้อมูลทางพันธุกรรมคล้ายกับ SARS-CoV-2 ซึ่งเป็นไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคโควิด-19 ในค้างคาวป่าที่อาศัยอยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่างไรก็ตาม ไวรัสเหล่านี้ไม่เกาะติดกับโปรตีนบนพื้นผิวของเซลล์มนุษย์ ทำให้ไม่น่าจะแพร่เชื้อสู่คนได้ 

แต่ในขณะนี้ นักวิจัยได้ทำการเก็บตัวอย่างไวรัสจากค้างคาวในประเทศไทย และได้เผยว่าไวรัสนี้ ไม่เคยรู้จักมาก่อนเเละสามารถจับกับโปรตีนในเซลล์มนุษย์ได้ 

จากการทดสอบในห้องปฏิบัติการ พบว่าวัคซีนและวิธีการรักษาโควิด-19 ที่มีอยู่ทั้งหมดมีประสิทธิภาพในการต่อต้านไวรัสสายพันธุ์ใหม่ การศึกษาชี้ให้เห็นว่าไวรัสสายพันธุ์ใหม่นี้มีความสามารถในการแพร่พันธุ์ต่ำกว่า ทำให้มีความรุนแรงน้อยกว่าไวรัสที่ก่อให้เกิดโควิด-19 

การวิเคราะห์ทางพันธุกรรมและภูมิศาสตร์ชี้ให้เห็นว่าไวรัสที่สามารถติดเชื้อในมนุษย์อาจกลายพันธุ์ในขณะที่แพร่กระจายอย่างกว้างขวางทั่วคาบสมุทรอินโดจีน ซึ่งรวมถึงประเทศไทย นำไปสู่การเกิดขึ้นของไวรัสหลากหลายสายพันธุ์ 

งานนี้ ซาโตะได้ก่อตั้งทีมร่วมกับนักวิจัยคนอื่นๆ ในญี่ปุ่นเพื่อรับมือกับการระบาดใหญ่ของโควิด-19 และสร้างระบบสำหรับการวิจัยไวรัสอย่างรวดเร็ว ผลการค้นพบใหม่เหล่านี้เป็นผลมาจากการขยายความพยายามดังกล่าวไปยังส่วนอื่นๆ ของเอเชีย 

ที่มา: สื่อต่างประเทศ https://asia.nikkei.com/business/science/new-coronavirus-found-in-thailand-may-be-able-to-infect-people-study