ฉีด “อสุจิ” เข้าร่างกาย หวังแก้ปวดหลัง สุดท้ายเป็น “ฝีหนอง”

บวรวัฒน์ อีจัน

บวรวัฒน์ อีจัน

2 กรกฎาคม 2568

ฉีด “อสุจิ” เข้าร่างกาย หวังแก้ปวดหลัง สุดท้ายเป็น “ฝีหนอง”

วิธีอื่นมีมากมาย แต่สุดท้ายเลือกวิธีพิสดารแบบนี้..

วันนี้ (2 ก.ค. 68) รศ.นพ.วีระศักดิ์ จรัสชัยศรี อาจารย์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ยกตัวอย่างกรณีสุดแปลกของชายคนหนึ่ง ที่ต้องการรักษาอาการปวดหลังด้วยตัวเอง กระทั่งตัดสินใจใช้ “อสุจิ” ฉีดเข้าสู่ร่างกาย สุดท้ายอาการปวดรุนแรง จนพบว่าเป็น “ฝีหนองใต้ผิวหนัง”

โพสต์ระบุว่า

รายงานผู้ป่วย (Case Report) ที่นำเสนอเหตุการณ์ทางการแพทย์ที่หาได้ยากและน่าตกใจอย่างยิ่ง เกี่ยวกับชายที่ฉีดสเปิร์มเข้าร่างกายเพื่อรักษาอาการปวดหลัง ซึ่งผลลัพธ์ที่ตามมาคือการเกิด “ฝีใต้ผิวหนัง (Subcutaneous Abscess)” 

ประเด็นสำคัญ :

1. กรณีชายวัย 33 ปี ที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ด้วยอาการปวดหลังส่วนล่างเรื้อรังที่แย่ลงอย่างรวดเร็ว และมีอาการแดง บวม และกดเจ็บบริเวณหลังส่วนล่าง 

2. การรักษาตนเองที่แปลกประหลาด : จากการซักประวัติ ผู้ป่วยยอมรับว่าได้ทำการ “ฉีดสเปิร์มของตนเอง” เข้าไปในแขนและขาเป็นเวลา 18 เดือน เพื่อหวังว่าจะบรรเทาอาการปวดหลังเรื้อรัง โดยมี “วิธีการคิดที่เป็นของตัวเอง” ที่เชื่อว่าการทำเช่นนั้นจะเป็นการรักษาที่ดีขึ้น 

3. ผลลัพธ์ทางคลินิก : การตรวจร่างกายพบว่า มีก้อนฝีขนาดใหญ่และมีลักษณะเป็นตุ่มแดงร้อนที่บริเวณหลังส่วนล่าง ผลการตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) ยืนยันว่ามี “ฝีใต้ผิวหนังขนาดใหญ่” บริเวณหลังส่วนล่าง 

4. การวินิจฉัยและการรักษา : 

– แพทย์ได้ทำการระบายหนองออกจากฝี และให้ยาปฏิชีวนะทางหลอดเลือดดำ 

– ผลการเพาะเชื้อหนอง : พบเชื้อแบคทีเรียที่หลากหลาย ซึ่งบ่งชี้ถึงการปนเปื้อนจากการฉีดสารที่ไม่ปลอดเชื้อเข้าร่างกาย 

บทความนี้เสนอเพื่อเป็นเครื่องเตือนใจถึง : 

1. อันตรายของการรักษาตนเองด้วยวิธีที่ไม่มีหลักฐานทางการแพทย์รองรับ : โดยเฉพาะอย่างยิ่งการฉีดสารแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกาย ซึ่งนำไปสู่การติดเชื้อและปฏิกิริยาของระบบภูมิคุ้มกัน 

2. ความจำเป็นในการให้ความรู้ด้านสุขภาพ: เพื่อให้ประชาชนเข้าใจถึงความเสี่ยงและอันตรายของแนวทางการรักษาที่ไม่ได้มาตรฐาน 

อ้างอิงข้อมูลจาก: Stoker J, Lonergan M, Kelly G. “Semenly” Harmless Back Pain: An Unusual Presentation of a Subcutaneous Abscess. Ir Med J. 2018;111(4):P903. 

ทั้งนี้ หมอหมูกล่าวทิ้งท้ายว่า ข้อมูลทั้งหมดที่ผมนำเสนอมีการอ้างอิงแหล่งที่มาชัดเจนและผมได้พยายามอ้างอิงจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ แต่บางครั้งอาจมีการโต้แย้งในข้อมูล ซึ่งเป็นเรื่องปกติในแวดวงวิชาการ ดังนั้นจึงขอเรียนทุกท่านว่า โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านบทความของผม และควรหาข้อมูลเพื่มเติมเพื่อความถูกต้องอีกครั้งด้วยนะครับ

ถือเป็นอุทาหรณ์ให้ใครหลายคน อย่าคิดจะรักษาอาการป่วยเจ็บด้วยตัวเองหากไม่รู้วิธีที่ถูกต้อง ฉะนั้นควรพบแพทย์เพื่อปรึกษาหาสาเหตุที่แท้จริงครับ “อีจัน” เป็นห่วง

ขอบคุณข้อมูล : เฟซบุ๊ก หมอหมู วีระศักดิ์