แพทย์ ชี้ เพราะอะไร? ผู้ชายถึง “นอนกรน” มากกว่าผู้หญิง  

พอลลี่ อีจัน

พอลลี่ อีจัน

25 สิงหาคม 2568

แพทย์ ชี้ เพราะอะไร? ผู้ชายถึง “นอนกรน” มากกว่าผู้หญิง  

นอนกรน  ไม่ใช่เรื่องเล่นเลยนะ! 

วันนี้(25 ส.ค.68) รศ.นพ.วีระศักดิ์ จรัสชัยศรี อาจารย์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว.) ได้ออกมาโพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก “หมอหมู วีระศักดิ์” เผย ข้อสงสัยว่าทำไมผู้ชายถึง “นอนกรน” มากกว่าผู้หญิง และมีความเสี่ยงต่อสุขภาพยังไงได้บ้าง  โดยคุณหมอได้ระบุว่า… 

มีสถิติที่น่าสนใจ จำนวนผู้ชายที่กรนประมาณ 40% ขณะที่ผู้หญิงประมาณ 24% 

1. ทำไมผู้ชายถึงกรนมากกว่า? เพราะด้วยสรีรวิทยาของลำคอ โครงสร้างของลำคอและทางเดินหายใจส่วนบนของผู้ชายมักจะกว้างกว่าผู้หญิง ทำให้เกิดการสั่นสะเทือนของเนื้อเยื่อเมื่อหายใจได้ง่ายกว่า รวมถึงน้ำหนักตัว ผู้ชายมักจะมีไขมันสะสมในบริเวณลำคอมากกว่าผู้หญิง ซึ่งทำให้ทางเดินหายใจแคบลงและเพิ่มโอกาสในการกรน และฮอร์โมนเพศหญิง เช่น เอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน มีคุณสมบัติช่วยปกป้องทางเดินหายใจไม่ให้ยุบตัวลงขณะหลับ ทำให้ผู้หญิงมีแนวโน้มที่จะกรนน้อยกว่าจนกระทั่งเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน 

2. ความเชื่อมโยงกับภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep Apnea) 

การกรนไม่ใช่เรื่องปกติเสมอไป โดยเฉพาะการกรนเสียงดังและมีช่วงที่หยุดหายใจเป็นระยะๆ ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น (Obstructive Sleep Apnea – OSA) ภาวะนี้เกิดจากกล้ามเนื้อลำคอที่หย่อนตัวและยุบลงไปปิดกั้นทางเดินหายใจ ทำให้ร่างกายขาดออกซิเจนชั่วขณะ ซึ่งสมองจะสั่งให้ตื่นขึ้นมาเพื่อหายใจ ทำให้การนอนหลับไม่ต่อเนื่องและไม่มีคุณภาพ 

3. ความเสี่ยงต่อสุขภาพที่ตามมา ภาวะหยุดหายใจขณะหลับไม่ควรถูกมองข้าม เนื่องจากเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญของปัญหาสุขภาพหลายประการในระยะยาว ได้แก่ 

– ความดันโลหิตสูง 

– โรคหัวใจและหลอดเลือด เช่น หัวใจวายและโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) 

– ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ 

– โรคเบาหวานชนิดที่ 2 

– อ่อนเพลียในเวลากลางวัน ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ 

สรุปแล้ว ถึงแม้ว่าการกรนจะเป็นเรื่องปกติที่พบได้ทั่วไป แต่การกรนเสียงดังและต่อเนื่อง โดยเฉพาะในผู้ชาย ควรได้รับการตรวจสอบจากแพทย์ เนื่องจากอาจเป็นสัญญาณของภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างร้ายแรง การรักษาที่เหมาะสมสามารถช่วยลดความเสี่ยงเหล่านี้ได้  อย่างไรก็ตามอย่าลืมดูแลสุขภาพกันด้วยนะคะ หากว่ากรนหนักๆก็ควรจะปรึกษาแพทย์จะดีที่สุดค่ะ  

ที่มา: เพจเฟซบุ๊ก หมอหมู วีระศักดิ์ https://www.facebook.com/share/p/1HskxDEcFV/