“เครื่องดื่มที่มีสารให้ความหวานเทียม” เสี่ยง โรคหลอดเลือดสมอง-ภาวะสมองเสื่อม 

พอลลี่ อีจัน

พอลลี่ อีจัน

15 สิงหาคม 2568

“เครื่องดื่มที่มีสารให้ความหวานเทียม” เสี่ยง โรคหลอดเลือดสมอง-ภาวะสมองเสื่อม 

กินได้แต่ก็ต้องระวังสุขภาพด้วยนะคะ! 

เมื่อวันที่ 14 ส.ค.68 ที่ผ่านมา  รศ.นพ.วีระศักดิ์ จรัสชัยศรี อาจารย์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว  หมอหมู วีระศักดิ์  ระบุว่า เครื่องดื่มที่มีน้ำตาลและสารให้ความหวานเทียม เพิ่มความเสี่ยงเป็น “โรคหลอดเลือดสมองและภาวะสมองเสื่อม” 

การบริโภคเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล (Sugar-Sweetened Beverages; SSBs) และเครื่องดื่มที่มีสารให้ความหวานเทียม (Artificially Sweetened Beverages; ASBs) มีการถกเถียงกันมานานว่ามีผลต่อสุขภาพสมองและระบบหัวใจหลอดเลือด งานวิจัยนี้มุ่งศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการดื่มเครื่องดื่มสองประเภทนี้กับความเสี่ยงการเกิด โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) และ ภาวะสมองเสื่อม (Dementia) เป็นการวิจัย โดยใช้ข้อมูลจาก Framingham Heart Study Offspring Cohort จำนวนผู้เข้าร่วม: 2,888 คน (สำหรับการวิเคราะห์โรคหลอดเลือดสมอง) และ 1,484 คน (สำหรับการวิเคราะห์ภาวะสมองเสื่อม) โดยเก็บข้อมูลการบริโภคเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล และ เครื่องดื่มที่มีสารให้ความหวานเทียม โดยใช้แบบสอบถามความถี่อาหาร (Food Frequency Questionnaire) ติดตามผลนานกว่า 10 ปี 

โดยมีผลการศึกษาว่า  เครื่องดื่มที่มีสารให้ความหวานเทียม  การดื่มมากกว่า 1 แก้ว/วัน มีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองและภาวะสมองเสื่อมที่สูงขึ้น เช่น เพิ่มความเสี่ยงเกิด โรคหลอดเลือดสมอง ประมาณ 2.96 เท่า และพิ่มความเสี่ยงเกิด ภาวะสมองเสื่อมจาก โรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer’s disease) ประมาณ 2.89 เท่า ทั้งนี้ในส่วนของเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล ไม่พบความสัมพันธ์ที่ชัดเจนกับความเสี่ยงทั้งสองโรค โดยกลไกที่เป็นไปได้ อาจเกี่ยวข้องกับผลของสารให้ความหวานเทียมต่อการเผาผลาญน้ำตาล, ภาวะดื้อต่ออินซูลิน, และการอักเสบของหลอดเลือด 

สรุปคือ การดื่มเครื่องดื่มที่มีสารให้ความหวานเทียมในปริมาณสูง อาจเพิ่มความเสี่ยงการเกิดโรคหลอดเลือดสมองและภาวะสมองเสื่อมในระยะยาว แม้จะไม่พบความสัมพันธ์ที่ชัดกับเครื่องดื่มน้ำตาล แต่ควรจำกัดการบริโภคทั้งสองชนิดเพื่อสุขภาพสมองและหัวใจที่ดี  

เครื่องดื่มที่ใช้สารให้ความหวานเทียม อันตรายมากๆค่ะ และไม่ได้ส่งผลที่ดีต่อร่างกายด้วย กินแล้วก็คุมกันด้วยนะคะ  

ที่มา: หมอหมู วีระศักดิ์ https://www.facebook.com/share/p/1CGtpKZxAP/