ไม่ใช่เรื่องเล็ก! อาการปวดหัว หมอประชา เผย อาจทำให้เสียชีวิตได้! อย่าละเลย

บวรวัฒน์ อีจัน

บวรวัฒน์ อีจัน

12 มีนาคม 2568

ไม่ใช่เรื่องเล็ก! อาการปวดหัว หมอประชา เผย อาจทำให้เสียชีวิตได้! อย่าละเลย

อาการปวดหัวไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ บางครั้งอาจเสี่ยงทำให้เกิดการเสียชีวิตได้

วานนี้ (11 มี.ค. 68) นพ.ประชา กัญญาประสิทธิ์ ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญระบบประสาท โรงพยาบาลเชียงใหม่ราม ได้โพสต์วิดีโอผ่านเฟซบุ๊กหมอประชาผ่าตัดสมอง โดยยกตัวอย่างกรณีเด็กวัย 17 ปี ที่มีอาการปวดหัวรุนแรง ก่อนพบเส้นเลือดในสมองแตกและเสียชีวิต ระบุดังนี้

“ถ้าใครไม่อยากตายเพราะปวดหัว ฟังคลิปนี้ให้จบนะครับ ยกตัวอย่างเคสเด็กอายุ 17 ปีเส้นเลือดในสมองแตกเสียชีวิตที่กำแพงเพชร เวลาเราเจ็บปวดหรือปวดหัวความดันมันจะสูงขึ้น ชีพจรก็จะสูงขึ้นตามไปด้วยเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าเกิดปวดหัวแล้วความดันสูงขึ้นแต่ชีพจรดันต่ำลงเหมือนเคสนี้บ่งบอกว่า

มีแรงดันในสมองที่เพิ่มขึ้นถ้าเฉียบพลันขนาดนี้คือมีเลือดออกในสมอง เลือดออกในสมองทำให้แรงดันสูงขึ้นความดันจะเพิ่มขึ้นแต่หัวใจจะเต้นช้าลง

บทเรียนจากเด็ก 17 ที่เสียชีวิต หมอพูดในครั้งนี้ไม่ได้ตำหนิใครแต่ขอจำไว้เป็นความรู้โดยเฉพาะหมอพยาบาลเจ้าหน้าที่ห้องฉุกเฉิน

1.ถ้ายังแยกโรคที่อันตราย ของคนไข้ที่มาด้วยอาการปวดหัวรุนแรงแบบกระทันหันไม่ได้ อย่าพึ่งให้คนไข้กลับบ้าน

2.ไม่มีใครอยากไปพยาบาลตอนตี 4 ถ้าไม่ได้ปวดหัวกระทันหันแล้วมันรุนแรงจริงๆ

คุณหมอ ประชา ยังได้ให้ทริคในการแยกโรค อีกว่า แรงดันในสมองมันสูงจากอาการปวดหัว เช่นเคสนี้ความดัน 138/77 มันอาจเป็นเรื่องปกติของคนที่ปวดหัว ความดันจะขึ้นได้ แต่ชีพจร 52 ครั้งซึ่งต่ำกว่าปกติ ความรู้พื้นฐานของหมอสมองนั้น ถ้ามีแรงดันในสมองที่สูงขึ้นความดันจะสูงขึ้นตามเพราะต้องบีบเลือดไปเลี้ยงสมองให้ได้

ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า Cushing Reflex ( โคชิ่งรีเฟล็กซ์ ) ลักษณะเฉพาะคือ ความดันขึ้นแต่ชีพจรจะเต้นช้าลงมันเป็นทริคง่ายๆ ที่จะแยกโรคปวดหัวที่อันตรายออกจากปวดหัวไมเกรนที่มันไม่อันตรายได้ คือการดูชีพจรของคนไข้ ปวดหัวธรรมดาความดันขึ้นชีพจรเร็ว ปวดหัวจากมีเลือดออกจากสมองความดันจะขึ้นแต่ชีพจรจะช้าลง

กรณีนี้ ตี 4 กว่าที่คนไข้มาความดัน 138 ชีพจร 52 และปวดหัวต้องดูจอประสาทตาของคนไข้ด้วย

หมอประชา ย้ำ! บุคลากรทางสาธารณสุขจำใส่หัวไว้เลยถ้าคนไข้มาด้วยปวดหัวความดันขึ้นแต่ชีพจรต่ำลงอย่าให้คนไข้กลับบ้าน และได้ให้ข้อคิดไว้อีกว่า

1.สมองจะไปสั่งหัวใจและระบบหมุนเวียนให้ความดันสูงขึ้นแต่หัวใจจะถูกสั่งให้เต้นช้าลง

2.ข้อสังเกตของคนไข้ที่เค้าเสียชีวิตหลังผ่าตัดใหม่ใหม่คนไข้ดีขึ้นแต่หลังจากนั้นคนไข้แย่ลงเพราะเลือดออกและเลือดออกซ้ำๆ เพราะเกร็ดเลือดของคนไข้ต่ำ เกร็ดเลือดต่ำทำให้เลือดไหลไม่หยุดซึ่งเป็นจากภูมิต้านทานคนไข้เองเคสนี้จึงเสียชีวิต

เคสนี้ข้อคิดที่ได้คือ

1.ถ้าปวดหัวรุนแรงที่สุดในชีวิตโดยเฉพาะในยามวิกาลอย่าให้คนไข้กลับบ้านจนกว่าจะพิสูจน์ได้ว่าเค้าไม่ใช่โรคที่อันตราย

2.ถ้าคุณรักใครควรจะดูแลตั้งแต่เขามีชีวิตอยู่

สรุปแล้ว เคสนี้เสียชีวิตเพราะเกร็ดเลือดต่ำเลือดไหลออกมาใหม่หลังจากการผ่าตัดสมองเอาเลือดออกครั้งแรก จึงเป็นเหตุทำให้คนไข้เสียชีวิต ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้จากไป

ส่วนสาเหตุที่ทำให้เส้นเลือดในสมองแตกนั้นมีอยู่ 2 สาเหตุ

1.คือหลอดเลือดผิดปกติ เช่น มีปานแดง เส้นเลือดพอง เส้นเลือดแดงรั่วสู่เส้นเลือดดำ

2.ความเสื่อม มักจะเกิดกับคนที่อายุเยอะ เบาหวาน ความดัน ไขมัน ส่วนในเคสนี้ น่าจะเป็นสาเหตุแรกซึ่งจะรู้ก็ต่อเมื่อตอนมีวินิจฉัยนั้นได้ฉีดสีดูเส้นเลือดในสมองไหม หรือถ้าไม่ได้ฉีดก็ต้องไปชันสูตรศพ

หมอประชา ทิ้งท้ายไว้ว่า สุดท้ายแล้วเกิดแก่เจ็บตายเป็นเรื่องของธรรมชาติ แต่เคสนี้เกิดแล้วยังไม่ทันแก่เพราะฉะนั้นชีวิตเป็นของไม่เที่ยงแต่ความตายเป็นของเที่ยงเป็นเงาติดตัวของการเกิด ระลึกถึงความตายทุกลมหายใจแล้วชีวิตจะมีอภัยมีให้มีความสุขขอให้ทุกคนสุขภาพดีครับ”

รู้แบบนี้แล้วให้ระวังตัวเองและคนรอบข้างด้วยนะคะ และขอแสดงความเสียใจกับผู้จากไปในเคสนี้ อาการปวดหัวไม่ใช่เรื่องเล็กจริง ๆ ค่ะ

ขอบคุณข้อมูล : หมอประชาผ่าตัดสมอง


ทริคในการแยกโรคปวดหัวที่ทำให้เสียชีวิตฉับพลัน