ระวัง! “โรคเมลิออยด์โดสิส”พบป่วยสะสมเเละตายพุ่ง
พอลลี่ อีจัน
18 เมษายน 2569

ระวังโรคร้ายค่ะ ตอนนี้ “เมลิออยด์” ยังพบว่าระบาดต่อเนื่อง อย่าชะล่าใจนะ
เมื่อวันที่16 เม.ย.69 ที่ผ่านมา เว็บไซต์ กรมควบคุมโรค ได้ออกมาเผยว่า สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 จังหวัดขอนแก่น เตือนประชาชนเฝ้าระวัง “โรคเมลิออยด์โดสิส” หลังสถานการณ์การระบาดในปี 2569 ยังคงน่ากังวล ข้อมูลนี้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 16 เมษายน 2569 พบผู้ป่วยสะสมทั่วประเทศแล้ว 732 ราย และมีผู้เสียชีวิตถึง 23 ราย โรคนี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัว และมีอันตรายถึงชีวิตหากรักษาไม่ทันท่วงที เชื้อโรคนี้อาศัยอยู่ใน ดินและน้ำ ผู้ที่ทำงานสัมผัสดินหรือน้ำโดยตรงมีความเสี่ยงสูง โดยเฉพาะเกษตรกร ชาวนา ชาวไร่ ชาวสวน ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน (เสี่ยงสูงสุด), โรคไตเรื้อรัง, โรคธาลัสซีเมีย หรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง

ดร.นายแพทย์หิรัญวุฒิ แพร่คุณธรรม ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 จังหวัดขอนแก่น เผยข้อมูลสถานการณ์โรคเมลิออยด์โดสิส ในเขตสุขภาพที่ 7 พบผู้ป่วยสะสมรวม 68 ราย เสียชีวิต 2 ราย กลุ่มอายุที่ป่วยสูงสุดคือ 50 ปีขึ้นไป
โดยระบุว่า โรคเมลิออยด์โดสิส เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ที่อยู่ในดินและน้ำ สามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านทางบาดแผล การหายใจเอาฝุ่นดิน หรือการดื่มน้ำที่มีเชื้อเข้าไปเมื่อได้รับเชื้อจะเริ่มแสดงอาการได้หลากหลายทั้งแบบเฉียบพลันรุนแรงจนถึงแบบค่อยเป็นค่อยไปและเรื้อรังอาการแบบเฉียบพลันจะมีอาการเฉลี่ย 3 – 7 วัน ส่วนแบบเรื้อรัง จะมีอาการภายใน 2 – 3 สัปดาห์ จนเป็นเดือนหรือหลายปี กลุ่มเสี่ยงสำคัญคือ ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง อาทิ เบาหวาน โรคไต ผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ เกษตรกรหรือผู้ที่สัมผัสดินและน้ำ ซึ่งกลุ่มนี้เมื่อป่วยติดเชื้อแล้วจะมีความเสี่ยงเกิดอาการรุนแรงและเสียชีวิตสูง ทั้งนี้ อาการที่ต้องรีบพบแพทย์ คือ ไข้สูงเกิน 2 วัน หายใจหอบเหนื่อย แน่นหน้าอก มีแผลบวมแดง มีหนอง หรือมีแผลติดเชื้อ ทั้งนี้ลักษณะของแผล ฝีหนองที่อาจพบได้ มีลักษณะเป็นตุ่มนูนหรือก้อนเล็ก ๆ ใต้ผิวหนัง ลักษณะคล้ายฝี ที่มีหนองอยู่ภายใน ผิวหนังบริเวณรอบ ๆ บวม แดง ร้อน และกดเจ็บ ตุ่ม ฝีอาจแตกมีหนองไหลสีขาว เหลือง หรือขุ่น บางรายเกิด หลายจุดพร้อมกัน หากเชื้อลุกลามเข้าสู่กระแสเลือดอาจเกิด ภาวะติดเชื้อรุนแรง ซึ่งเสี่ยงเสียชีวิต เพราะฉะนั้น หากมีอาการร่วม เช่น ไข้สูง หนาวสั่น อ่อนเพลียหรือมีตุ่ม ฝีหนองลักษณะดังกล่าว ควรรีบพบแพทย์ทันที และขอความร่วมมือให้หน่วยงานสาธารณสุข เร่งให้คำแนะนำประชาชนกลุ่มเสี่ยง ให้ระมัดระวังหลีกเลี่ยงการสัมผัสดินและน้ำ สวมอุปกรณ์ป้องกัน เช่น รองเท้าบูทและถุงมือ พร้อมย้ำว่าหากมีอาการไข้สูงเกิน 2 วัน และมีประวัติเสี่ยงให้รีบไปรับการรักษาที่สถานพยาบาลอย่างรวดเร็ว



โรคเมลิออยด์ รักษาหายได้ถ้ามาเร็ว… อย่าปล่อยให้ไข้สูงเกิน 2 วัน หรือฝีหนองลุกลาม เพราะนั่นคือสัญญาณอันตรายถึงชีวิตนะคะ อย่าลืมเช็กตัวเองกันด้วยโดยเฉพาะกลุ่มที่ต้องทำงานกับดินเเละน้ำเเละคนที่มีโรคประจำตัว จะมีความเสี่ยงสูงมากค่ะ
ที่มา: https://ddc.moph.go.th/odpc7/news.php?news=59707&deptcode=odpc7&news_views=534