สาวสหรัฐฯ แชร์อุทาหรณ์! บีบสิวบนหน้าผิดจุด ทำชีวิตเกือบแย่ 

พอลลี่ อีจัน

พอลลี่ อีจัน

14 สิงหาคม 2568

สาวสหรัฐฯ แชร์อุทาหรณ์! บีบสิวบนหน้าผิดจุด ทำชีวิตเกือบแย่ 

“สามเหลี่ยมมรณะ” บนใบหน้า อันตรายกว่าที่คิด!  

หลังจากที่มี สาวชาวสหรัฐรายหนึ่ง ซึ่งเธอเป็นคุณแม่ลูกสาม ได้ออกมาแชร์ภาพตอนเธออยู่ที่โรงพยาบาลผ่าน Tiktok @lishmarie1 เนื่องจากว่า ก่อนหน้านี้เธอพยายามบีบสิวซีสต์ที่ขึ้นอยู่ใต้รูจมูก ซึ่งเป็นจุดที่มักพบว่าสิวขึ้นได้บ่อย และถูกเรียกว่า “สามเหลี่ยมมรณะ” ซึ่งพอบีบแล้วภายในเวลาแค่ 4 ชั่วโมง เธอกลับพบว่าใบหน้าเริ่มบวมจนเวลายิ้ม มีเพียงอีกข้างที่ยกขึ้นได้ ส่วนอาการอื่นๆก็เริ่มแย่ลงอย่างรวดเร็ว  

โดยเธอเล่าว่า มีอาการเจ็บมากและแพทย์ฉุกเฉินได้สั่งยา 4 ชนิดเพื่อรักษาการติดเชื้อ รวมถึงยาสเตียรอยด์และยาปฏิชีวนะให้  และรักษาตัวตามอาการ  

ทั้งนี้จากการหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ  “สามเหลี่ยมมรณะ” บนใบหน้า  ก็พบว่า ส่วนต่างๆ ของใบหน้าตั้งแต่สันจมูกไปจนถึงมุมปาก บางครั้งเรียกว่า “สามเหลี่ยมอันตรายของใบหน้า” หรือแม้กระทั่ง “สามเหลี่ยมแห่งความตาย” และเป็นจุดหนึ่งที่ไม่ควรบีบสิว เพราะอาจติดเชื้อในสมองได้  

โดยสามเหลี่ยมอันตรายบนใบหน้า มีความอันตราย เพราะใบหน้าของเราเป็นเส้นตรงที่เชื่อมกับสมอง ซึ่งเป็นผลมาจากโพรงไซนัสโพรงจมูก เป็นเครือข่ายของเส้นเลือดขนาดใหญ่ที่อยู่ด้านหลังเบ้าตาของเรา เลือดจะไหลออกจากสมองของคุณผ่านไซนัสนี้ การติดเชื้อในสามเหลี่ยมอันตราย เช่น จากสิวที่ถูกแคะ หรือการเจาะจมูกที่ผิดพลาด มีโอกาสเพียงเล็กน้อยแต่ไม่ใช่เป็นไปไม่ได้ที่จะแพร่กระจายจากใบหน้าไปยังสมองโดยตรง โดยที่ระยะห่างระหว่างกันมีจำกัด ทำให้มีความเป็นไปได้ที่การติดเชื้อที่ใบหน้าจะกลายเป็นการติดเชื้อที่ส่งผลกระทบต่อส่วนอื่นๆ ของร่างกาย  

เพราะฉะนั้นควรหลีกเลี่ยงการบีบสิวตรงบริเวณสามเหลี่ยมอันตรายเป็นพิเศษ ซึ่งจะช่วยลดโอกาสการติดเชื้อที่ลุกลามได้  แต่ใช้วิธีประคบอุ่น ชุบผ้าขนหนูในน้ำร้อน (ไม่ใช่น้ำร้อนจัด) แล้วประคบบริเวณที่เป็นสิวประมาณ 10-15 นาที วิธีนี้จะช่วยดึงหนองขึ้นมาบนพื้นผิวและช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น หรือใช้แผ่นแปะสิว หากสิวเริ่มเป็นหนองแล้ว สามารถลองใช้สติกเกอร์แปะสิวข้ามคืนเพื่อซับของเหลวที่ไหลออกมา หรือทางที่ดีที่สุดเลยคือ ไปพบแพทย์ผิวหนังเพื่อให้ได้รับการรักษาที่เหมาะสม  

นี่ก็ถือเป็นอุทาหรณ์และความรู้ใหม่นะคะ เชื่อว่าสาวๆก็จะได้ระวังกันมากให้ขึ้นด้วย  

ที่มา: เว็บไซต์ health.clevelandclinic https://health.clevelandclinic.org/danger-triangle , ติ๊กต็อก