ใครเกิดก่อนปี 2535 รีบไปตรวจ “ไวรัสตับอักเสบบี” เพราะช่วยลดเสี่ยงมะเร็งตับได้  

ตรวจก่อนก็รักษาก่อน! ใครเกิดก่อนปี 2535 รีบไปตรวจ “ไวรัสตับอักเสบบี” เพราะช่วยลดเสี่ยงมะเร็งตับได้

เรื่องนี้ต้องให้ความสำคัญนะคะ ไวรัสตับอักเสบ ถ้าเราไม่ได้ฉีดวัคซีนมันจะอันตรายมาก! 

อย่างที่เคยบอกก่อนหน้านี้ค่ะว่าเรื่องของ ไวรัสอับอักเสบ  A B C ถ้าเราไม่ได้ฉีดวัคซีนเเล้วเรามีเชื้อในตัวมันจะส่งผลต่อร่างกายทำให้เราล้มป่วยได้เลย  ซึ่ง โรคตับอักเสบ นับเป็นโรคที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้คนทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย ซึ่งโรคนี้สามารถป้องกันและรักษาได้ หากได้รับการตรวจวินิจฉัยตั้งแต่เริ่มมีอาการเเต่ทางโรงพยาบาลจะเเนะนำคือการฉีดวัคซีนกันไว้จะดีที่สุดค่ะ  

ล่าสุดวันนี้ (21 พ.ค.69)  เฟซบุ๊ก หมอม็อด หมอเด็กขอเล่า ได้ออกมาเเชร์เรื่องนี้อีกครั้งเพราะเรื่องนี้สำคัญกับคนไทยมากจริงๆเนื่องจากมียอดติดเชื้ออยู่เรื่อยๆ  ซึ่งหลายคนเข้าใจผิดว่าไวรัสตับอักเสบ เอ บี ซี ก็คงเป็นโรคเดียวกันและน่าจะติดต่อเหมือนๆ กัน แต่จริงๆ แล้วแม้ชื่อจะคล้ายกันมาก “ทางติดต่อ” ต่างกันแทบหมดเลย บางตัวติดจาก “อาหาร” ️ บางตัวติดจาก “เลือด”  บางตัวเกี่ยวกับ “เพศสัมพันธ์”  อย่างไวรัสตับอักเสบเอ ตัวนี้ติดต่อผ่าน “อุจจาระ เข้าที่ปาก” หรือพูดง่ายๆ คือ เชื้อออกมากับอุจจาระแล้วปนเปื้อนเข้าอาหาร น้ำ มือ 

ก่อนจะเข้าปากอีกคน ช่องทางที่พบบ่อย เช่น กินอาหาร น้ำแข็ง น้ำดื่ม ที่ไม่สะอาด , คนทำอาหารเข้าห้องน้ำแล้วล้างมือไม่ดี ,  อาหารริมทางที่สุขอนามัยไม่ดี ,  อาหารดิบ น้ำไม่สะอาด  หรือเเม้เเต่การเพศสัมพันธ์ทางปากกับทวารหนัก  สิ่งสำคัญคือไวรัสตับอักเสบเอไม่ได้ติดต่อจากการไอจาม ดังนั้นไม่ใช่เดินผ่านแล้วติดเเละไม่ใช่แค่จับมือแล้วติดทันที แต่ถ้ามีการปนเปื้อนอุจจาระ เเล้วเข้าปาก อันนี้เสี่ยงมากค่ะ 

ต่อมา ไวรัสตับอักเสบบี ตัวนี้ต่างจากเอชัดเจนมาก เพราะติดต่อผ่าน“เลือด + สารคัดหลั่ง + เพศสัมพันธ์” ช่องทางหลัก ได้แก่  เพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน ,  ใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน ,  สัก / เจาะ / ฝังเข็ม ด้วยอุปกรณ์ไม่สะอาด ,  ใช้มีดโกน แปรงสีฟันร่วมกัน ,  แม่ส่งเชื้อให้ลูกตอนคลอด 

ส่วนเรื่องที่คนเข้าใจผิดบ่อยมากเกี่ยวกับไวรัสตับอักเสบบี ก็คือ ไวรัสตับอักเสบบ ไม่ได้ติดจากกินข้าวร่วมกัน , ไม่ได้ติดจากกินน้ำแก้วเดียวกัน ,  ไม่ได้ติดจากการกอด ,  ไม่ได้ติดจากใช้ห้องน้ำร่วมกัน ,  ไม่ได้ติดจากการไอจาม 

สุดท้าย ไวรัสตับอักเสบซี ตัวนี้ติดต่อ “ทางเลือด” เป็นหลัก โดยเฉพาะ ใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน ,  สัก / เจาะ / ทำหัตถการ ด้วยอุปกรณ์ไม่สะอาด , รับเลือดในยุคเก่าที่ระบบคัดกรองยังไม่ดี ,  เพศสัมพันธ์บางกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง   

เเละสิ่งที่คนชอบเข้าใจผิด คือ ไวรัสตับอักเสบซี  ไม่ติดจากการกินข้าวร่วมกัน , ไม่ติดจากการกอด ,  ไม่ติดจากไอจาม ,  ไม่ติดจากใช้แก้วน้ำร่วมกัน 

สรุปแบบจำง่ายๆ  เอ = ติดทางการกินเข้าไป (อาหาร น้ำ มือสกปรก)  บี = เลือด + เพศสัมพันธ์ + แม่สู่ลูก  เเละ ซี = ติดทางเลือดเป็นหลัก เพศสัมพันธ์ในกลุ่มเสี่ยงสูง 

เเต่ไม่ต้องตกใจกหรือกังวลไปค่ะ เพราะเรายังสามารถป้องกันมันได้อยู่  ตับอักเสบ เอ  เริ่มจากล้างมือ , กินอาหารสะอาด ,  ดื่มน้ำสะอาด ,  มีวัคซีนป้องกัน ตับอักเสบ บี  ใช้ถุงยาง ,  ไม่ใช้เข็มร่วมกัน ,  ไม่ใช้ของมีคมร่วมกัน ,  มีวัคซีนป้องกัน เด็กไทยได้ฉีดฟรีทุกคนตั้งแต่ปี 2535 ตับอักเสบ ซี ยังไม่มีวัคซีน ต้องเน้นเลี่ยงเลือดปนเปื้อน เเละเลือกร้านสัก/เจาะที่ได้มาตรฐาน 

ในขณะเดียวกัน คนที่เกิดก่อน พ.ศ. 2535 ควรไปตรวจเลือดดู “ไวรัสตับอักเสบบี” สักครั้ง จะได้ป้องกันมะเร็งตับได้ค่ะ เพราะประเทศไทยเพิ่งเริ่ม “ฉีดวัคซีนไวรัสตับอักเสบบีในเด็กแรกเกิดแบบทั่วประเทศ” อย่างจริงจังในช่วงประมาณปี พ.ศ. 2535  นั่นแปลว่าคนที่เกิดก่อนหน้านั้นจำนวนมากอาจ “ไม่เคยได้รับวัคซีนตั้งแต่เกิด” และบางคนอาจติดเชื้อมาโดยไม่รู้ตัว ที่สำคัญคือไวรัสตับอักเสบบีสามารถอยู่ในร่างกายได้นานหลายสิบปีโดย “ไม่มีอาการเลย” หลายคนตรวจเจออีกที ตอนเริ่มมีตับแข็งหรือมะเร็งตับแล้ว  

เพราะฉะนั้น ถ้าเกิดก่อน พ.ศ. 2535 โดยเฉพาะถ้าไม่แน่ใจประวัติการฉีดวัคซีนหรือไม่เคยตรวจมาก่อนเลย แนะนำว่าควรตรวจคัดกรองสักครั้ง  

ซึ่งตรวจด้วยการเจาะเลือด ถ้าติดเชื้ออยู่ปัจจุบันมียาต้านไวรัสดีๆมากมายที่ช่วยคุมเชื้อได้ลดโอกาสเกิดตับแข็งและมะเร็งตับได้มากแต่ถ้ายังไม่ติดเชื้อแนะนำให้ฉีดวัคซีนป้องกันไว้เพราะวัคซีนไวรัสตับอักเสบบีเป็นหนึ่งในวัคซีนไม่กี่ตัวบนโลกที่ “ช่วยป้องกันมะเร็ง” ได้ด้วย  

อย่าลืมดูเเลสุขภาพกันด้วยนะคะ   

ที่มา: https://www.facebook.com/share/p/1BdxjLQzHG/ , https://www.facebook.com/share/p/1BEPr4DZPs/