เรื่องใกล้ตัว! เช็กอาการ “ผายลมหรือตด” สัญญาณบอกถึงสุขภาพ

พอลลี่ อีจัน

พอลลี่ อีจัน

8 กันยายน 2568

เรื่องใกล้ตัว! เช็กอาการ “ผายลมหรือตด” สัญญาณบอกถึงสุขภาพ

ผายลมบ่อยๆ จะว่าดีก็ใช่ จะว่าไม่ดีก็ใช่นะ! 

วันนี้(8 ก.ย.68) นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ได้ออกมาโพสต์เตือนเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพ อย่าง การผายลม หรือที่เรียกง่ายๆก็คือ ตด ที่อาจเกิดขึ้นกับทุกช่วงอายุ ไม่ว่าจะเด็ก หรือ ผู้ใหญ่ ก็สามารถเป็นได้ซึ่งเป็นเรื่องธรรมชาติของคน แต่……การตดสามารถบอกสุขภาพได้นะ หมอระบุว่า…  

เชื่อว่าเรื่องนี้คงไม่มีใครไม่เป็นใช่มั้ยล่ะคะ? แต่การผายลมเยอะ ตดเหม็น เสี่ยงป่วยไหม อันนี้เดี๋ยวเรามาดูกันค่ะ  ต้องบอกแบบนี้ค่ะว่า  เรื่อง“ ผายลมหรือตด” เป็นเรื่องใกล้ตัว เแต่ชื่อว่าหลายๆ คนคงไม่ได้สังเกตการผายลมตัวเองสักเท่าไหร่ ซึ่งบอกเลยนะว่ามันเป็นเรื่องใกล้ตัวที่สามารถ บอกสุขภาพเราได้  ซึ่งจะมาตอบคำถามว่าแล้วการตดแบบไหนที่ถือว่าปกติ? ทำไมบางทีตดเยอะ บางทีกลิ่นแรง บางทีไม่มีเสียงเลย หรือบางครั้ง เราตดบ่อยจนรู้สึกว่าไม่ใช่เรื่องธรรมดาแล้ว 

ตอบที่คำถามนี้ก่อนเลย ทำไมเราถึงผายลม? การผายลมเป็นกระบวนการที่ร่างกายใช้กำจัดแก๊สส่วนเกินออกจากลำไส้ ซึ่งแก๊สพวกนี้มาจากหลายสาเหตุ ลองดูว่าต้นเหตุหลัก ๆ มีอะไรบ้าง 

1.1 อากาศที่กลืนเข้าไป 

เชื่อไหมว่า แก๊สที่ออกมาเป็นตดบางส่วน มาจากอากาศที่เรากลืนเข้าไปโดยไม่รู้ตัว ใครที่ชอบพูดตอนกินข้าว หรือกินข้าวเร็ว ๆ นี่แหละตัวดีเลย เพราะตอนที่เรากิน อากาศก็ไหลลงไปในท้องด้วย แถมถ้าเคี้ยวหมากฝรั่ง หรือดื่มน้ำจากหลอด ก็ยิ่งกลืนอากาศมากขึ้นอีก ซึ่งอากาศพวกนี้จะต้องออกจากร่างกาย ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง บางส่วนจะออกมาเป็นเรอ และบางส่วนเดินทางลงไปเป็นตด 

1.2 กระบวนการย่อยอาหาร 

อาหารที่เรากินเข้าไป บางอย่างร่างกายย่อยเองได้ แต่บางอย่างต้องพึ่งพา “แบคทีเรียในลำไส้” ซึ่งเจ้าพวกนี้จะช่วยย่อยคาร์โบไฮเดรตหรือใยอาหารที่ร่างกายเราย่อยเองไม่ได้ อาหารที่มีเส้นใยเยอะ อย่างถั่ว ธัญพืช ผักตระกูลกะหล่ำ หรือผลไม้บางชนิด เป็นของโปรดของแบคทีเรียพวกนี้เลย แต่ผลก็คือ พวกมันจะปล่อยแก๊สออกมาด้วย ทำให้เกิดการผายลมนั่นเอง 

1.3 ภาวะสุขภาพบางอย่าง 

ถ้าคุณเคยกินนมแล้วรู้สึกว่าท้องอืด ผายลมบ่อย หรือท้องเสีย อาจเป็นไปได้ว่าคุณมีภาวะ “แพ้แลคโตส” (Lactose Intolerance) เพราะร่างกายย่อยน้ำตาลในนมไม่ได้ ทำให้เกิดการหมักหมมของอาหาร และเกิดแก๊สขึ้น หรือบางคนที่มี “กลุ่มอาการลำไส้แปรปรวน” (IBS) ก็มักจะมีอาการท้องอืด ตดบ่อย และรู้สึกไม่สบายท้องตลอดเวลา 

1.4 การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน 

ใครที่เคยสังเกตตัวเองว่าช่วงก่อนมีประจำเดือนมักจะผายลมบ่อยขึ้น นั่นเป็นเพราะฮอร์โมนมีผลต่อระบบย่อยอาหารของเรานั่นเอง โดยเฉพาะฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนที่เพิ่มขึ้น ทำให้ลำไส้ทำงานช้าลง อาหารใช้เวลาในการย่อยนานขึ้น จึงเกิดแก๊สมากกว่าปกติ 

2.ลักษณะของการผายลมที่ควรรู้ 

2.1 ความถี่ของตด  อันนี้เราก็ต้องกลับมาดู คำว่าบ่อยนี่คือบ่อยขนาดไหน  ปกติแล้ว คนเราตด วันละ 10-20 ครั้ง ถ้าตดมากหรือน้อยกว่านี้ อาจเป็นสัญญาณอะไรบางอย่าง แต่อยากให้ทุกคนลองนับดู เพราะมันบ่งบอกความผิดปกติได้ 

•ตดน้อยกว่า 10 ครั้งต่อวัน  อาจเพราะกินไฟเบอร์น้อย หรือระบบย่อยอาหารทำงานช้า ถ้ามีอาการท้องอืดร่วมด้วย ลองเพิ่มไฟเบอร์ ดื่มน้ำให้เยอะขึ้น และขยับร่างกายบ้าง 

•ตด 10-20 ครั้งต่อวัน  ปกติ ไม่มีอะไรต้องกังวล 

•ตดมากกว่า 20 ครั้งต่อวัน อาจเป็นเพราะกินอาหารที่ทำให้เกิดแก๊สมาก เช่น ถั่ว ผักใบเขียว น้ำอัดลม นม หรืออาจเป็นสัญญาณของ IBS หรือ SIBO 

2.2 กลิ่นตด 

ปกติแล้ว ตดส่วนใหญ่ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น เพราะเป็นแค่ไนโตรเจน คาร์บอนไดออกไซด์ และออกซิเจน แต่ถ้ามีกลิ่นแรง มักมี แก๊สกำมะถัน ผสมอยู่ 

•ตดไร้กลิ่น เกิดจากลมที่กลืนเข้าไปเยอะ เช่น หายใจเร็ว เคี้ยวหมากฝรั่ง หรือกินอาหารที่ไม่ทำให้เกิดแก๊สพวกนี้ เช่น ข้าวขาว ขนมปังขาว 

•ตดมีกลิ่น ถ้ากินอาหารที่มีกำมะถันสูง เช่น เนื้อสัตว์ ไข่ ถั่ว ผักตระกูลกะหล่ำ (บรอกโคลี กะหล่ำปลี หัวหอม กระเทียม) ตดก็อาจเหม็นได้ 

•ตดเหม็นหนักมาก อาจเป็นเพราะระบบย่อยมีปัญหา เช่น แพ้แลคโตส IBS หรือแบคทีเรียในลำไส้ผิดปกติ (SIBO) 

2.3เสียงของตดมีความหมายไหม? 

เสียงของการผายลมขึ้นอยู่กับปริมาณแก๊ส , ความเร็วของการปล่อยแก๊ส , ความตึงของกล้ามเนื้อรอบทวารหนัก เพราะฉะนั้นการที่ตดดัง ตดเบา ไม่สามารถบ่งบอกโรคอะไรได้ 

3.เมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์? 

ถ้าตดเยอะ หรือมีกลิ่นแรงเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้ามีอาการพวกนี้ร่วมด้วย ควรไปพบแพทย์  

-ปวดท้องเรื้อรัง 

-ท้องอืดหนักจนรู้สึกอึดอัด 

-ท้องเสียหรือท้องผูกนานผิดปกติ 

-มีเลือดปนในอุจจาระ 

-น้ำหนักลดโดยไม่รู้สาเหตุ 

-มีไข้ร่วมกับอาการทางเดินอาหาร 

4.วิธีลดการผายลมที่มากเกินไป 

-หลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้เกิดแก๊สเยอะ เช่น ถั่ว ผักตระกูลกะหล่ำ น้ำอัดลม และอาหารไขมันสูง 

-กินให้ช้าลง เคี้ยวให้ละเอียด ลดการกลืนอากาศ 

-ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพื่อช่วยให้ลำไส้ทำงานดีขึ้น 

-ดื่มน้ำมาก ๆ ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น 

5.โพรไบโอติกและพรีไบโอติกช่วยได้ยังไง? 

-โพรไบโอติก (Probiotics) คือแบคทีเรียดีที่ช่วยปรับสมดุลในลำไส้ เช่น โยเกิร์ต คีเฟอร์ กิมจิ 

-พรีไบโอติก (Prebiotics) คืออาหารของแบคทีเรียดี เช่น กระเทียม หัวหอม กล้วย หน่อไม้ฝรั่ง 

ต้องบอกว่าเรื่องตดเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นกับทุกคน และบอกอะไรหลายอย่างเกี่ยวกับสุขภาพของเรา ถ้าผายลมเยอะขึ้น มีกลิ่นแรงผิดปกติ หรือมีอาการอื่นร่วมด้วย อาจเป็นสัญญาณว่าระบบย่อยอาหารของเรากำลังมีปัญหา รวมถึงการกินอาหารที่เหมาะสม หลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้เกิดแก๊สเยอะ ออกกำลังกายบ้าง และเสริมโพรไบโอติกกับพรีไบโอติก สามารถช่วยให้ลำไส้แข็งแรง และลดการเกิดตดที่ผิดปกติได้  ก็อย่าละเลยเรื่องนี้กันนะคะ  

ที่มา: เพจเฟซบุ๊ก หมอเจด https://www.facebook.com/share/p/1AMnqAAPQ3/