อย่ามองข้าม! หมอหมู เตือน “กัดเล็บ” เสี่ยงติดเชื้อรุนแรง อันตรายถึงชีวิต แนะเลิกได้เลิก

บวรวัฒน์ อีจัน

บวรวัฒน์ อีจัน

17 กุมภาพันธ์ 2568

อย่ามองข้าม! หมอหมู เตือน “กัดเล็บ” เสี่ยงติดเชื้อรุนแรง อันตรายถึงชีวิต แนะเลิกได้เลิก

โดยปกติทั่วไป ผู้คนส่วนใหญ่ มักจะเผลอกัดเล็บตัวเอง และมองข้ามว่าการกัดเล็บคือเรื่องปกติ ไม่มีอันตรายใดๆ แต่ล่าสุดอาจไม่เป็นอย่างนั้น หลังจากมีกรณีศึกษาจากต่างประเทศ ระบุว่า “การกัดเล็บ” เสี่ยงทำให้เกิดการติดเชื้อ และอันตรายถึงชีวิตได้

ภาพประกอบ

วันนี้ (17 ก.พ.68 ) รศ.นพ.วีระศักดิ์ จรัสชัยศรี อาจารย์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว.) ได้ออกมาโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว “หมอหมู วีระศักดิ์” เตือนภัยสายชอบกัดเล็บ หลังมีการเปิดเผยกรณีศึกษาจากต่างประเทศ ที่พบผู้ป่วยติดเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งเกิดจากการกัดเล็บของตัวเอง ทำให้เกิดภาวะนิ้วบวม ซึ่งหากรักษาล่าช้า เชื้ออาจลุกลามขึ้นที่แขน และเสี่ยงภาวะการติดเชื้อในกระแสเลือดได้ พร้อมแนะควรหยุดพฤติกรรมดังกล่าว

โพสต์ระบุดังนี้  

เตือน! หยุดพฤติกรรมกัดเล็บ เสี่ยงติดเชื้อ ‘อันตรายถึงชีวิต’ 

การกัดเล็บเป็นพฤติกรรมที่หลายคนมองว่าไม่มีอันตราย แต่กรณีศึกษาล่าสุดชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงที่ร้ายแรงจากพฤติกรรมนี้ 

กรณีศึกษา : การติดเชื้อรุนแรงจากการกัดเล็บ 

Karen Peat จากสกอตแลนด์ ได้แชร์ประสบการณ์ของเพื่อนที่ถูกนำส่งโรงพยาบาล Glasgow Royal Infirmary เพื่อผ่าตัดฉุกเฉิน หลังจากที่เพื่อนของเธอกัดเล็บจนติดเชื้อที่นิ้ว แม้จะได้รับคำแนะนำจากเภสัชกรให้ใช้แมกนีเซียมซัลเฟตและปิดแผล แต่การติดเชื้อกลับแย่ลง แพทย์เตือนว่าหากปล่อยไว้ การติดเชื้ออาจลุกลามขึ้นแขนและเป็นอันตรายถึงชีวิต 

ความเสี่ยงจากการกัดเล็บ :

1. การติดเชื้อที่ผิวหนังรอบเล็บ (Paronychia): การกัดเล็บอาจทำให้ผิวหนังรอบเล็บเกิดบาดแผล เปิดโอกาสให้แบคทีเรียหรือเชื้อราเข้าสู่ร่างกาย 

2. การติดเชื้อในกระแสเลือด (Sepsis): ในกรณีที่การติดเชื้อลุกลาม แบคทีเรียอาจเข้าสู่กระแสเลือด ทำให้เกิดภาวะพิษในเลือด ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิต 

3. ปัญหาทางทันตกรรม: การกัดเล็บอย่างต่อเนื่องอาจทำให้ฟันสึกหรอหรือเกิดความเสียหาย 

คำแนะนำในการหยุดพฤติกรรมการกัดเล็บ : 

Dr. Claire Merrifield แพทย์ทั่วไปและผู้อำนวยการด้านการแพทย์ที่ Selph แนะนำว่า การกัดเล็บหรือที่เรียกว่า onychophagia อาจเกิดจากความเบื่อหน่ายหรือการทำงานที่ยากลำบาก มากกว่าความวิตกกังวล เธอแนะนำให้ผู้ที่มีพฤติกรรมนี้พยายามหาวิธีหยุด เช่น 

1. การใช้ผลิตภัณฑ์ทาเล็บที่มีรสขม: เพื่อเตือนสติเมื่อเผลอกัดเล็บ 

2. การหากิจกรรมอื่นทำแทน: เช่น การบีบลูกบอลลดความเครียด 

3. การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต: หากพฤติกรรมนี้เกี่ยวข้องกับความเครียดหรือความวิตกกังวล 

อ้างอิงข้อมูลจาก : https://www.tyla.com/…/nail-biting-warning-woman… 

เรียบเรียงโดย: รศ.นพ.วีระศักดิ์ จรัสชัยศรี #หมอหมูวีระศักดิ์ #ตีแผ่ทุกความจริงด้วยวิทยาศาสตร์ 

ภาพประกอบ

ทั้งนี้ หมอหมู กล่าวเพิ่มเติมว่า ข้อมูลทั้งหมดที่ผมนำเสนอมีการอ้างอิงแหล่งที่มาชัดเจน และผมได้พยายามอ้างอิงจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ แต่บางครั้งอาจมีการโต้แย้งในข้อมูล ซึ่งเป็นเรื่องปกติในแวดวงวิชาการ ดังนั้นจึงขอเรียนทุกท่านว่า โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านบทความของผม และควรหาข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อความถูกต้องอีกครั้งด้วยนะครับ 

หากใครมีพฤติกรรมดังกล่าวอยู่ ควรเลิกตั้งแต่ตอนนี้ ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป “อีจัน” เป็นห่วงครับ

ขอบคุณข้อมูล : เฟซบุ๊ก “หมอหมู วีระศักดิ์”