พบเนื้องอกขนาด 20 ซม. อยู่ในท้องหญิงวัย 38 ปี

migrator

migrator

13 มกราคม 2564

พบเนื้องอกขนาด 20 ซม. อยู่ในท้องหญิงวัย 38 ปี

จากกรณีมีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Arak Wongworachat ซึ่งป็นเฟซบุ๊กของ นายแพทย์อารักษ์ วงศ์วรชาติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสิชล โพสต์ภาพก้อนเนื้องอกขนาดใหญ่หลังผ่าตัดจากคนไข้หญิงรายหนึ่ง 38 ปี ไม่มีประวัติแท้งลูก แต่แค่มีอาการปวดประจำเดือนนานกว่าปกติ และปวดท้องบ่อย เพราะคิดว่าเป็นแค่โรคกระเพาะ จนสุดท้ายอาการเหล่านั้นคือเนื้องอกก้อนโตขนาดกว่า 20 ซม. อยู่ในท้องของเธอ
โดยนายแพทย์อารักษ์ระบุอาการของคนไข้รายนี้ว่า

ผู้ป่วยหญิงดังกล่าวอายุ 38 ปี มีบุตร 1 คน บุตรอายุ 16 ปี ไม่เคยแท้งบุตร ตนมีอาการรู้สึกปวดถ่วงท้องน้อยมา 1 ปีเศษ และจะปวดมากเวลามีประจำเดือน ประจำเดือนมาแต่ละครั้งมามาก มาหลายวัน บางรอบเดือนมามากกว่า 7 วัน กินยาคุมบ้างเป็นบางครั้ง มีอาการจุกเสียดแน่นท้องบ่อยๆ และทุกครั้งที่ปวดท้องก็จะซื้อยากินเอง ยาโรคกระเพาะ,ยาพาราแก้ปวด พออาการดีขึ้น พอประจำเดือนหยุดก็หายปวดจึงไม่คิดจะไปหาหมอ

ภาพจากอีจัน
เวลาต่อมาเริ่มมีปัสสาวะขัด บางครั้งต้องเบ่งปัสสาวะลำบาก ปัสสาวะบ่อยๆ ปวดถ่วงท้องน้อยมากขึ้น ประจำเดือนไม่มาสามเดือน ท้องผูกบ่อยและท้องโตขึ้นมาก ตนพยายามซื้อยาระบายมากินเอง และทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ก็จะปวดท้องน้อยมาก จนทำให้เกิดความกลัวทุกครั้ง เวลานอนก็จะปวดหลัง ปวดขา ตื่นเช้ามาขาบวม จนเพื่อนบ้านแซวว่าท้อง จึงตัดสินใจไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลสิชล
ภาพจากอีจัน
สูติแพทย์ได้คลำหน้าท้องได้พบก้อนแข็งโตขึ้นมาเหนือระดับสะดือ จึงส่งไปอัลตราซาวด์ช่องท้อง พบก้อนขนาดใหญ่ประมาณ 20 ซม. โตกว่าหัวเด็กทารก จึงวางแผนผ่าตัดด้วยการเปิดแผลทางหน้าท้อง ด้วยขนาดก้อนที่โตมากจึงไปเบียดกระเพาะปัสสาวะจนปัสสาวะไม่ออก กดลำไส้ใหญ่จนท้องผูกถ่ายลำบาก กดเส้นเลือดแดงใหญ่จนเลือดที่ขาไหลกลับลำบาก กดท่อปัสสาวะ ทำให้ปัสสาวะคั่ง ไตทำงานหนักขึ้น การผ่าตัดก็ไม่ง่ายต้องใช้ความระมัดระวังไม่ให้ไปตัดเอาอวัยวะอื่นที่สำคัญข้างเคียง หลังจากนั้นส่งก้อนไปตรวจทางพยาธิวิทยาต่อไป

ในผู้ป่วยรายนี้เป็นเคสที่พบเนื้องอกมดลูกที่โตที่สุด ที่เคยผ่าตัดในโรงพยาบาลสิชล ในรอบ 15 ปี ส่วนสาเหตุการเกิดเนื้องอกนั้น ยังไม่สามารถระบุได้แน่ชัดว่าเกิดจากอะไร มีการตั้งข้อสังเกตว่าฮอร์โมนเพศหญิง ทั้งเอสโตรเจนและโพรเจสเทอโรน ที่กระตุ้นการเจริญของเยื่อบุมดลูกระหว่างการมีประจำเดือนในทุก ๆ เดือน อาจส่งเสริมให้เกิดการเจริญเติบโตของเนื้องอกมดลูกขึ้นได้

ภาพจากอีจัน
เนื้องอกที่พบส่วนใหญ่ไม่ใช่เนื้อร้าย และมีโอกาสน้อยที่จะกลายเป็นมะเร็งได้ แต่ก็พบได้เช่นกัน อันตรายของเนื้องอกมดลูกคือ การที่มีเนื้องอกขนาดใหญ่แล้วไปมีผลต่อการทำงานของอวัยวะส่วนอื่นอาจทำให้มีประจำเดือนมามาก รวมทั้งอาการปวดท้องรุนแรงในผู้ป่วยบางราย ถึงแม้โดยทั่วไปเนื้องอกมดลูกจะไม่ได้เป็นอันตรายมากนัก แต่ก็ควรทำการตรวจภายในเป็นประจำ ในการตรวจสุขภาพประจำปี ปัจจุบันทางการแพทย์มีเครื่องมือที่ช่วยในการวินิจฉัยและเฝ้าติดตามดูแลขนาดของก้อนเนื้องอกได้อย่างแม่นยำถูกต้องด้วยเครื่องอัลตราซาวด์ ตรวจง่าย ไม่มีรังสี ไม่เจ็บปวดใดๆ ทำให้สามารถตรวจพบและรักษาได้ทันที
ภาพจากอีจัน
ทั้งนี้ผู้โพสต์เฟซบุ๊กดังกล่าวก็ได้ฝากถึงประชาชนทั่วไปว่า อย่ากลัวการไปพบแพทย์ อย่ากลัวการตรวจภายใน รักษาตั้งแต่เริ่มแรกจะดีกว่าการปล่อยให้โรคลุกลามไปมากแล้ว