เช็กวุฒิ ว่าที่ นายกฯ “วิศวะฯ-เศรษฐศาสตร์” ปริญญายอดนิยม

ทีมออนไลน์

ทีมออนไลน์

23 ธันวาคม 2568

เช็กวุฒิ ว่าที่ นายกฯ “วิศวะฯ-เศรษฐศาสตร์” ปริญญายอดนิยม

ตีลังกาเล่าข่าว โดย กรรณะ

วันอาทิตย์ที่จะถึงนี้เราจะมีการสมัครรับเลือกตั้งในระบบัญชีรายชื่อ และแต่ละพรรคก็จะยื่น “บัญชีผู้ที่จะเสนอเป็นนายกฯ”  หรือที่เรียกกันว่า “แคนดิเดตนายกฯ”

ตามกฎหมายบอกว่าแต่ละพรรคเสนอได้สามคน แต่พรรคที่จะมีสิทธิได้เสนอในสภาก็ต้องได้เสียง สส. มากกว่า 5% หรืออย่างน้อยต้องมี 25 เสียงในสภา

แต่ก่อนจะถึงขั้นนั้นเราลองมาเช็กแบบเด็กเนิร์ดกันว่า จากบรรดาผู้ที่มีข่าวว่าจะได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกฯ ในตอนนี้ ใครเรียนจบสาขาไหนกันมาบ้าง เพราะการเล่าเรียนถือเป็นพื้นฐานของวิธีคิดและวิธีการทำงาน

เรามาเริ่มที่พรรคภูมิใจไทยกันก่อนที่เริ่มจากพรรคนี้ก็เพราะเป็นพรรคที่เป็นรัฐบาลชุดปัจจุบัน โดยแน่นอนอันดับหนึ่งคือ นายกฯ คนปัจจุบัน และผู้มีอำนาจตัวจริงอยาง “อนุทิน ชาญวีรกูล” ส่วนอีกสองคนชื่อยังไม่นิ่ง โดยมีทั้งชื่อของ “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส”  “ศุภจี สุธรรมพันธ์”  และ  “สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว”

“นายกฯอนุทิน” จบการศึกษาระดับปริญญาตรีในสาขา “วิศวกรรมศาสตร์”  จากสหรัฐอเมริกา และปริญญาโทด้านการบริหารธุรกิจจากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ซึ่งที่ “คุณอนุทิน” เลือกเรียนทั้งสองสาขานี้ ก็เพราะเขาเป็นทายาทของบริษัท “ซิโน – ไทย” บริษัทก่อสร้างอันดับต้นๆของไทย และความสามารถด้าน “วิศวฯ” ของเขาฉายให้เห็นตอนเกิดเหตุดินถล่มหน้าวชิรพยาบาล

ด้าน “เอกนิติ” พูดได้เต็มปากว่าเป็นนักเศรษศาสตร์เพราะเขาจบด้านเศรษฐศาสตร์ตั้งแต่ปริญญาตรี ถึง ปริญญาเอก  โดยปริญญาตรีจบจากธรรมศาสตร์ ส่วนปริญญาโท และ เอกจบจาอสหรัฐอเมริกา และความเป็นนักเศรษฐศาสตร์ เขาก็ทำงานด้านนี้มาตลอดชีวิต แม้แต่มาเป็น รมต. ในรัฐบาล “อนุทิน” ก็เป็น รมว. คลัง และแน่นอนถ้าเขาได้เป็นนายกฯ  เรื่องเศรษฐกิจการคลังก็ต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง

อีกคนคือ “ศุภจี” เธอสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี ในสาขาที่แตกต่างออกไป ในคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยาบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยคณะนี้จะสอนเรื่องความเข้าใจในพฤติกรรม ความเชื่อ และความเป็นมนุษย์ เพื่อนำไปพัฒนาสังคม จากนั้นก็ไปจบปริญญาโทบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาการเงินและการบัญชีต่างประเทศ จาก สหรัฐอเมริกา

ด้วยสองสาขาที่เธอจบมาทำให้เธอมีความเข้าใจทั้งระบบเศรษฐกิจและความเป็นมนุษย์ พัฒนาการของสังคม แน่นอนทำให้เธอกลายเป็นนักบริหารที่สำเร็จ และถ้าได้เป็นนายกฯ ก็เชื่อได้ว่าจะเน้นแนวทางเศรษฐกิจเพื่อการพัฒนาสังคม

และคนสุดท้าย “ท่านทูตสีหศักดิ์”  ก็จบมาทางด้านการทูต โดยปริญญาตรี จากคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และต่อปริญญาโทด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่ วิทยาลัยระหว่างประเทศศึกษาชั้นสูง มหาวิทยาลัยจอนส์ฮอปกินส์  สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำ แน่นอนว่าถ้า “ท่านทูตสีหศักดิ์” เป็นนายกฯ นโยบายนำก็ต้องเป็นนโยบายการต่างประเทศ

อย่างไรก็ตามน่าสนใจว่าทั้ง 4 คน จบจากต่างประเทศคือสหรัฐอเมริกาทั้งหมด เพียงแค่คนละมหาวิทยาลัยเท่านั้น

มาถึงพรรคประชาชนก็เสนอชื่อสามคนคือ “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” “ศิริกัญญา ตันสกุล” และ “วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร”

“หัวหน้าเท้ง”  จบปริญญาตรี วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  แม้จะเป็น “วิศวะ” เหมือน “อนุทิน” แต่ก็เป็นคนละด้านเพราะ “หัวหน้าเท้ง” จบวิศวกรรมคอมพิวเตอ์ ซึ่งเป็นศาสตร์ที่สำคัญกับโลกสมัยใหม่ และการเป็นวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ทำให้มีการคิดการทำงานที่เป็นระบบ

“ศิริกัญญา” มือเศรษฐกิจตั้งแต่พรรคก้าวไกล  เธอจบปริญญาตรีและโทจากคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยตูลูส ประเทศฝรั่งเศส เรียกว่าเป็นนักเศรษฐศาสตร์ และการทำงานก็ทำงานให้กับ TDRI  เรื่องเศรษฐศาสตร์ จึงไม่แปลกที่เธอจะอ่านเศรษฐกิจแม่น ซึ่งหากเป็นนายกฯ ก็แน่นอนว่าเรื่องเศรษฐกิจการคลังก็น่าจะเป็นธงนำ

ขณะที่ “วีระยุทธ” จบปริญญาตรีสาขา วิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า และปริญญาโท ในคณะเศรษฐศาสตร์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และจบปริญญาเอกด้านการพัฒนาจากประเทศอังกฤษ  เรียกได้ว่าครบเครื่องทั้ง “วิศวะ – เศรษฐศาสตร์ – และการพัฒนา”  เชื่อว่าถ้าเป็นนายกฯน่าจะประสานทุกศาสตร์มาร่วมกันได้

 พรรคต่อมาคือ “เพื่อไทย”  พรรคนี้ก็มีแคนดิเดตสามคนคือ “ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” “จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์”

เริ่มที่เบอร์หนึ่ง “ยศชนัน” เขาจบริญญาตรี สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า จากสถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ระดับปริญญาโทและระดับปริญญาเอก สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทกซัส อาร์ลิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา  เรียกได้ว่าเป็นสายวิศวกรรมไฟฟ้าโดยตรง และผลงานของเขาโดยมากก็เป็นงานวิจัยและพัฒนา  ดังนั้นเชื่อได้ว่าเมื่อเขาได้มาเป็นนายกฯ การวิจัย รวมถึงนวัตกรรมเรื่องต่างๆจะถูกสนับสนุน

ต่อมาคือ “สุริยะ”   ก็เป็นอีกหนึ่งคนที่จบ “วิศวะฯ” โดยเขาจบปริญญาตรีวิศวกรรมอุตสาหการ จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ประเทศสหรัฐอเมริกา  และสาขานี้ทำให้เขาเคยได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีอุตสาหกรรมมาแล้วทั้งในระดับว่าการ และ รัฐมนตรีช่วย แต่ดูเหมือนว่าความสามารถด้านนนี้มักจะถูกมองข้ามไปและไปโดดเด่นด้านการเมืองเสียมากกว่า

“จุลพันธ์” จบปริญญาตรี “เศรษฐศาสตร์” จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และปริญญาโท ด้านการบริหารธุรกิจ จากสหรัฐอเมริกา และนี่เอที่ทำให้เขากลายเป็นทีมเศรษฐกิจของเพื่อไทย และกลายเป็นคนที่ถูกตั้งความหวังไว้ไม่น้อย  ซึ่ง “เพื่อไทย” เองก็คงพร้อมทุ่มเต็มที่ที่จะสร้างความเชื่อมั่นด้านเศรษฐกิจให้กลับมา หลังจากทำพังถล่มทลายไปเมื่อสมัยที่แล้ว

Processed with VSCO with fa1 preset

พรรคประชาธิปัตย์ ตอนนี้มีชื่อ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ”  แน่นอนว่าถ้านับเฉพาะชื่อเขาไม่เป็นรองใคร ว่ากันว่า “อภิสิทธิ์” ถูกเลี้ยงดูมาให้เป็นนายกฯ

เขาจบปริญญาตรีในสาขาวิชาปรัชญา การเมือง และ เศรษฐศาสตร์  ที่มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด  ประเทศอังกฤษ  และปริญญาโทสาขาเศรษฐศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ดอีกครั้ง

การเรียนสาขาวิชาปรัชญา การเมือง และ เศรษฐศาสตร์ เป็นสาขาที่นักการเมืองและนักปกครองนิยม เพราะได้เรียนรู้เรื่องราวทางการเมือง การปกครองรวมถึงเชื่อมโยงเศรษฐศาสตร์ จึงเหมาะสมกับการเข้าสู่ตำแหน่งทางการเมืองเป็นอย่างมาก

จริงอยู่แม้การเรียนจะบอกอะไรไม่ได้ทั้งหมด แต่เราก็จะพอรู้สไตล์และแนวทางการทำงานจากรากฐาน ส่วนที่เหลือก็ขึ้นกับว่าเขาจะใช้ความรู้ความชำนาญนี้แบบไหน และรับใช้ใครเท่านั้นเอง