“ธรรมนัส พรหมเผ่า” เพราะสเป็กแบบนี้ พี่ถึงเนื้อหอม!

ทีมออนไลน์

ทีมออนไลน์

12 พฤษภาคม 2568

“ธรรมนัส พรหมเผ่า” เพราะสเป็กแบบนี้ พี่ถึงเนื้อหอม!

คอลัมน์ : ตีลังกาเล่าข่าว โดย “กรรณะ”

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไม “ผู้กองธรรมนัส” หรือ “ธรรมนัส พรหมเผ่า” ถึงกลายเป็นคนเนื้อหอม มีราคาและใคร ๆ ก็อยากใช้งาน ทั้ง ๆ ที่ประวัติของเขาไม่ใช่ประวัติที่สวยหรือดีงาม หรือถ้าพูดกันตรง ๆ ประวัติของเขาใครเห็นก็ร้องยี้

แต่ทำไมเวลามีอำนาจใคร ๆ ก็เรียกหา มาตั้งแต่สมัย “รัฐบาลประยุทธ์” ที่ “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” ต้องเก็บ “ผู้กองธรรมนัส” ไว้ข้างกาย และครั้งนี้กับ “รัฐบาลอุ๊งอิ๊ง” ที่ก็ไม่ต้องอ้อมค้อมว่าแม้จะอยู่พรรค “กล้าธรรม” แต่เขาก็ “กล้าเสิร์ฟ” ให้กับ “เพื่อไทย”  ชนิดที่รอเพียงวัน ว. เวลา น. ที่จะกลับมานั่งเก้าอี้รัฐมนตรี

วันนี้เราจะมาอธิบายกันด้วยเรื่อง “การเมืองและอำนาจ” ที่มิใช่การเมืองเชิงอุดมคติ

ต้องทำความเข้าใจว่าการทำการเมืองและหากอยากมีอำนาจทางการเมือง ไม่อาจใช้เฉพาะ “สีขาว” ได้  แต่หากต้องการคนที่มี “สีเทา” มาเดินเกมใต้ดินที่สีขาวไม่อยากแปดเปื้อน

เคยมีคำกล่าวที่ว่า “คนดี” ทำได้เฉพาะเรื่องดีๆ แต่ “คนไม่ดี” ทำได้ทั้ง “เรื่องไม่ดี” และ “เรื่องดี”

หากมองในอดีตย้อนกลับไป ใครจะมาเป็นนายกฯ อย่างน้อยก็ต้องภาพดี แม้จะไม่ดูขาวใสสะอาด แต่ก็ต้องไม่สีเทาหรือสีดำ

แต่เบื้องหลังคนที่จะเป็นนายกฯ ต้องมีมือทำงาน ที่พร้อมจะทำงานทุกอย่าง ถ้าเป็นเมื่อก่อนก็จะมีตำแหน่งเลขาธิการพรรคให้เป็นรางวัล ซึ่งเขาเหล่านี้จะทำทั้งเรื่องดีๆอย่างเรื่องนโยบายและเรื่องใต้ดินอย่างการเดินเกมรวมเสียง แน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องที่ขาวสะอาดทั้งหมด

ถ้านึกไม่ออกให้นึกถึง “นายกฯชาติชาย ชุณหะวัณ”  ที่ต้องมี “บรรหาร ศิลปอาชา” เป็นเลขาธิการพรรค  วัน “ชวน หลีกภัย” เป็นนายกฯ ใจซื่อมือสะอาด แต่ข้างหลังก็มีเงาของ “เสธ.หนั่น” พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ วันที่ “บรรหาร ศิลปอาชา” ก้าวขึ้นมายืนข้างหน้าเพื่อเป็น “นายกฯ” ก็มี “ ป๋าเหนาะ – เสนาะ เทียนทอง” ทำหน้าที่นี้ และเมื่อ  “พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ” อยากเป็นนายกฯ  ก็ดึง “ป๋าเหนาะ”  มาทำงานให้  เมื่อ “ทักษิณ” อยากเป็น “นายกฯ”  ก็พา “ป๋าเหนาะ” และทีมงานมาอยู่ด้วยจนวันนั้นเขาขนานนามตัวเองว่า “นักปั้นนายกฯ”  ไม่เว้นแม้แต่ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ที่ก็มีภาพของ “สุเทพ เทือกสุบรรณ” อยู่ข้างหลัง  งานหล่อๆเป็นงานของ “นายกฯมาร์ค” ส่วนงานแปดเปื้อนก็เป็นงานของ “เทพเทือก”

เช่นเดียวกับ “นายกฯประยุทธ์ จันทร์โอชา” ที่พยายามวาดภาพคนดี ซื่อสัตย์ แต่คนที่เดินเกมที่ต้องเนื้อตัวมอมแมมก็เป็นของ “ลุงป้อม – พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ”  นี่คือสิ่งที่ใครๆหลายคนอยากปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริงแต่ก็ทำไม่ได้

หรือแม้แต่ภูมิใจไทยในเวลานี้ที่เบื้องหน้าคือ “อนุทิน ชาญวีรกูล” แต่เบื้องหลังที่เดินมาพร้อมกันก็คือ “เนวิน ชิดชอบ”

สเป็กของคนที่จะมาทำหน้าที่แบบนี้อย่างแรกคือต้องไม่กลัวว่าเนื้อตัวจะแปดเปื้อนหรือพยายามบอกว่าตัวเองบริสุทธิ์  เพราะยิ่งพยายามเท่าไหร่ก็ยิ่งทำให้การทำงานในฐานะ “ผู้จัดการรัฐบาล” หรือ “ล็อบบี้ยิสต์” ทำได้ยากขึ้น ใครเล่าจะเจรจาเรื่องไม่สวยงามกับคนที่ไม่ยอมบอกว่ากำลังทำเรื่องไม่สวย

อย่างที่สอง ต้องเป็นคน ใจถึง พึ่งได้ บริวารถึงจะวางใจถวายชีวิตทำงานให้ได้  เพราะงานที่ทำไม่ได้มีแต่เรื่องดีๆ

อย่างที่สามต้องเป็นคนมีฝีมือ ไม่ใช่ว่าชีวิตนี้ทำแต่เรื่องไม่ดี แต่งานการเมืองก็ต้องมีงานด้านขาว งานมวลชนเพื่อนำไปโชว์ว่า ไม่ใช่ไก่กา และสามารถทำให้มวลชนมาหนุนหลัง หรือหากอยากทำเรื่องนโยบายให้เสร็จ คนจำพวกนี้ก็จะสามารถทำให้ได้

เรียกได้ว่างานขาว งานดำ งานเทา ต้องครบเครื่อง เพราะหากมีแต่งานเทางานดำ อยู่ไม่นานก็ต้องถอยไป

และหากมองไปในยุทธภพการเมือง ณ เวลานี้ ไม่มีใครที่จะอยากกลายเป็นคนไม่ดี หรือตกเป็นข้อครหา และที่สำคัญหาคนที่มีฝีมือแบบครบทุกด้านได้ยากยิ่งกว่า

ถึงเวลานี้คุณสมบัติที่ว่ามีอยู่ในตัว “ธรรมนัส พรหมเผ่า” ครบแล้ว  แน่นอนประวัติเขาไม่สวยงามแม้แต่สักนิด เขาเคยมีคดียาเสพติดที่ถูกตัดสินที่เมืองนอก แต่ถูกฟอกว่าไม่ถือเป็นความผิดในประเทศไทยจากคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญในยุค “รัฐบาลประยุทธ์” ด้วยเหตุผลที่ว่า กฎหมายเป็นคนละประเทศ

เมื่อเป็นเช่นนี้เขาก็ไม่จำเป็นต้องทำภาพให้ทุกคนเห็นว่าเป็นคนดี

ขณะเดียวกันฝีไม้ลายมือในตอนที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็มีไม่น้อย การแจกที่ดิน การทำมวลชนเขาไม่เป็นสองรองใคร  เรียกได้ว่าพา “ลุงป้อม” ไปแจกที่ดินได้หลายแห่งทีเดียว

และกับรัฐบาลปัจจุบัน มองไปทางไหนก็หาคนเข้าสเป็กนี้แทบไม่ได้ อาจจะมีคนอยากทำแต่ฝีไม้ลายมือ และอำนาจบารมีก็ยังไม่ถึง

ขณะที่ “ผู้กองธรรมนัส” เองนั้นมีครบและไม่เหนียมอายที่จะทำ เอาง่ายๆ นาทีที่ “งูเห่า” เป็นเรื่องที่น่ารังเกียจ เขาก็ทำตัวเป็นงูเห่าในพรรคพลังประชารัฐ ก่อนที่จะใช้ทุกกระบวนท่าขอแยกทาง และเมื่อมาเป็นพรรค “กล้าธรรม” ก็ไม่เหนียมอายที่จะบอกว่า “กำลังดูดงูเห่า” มาเสริมแกร่งให้รัฐบาล แถมชี้เป้าด้วยว่าจะเอาใครมาจากที่ไหน

ถ้าเป็นคนอื่นคงกระมิดกระเมี้ยน หลบๆซ่อนๆ แต่นี่เขาแสดงความต้องการมาอย่างโต้งๆ เปิดการเจรจาอย่างไม่อาย สมัยอภิปรายก็ทำให้เห็นมาแล้ว

โดยเฉพาะในวันที่ “เพื่อไทย” อยาก “เป็นไท”  จากพรรคภูมิใจไทย  การอาศัยฝีมือ “หัวหน้ากองทัพงูเห่า” ดึงเสียงจากฝ่ายค้านมาหนุนรัฐบาลให้มากที่สุดยิ่งเป็นเรื่องจำเป็น เพราะโจทย์มีอยู่ว่าทำอย่างไรก็ได้เพื่อให้อยู่ได้ แม้ภูมิใจไทยไม่อยู่ด้วย

และล่าสุดกับการดูด “สส.ประชาชน” ที่ว่ากันว่าดูดยากดูดเย็นก็กำลังจะมาอยู่กับเขา ซึ่งมีความเป็นไปได้ไม่น้อยว่าเมื่อกำแพงเหล็กถูกเจาะเป็นรู ก็อาจจะมีปรากฏการณ์เขื่อนแตกตามมา

เรื่องคนดี หรือ คนไม่ดี ในเกมการเมืองเชิงอำนาจคือสิ่งที่ถูกผลักเป็นเรื่องรอง  แต่สิ่งที่ชัดและเป็นที่ต้องการที่สุดคือความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะบรรลุสู่เป้าหมายโดยไม่เลือกวิธีการ

ในโลกการเมืองเติบโตไม่ได้ด้วยสีขาวเพียงอย่างเดียว ทำให้ “ผู้กองธรรมนัส” เนื้อหอมแบบสุดๆ

หรือจะพูดให้ชัดในอีกทางว่า  หาก “ผู้กองธรรมนัส” ไม่เป็นที่ต้องการสิถึงจะเป็นเรื่องแปลก