เช็กหัวใจก่อนวิ่ง! หมอเเชร์อุทาหรณ์ นักวิ่ง 3 คน เกิดหัวใจหยุดเต้น ในวันเดียวกัน
พอลลี่ อีจัน
28 มกราคม 2569

โห…..สายนักวิ่ง เตรียมตัว เตรียมใจ ก่อนวิ่งด้วยนะคะ
เพราะมีเคสที่อันตรายมากจะมาเตือน เมื่อนักวิ่งหัวใจหยุดเต้น 3 รายในงานแข่งวิ่งวันเดียว?
เมื่อวันที่ 27 ม.ค.69 ที่ผ่านมา นพ.อกนิษฐ์ ศรีสุขวัฒนา หมอด้านหัวใจเเละการกีฬา ได้ออกมาโพสต์ยกเคสเตือนเกี่ยวกับความผิดปกติของหัวใจ ของนักวิ่งหรือใครที่ชอบวิ่ง อันนี้รับฟังไว้เป็นประโยชน์มากค่ะ โดยได้เตือนว่า…..

เคสนี้ นักวิ่งหัวใจหยุดเต้น 3 รายในงานแข่งเดียว อันนี้คือช็อกมากค่ะ
ซึ่งอันนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นสัญญาณเตือนที่ต้องจริงจัง
เเต่ข่าวดีคือ ทีมแพทย์สามารถช่วยชีวิตนักวิ่งที่หัวใจหยุดเต้นได้ถึง 3 ราย ได้อย่างปลอดภัย
เป็นเรื่องที่น่ายินดี สะท้อนว่าระบบแพทย์ฉุกเฉินและงานวิ่งในประเทศไทยพัฒนาไปไกลมากแล้ว แต่ในขณะเดียวกันตัวเลขนี้ก็น่าตกใจเช่นกัน
โดยปกติแล้ว อุบัติการณ์ของภาวะหัวใจหยุดเต้นขณะแข่งกีฬาอยู่ที่ประมาณ 1 ต่อ 80,000 -100,000 คน ในประชากรทั่วไป
และอาจเพิ่มเป็นประมาณ 1 ต่อ 50,000 คน ในกลุ่มอายุที่มากขึ้นแต่เมื่อมีผู้ป่วยถึง 3 รายในงานวิ่งเดียว
สัดส่วนความเสี่ยงอาจสูงถึงระดับประมาณ 1 ต่อ 10,000 ซึ่งถือว่าสูงกว่าปกติหลายเท่า
โดยทั่วไป ภาวะหัวใจหยุดเต้นขณะออกกำลังกายมักเกิดจาก 2 ปัจจัยหลัก


1) ปัจจัยด้านสภาพแวดล้อม เช่น อุณหภูมิสูง ความชื้นสูง มลพิษทางอากาศ เช่น PM2.5
ปัจจัยเหล่านี้เพิ่มภาระต่อระบบหัวใจและหลอดเลือดและอาจกระตุ้นให้เกิดภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันได้ง่ายขึ้น
2) ปัจจัยด้านสุขภาพของนักวิ่ง (ซึ่งเป็นปัญหาที่สำคัญกว่า)
หลายคนเข้าใจผิดว่า “คนที่ไปแข่งวิ่ง ขาไม่แรง ไม่ได้ซ้อมเยอะ ไม่ใช่ นักกีฬา”
แต่ในทางการแพทย์เมื่อใดก็ตามที่เราเข้าร่วมการแข่งขันกีฬา ไม่ว่าจะวิ่งเร็วหรือช้า ร่างกายจะถูกกระตุ้นเข้าสู่ระดับความเครียดทางสรีรวิทยาที่สูงขึ้นถือว่าออกกำลังกายหนักแบบนักกีฬา ซึ่งควรได้รับการประเมินความเสี่ยงล่วงหน้า
โดยข้อมูลทางระบาดวิทยาพบว่า กลุ่มที่เสียชีวิตจากการออกกำลังกายมากที่สุดคือ ชายอายุ 40 ปีขึ้นไป ความเสี่ยงสูงกว่าเพศหญิงประมาณ 3 เท่าและสาเหตุหลัก เกิน 85% คือ “โรคหลอดเลือดหัวใจ” ภัยเงียบที่นักวิ่งมองไม่เห็น คือ ไขมันในเลือดสูง ไขมันในเลือดสูงมักไม่มีอาการ หลายคนยังใช้ชีวิต ออกกำลังกาย และแข่งขันกีฬาได้ตามปกติแต่ในความเป็นจริง อาจมีคราบไขมันสะสมอยู่ในหลอดเลือดหัวใจโดยไม่รู้ตัว เมื่อออกกำลังกายหนักคราบไขมันอาจแตกหรือหลุด ทำให้เกิดภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน หากเป็นการอุดตันในเส้นเลือดขนาดเล็กการช่วยฟื้นคืนชีพ (CPR) และการส่งต่อเพื่อทำบอลลูนหลอดเลือดอาจช่วยชีวิตได้ แต่หากเป็นการอุดตันในเส้นเลือดหลัก โอกาสรอดชีวิตจะลดลงอย่างมาก ปั้มหัวใจไม่ขึ้นเลยแม้จะได้รับการช่วยเหลืออย่างเต็มที่ก็ตาม

การตรวจคัดกรองก่อนแข่งกีฬา จึงถือว่าความรับผิดชอบต่อชีวิตของตัวเอง
สำหรับนักวิ่งที่มีอายุ 35–40 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะผู้ที่มี ไขมันในเลือดสูง โรคประจำตัว หรือความเสี่ยงปานกลางขึ้นไปต่อโรคหัวใจ
ควรได้รับการตรวจคัดกรองก่อนเข้าร่วมการแข่งขันกีฬา หรือถ้ามีไขมันสูงและมีคราบไขมันในหลอดเลือด การรักษาไขมันในเลือดไม่ต่างจากการคาดเข็มขัดนิรภัยขณะขับรถ อาจไม่ได้ป้องกันอุบัติเหตุทั้งหมด แต่ช่วยลดความรุนแรงและโอกาสเสียชีวิตได้อย่างมีนัยสำคัญ
เพราะฉะนั้น การวิ่ง และการแข่งอย่างปลอดภัย จึงเป็นเรื่องของ “ความรับผิดชอบต่อสุขภาพของตัวเอง” เพราะบางครั้งความเสี่ยงที่อันตรายที่สุด ไม่ใช่การวิ่งเร็วเกินไปแต่คือการวิ่ง โดยไม่รู้ว่าหัวใจของเราพร้อมหรือไม่
อย่างที่บอกค่ะเรื่องสุขภาพเป็นเรื่องที่เราควรเอาใจใส่ให้มากเเละควรที่จะดูเเลตัวเอง ยิ่งถ้าเราจะต้องใช้ร่างกายเเต่ร่างกายเราไม่พร้อมเราก็ควรชั่งใจไว้ก่อนนะคะ จะได้ไม่เกิดอันตรายค่ะ
ที่มา: เฟซบุ๊ก หมอเเอร์ https://www.facebook.com/share/p/1AfAxPgm7E/