อย่ามโนว่าแค่เมื่อย! ตื่นมาปวดตึงคือ “ยูริกพุ่ง” สัญญาณนรกเก๊าท์ถามหา   

พอลลี่ อีจัน

พอลลี่ อีจัน

28 เมษายน 2569

อย่ามโนว่าแค่เมื่อย! ตื่นมาปวดตึงคือ “ยูริกพุ่ง” สัญญาณนรกเก๊าท์ถามหา   

โหววววสายเฮลตี้ควรเช็กตัวเองอีกหน่อยค่ะ เรามี ‘ยูริกสูง’ ในตอนเช้า อยู่รึป่าว?  

วันนี้ (27 เม.ย.69) นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ได้ออกมาโพสต์เตือนเรื่องสุขภาพ ผ่านเฟซบุ๊กหมอเจด  เกี่ยวกับ การตื่นมาแล้วรู้สึกปวดข้อ ตึง หรือขยับลำบาก แล้วคิดว่าเป็นแค่เมื่อยธรรมดา จริง ๆ แล้ว “ช่วงเช้า” คือช่วงที่ระดับกรดยูริกในร่างกายมีโอกาสสูงขึ้นได้มากกว่าปกติ นี่เเหละเดี๋ยวเรามาดูกันว่า กรดยูริก ในตอนเช้าบอกอะไรเราบ้าง?  

อย่างที่บอกค่ะ หลายคนตื่นมาแล้วรู้สึกปวดข้อ ตึง หรือขยับลำบาก  จริง ๆ แล้ว “ช่วงเช้า” คือช่วงที่ระดับกรดยูริกในร่างกายสูงขึ้น เกิดจากทั้งการขาดน้ำระหว่างนอน การไหลเวียนที่ช้าลง และอุณหภูมิร่างกายที่ลดลง สิ่งนี้กำลังบอกว่า “สมดุลยูริกในร่างกายเริ่มผิดปกติ” และอาจเข้าสู่ภาวะเสี่ยงเก๊าท์หรือการอักเสบของข้อได้ 

1. ยูริกพุ่งตอนเช้า = ร่างกายกำลังขับออกไม่ทัน โดยปกติกรดยูริกจะถูกขับออกทางไต แต่ถ้าร่างกายผลิตมากเกิน หรือไตขับออกได้ไม่ดี ระดับยูริกจะสะสมและ “พุ่งสูงช่วงเช้า” ได้ง่าย โดยเฉพาะหลังนอนหลายชั่วโมงโดยไม่ได้ดื่มน้ำ สะท้อนว่าระบบขับของเสียเริ่มทำงานไม่สมดุล และอาจมีปัจจัยแฝง เช่น ไตทำงานลดลง หรือดื้ออินซูลินร่วมด้วย 

2.สัญญาณที่มักเกิดตอนเช้า  ปวดข้อเฉียบพลัน โดยเฉพาะโคนนิ้วหัวแม่เท้า ข้อบวม แดง ร้อน หรือรู้สึกตึง แข็ง ขยับลำบากหลังตื่นนอน อาการมักชัดช่วงเช้าแล้วดีขึ้นเล็กน้อยเมื่อเริ่มขยับ แต่ไม่ได้แปลว่าหายนะ เพราะผลึกยูริกยังคงอยู่ในข้อ และอาจกลับมาปวดซ้ำได้ในวันถัดไปหรือช่วงกลางคืน  

3.สาเหตุที่ทำให้ยูริกสูงตอนเช้า 

• ดื่มน้ำน้อยช่วงเย็นถึงก่อนนอน ทำให้เลือดเข้มข้น 

• อาหารมื้อเย็นพิวรีนสูง เช่น เครื่องใน เนื้อแดง อาหารทะเล เบียร์ 

• แอลกอฮอล์ ทำให้ร่างกายขับยูริกได้น้อยลง 

• น้ำหนักเกิน และภาวะดื้ออินซูลิน ทำให้การจัดการยูริกแย่ลง 

• ไตทำงานลดลง ทำให้ขับยูริกไม่ทัน 

ปัจจัยเหล่านี้จะสะสมกัน และทำให้ระดับยูริกพุ่งขึ้นชัดในตอนเช้า 

4.แนวทางลดและป้องกันยูริกพุ่งตอนเช้า 

• ดื่มน้ำให้พอ โดยเฉพาะช่วงเย็น ช่วยลดความเข้มข้นของเลือด 

• เลี่ยงอาหารพิวรีนสูงและแอลกอฮอล์ในมื้อเย็น 

• คุมน้ำหนัก ลดภาวะดื้ออินซูลิน 

• ขยับร่างกายสม่ำเสมอ ช่วยให้ระบบเผาผลาญและขับของเสียดีขึ้น 

• ถ้ามีอาการบ่อย ควรตรวจระดับยูริก และประเมินการทำงานของไต 

เรื่องของการปรับพฤติกรรมต่อเนื่อง จะช่วยลดโอกาสเกิดผลึกยูริกในข้อได้จริง เพราะยูริกที่พุ่งสูงตอนเช้า ไม่ใช่แค่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นสัญญาณว่าร่างกายกำลังเสียสมดุลในการจัดการกรดยูริก ถ้าปล่อยไว้ อาจนำไปสู่เก๊าท์ การอักเสบของข้อ และปัญหาไตในระยะยาว  

ที่มา: https://www.facebook.com/share/p/1CfRFDk7SN/