หมอ เตือน! ไวรัสตับอักเสบเอ ระบาดหนักภาคตะวันออก
พอลลี่ อีจัน
27 เมษายน 2569

เป็นภัยร้ายที่มาช่วงหน้าฝนเเต่ เเค่หน้าร้อนปีนี้ก็เริ่มระบาดเเล้ว!
เมื่อวันที่ 26 เม.ย.69 ที่ผ่านมา ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ ได้ออกมาโพสต์เตือนภัยเกี่ยวกับสุขภาพร่างกายของเรากับโรคที่มีการระบาดหนักกันอยู่ในช่วงนี้ ก็คือ ไวรัสตับอักเสบเอ ที่กำลังระบาดอยู่ทางภาคตะวันออกของประเทศไทย ซึ่งน่าห่วงมากๆในช่วงนี้ค่ะ เดี๋ยวเราไปดูกันว่ามีอะไรบ้างที่เราต้องป้องกันเเละรู้เท่าทันว่าจะระบาดมากสุดช่วงไหนค่ะ ซึ่งคุณหมอได้บอกว่า….

ปีนี้เป็นปีที่มีการระบาดของไวรัสตับอักเสบเอ ค่อนข้างมาก
ตับอักเสบเอเกิดจากเชื้อไวรัส ในกลุ่ม enterovirus ติดต่อโดยเชื้อออกมาทางอุจจาระ และปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม และจะปนเปื้อนอาหารหรือน้ำดื่ม ทำให้เกิดการระบาดใหญ่ได้ โดยเฉพาะในกลุ่มที่ยังไม่มีภูมิต้านทาน
ไวรัสตับอักเสบเอ ถึงแม้ว่าจะมีหลาย genotype แต่มี serotype เดียว จึงเป็นครั้งเดียวในชีวิตแล้วภูมิต้านทานจะสามารถป้องกันไปได้ตลอดชีวิต
การระบาดติดต่อได้ง่ายมาก และขณะนี้ ประชากรไทยส่วนใหญ่ ที่อายุต่ำกว่า 40 ปี ปี ยังไม่มีภูมิต้านทานต่อไวรัสนี้ ถ้าไม่ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกัน ประชากรที่มีอายุระหว่าง 40-50 ปี ประมาณ เกือบ 50%จะมีภูมิต้านทานแล้ว และโดยเฉพาะผู้ที่มีอายุเกิน 60 ปีส่วนมากจะมีภูมิต้านทานแล้วจากการติดเชื้อโดยธรรมชาติ


สุขอนามัยในปัจจุบันเรื่องอาหารและน้ำดื่มได้ดีกว่าในอดีตมาก จึงทำให้เด็กรุ่นใหม่ไม่มีภูมิต้านทานจึงต้องอาศัยวัคซีน หรืออาจกล่าวได้ว่า ใครก็ตามเกิดในยุคที่ กินน้ำจากขันร่วมกัน มักจะมีภูมิต้านทานแล้ว คือผู้ที่เกิดในยุคสมัยเมื่อ 50 หรือ 60 ปีที่แล้ว ลองถามดูว่าเราเคยกินน้ำจากขันร่วมกันไหม ก็จะบอกอายุได้ ถ้าอยู่ในยุคนั้นส่วนใหญ่มีภูมิแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องฉีดวัคซีนป้องกัน
การระบาดส่วนใหญ่มักจะระบาดในฤดูฝนตอนต้น แต่ปีนี้เริ่มระบาดในฤดูร้อน ก็เป็นที่น่าห่วงว่าในฤดูฝนนี้จะมีผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้นอย่างแน่นอน
ทุกครั้งที่มีการระบาด ทางกระทรวงจะไปตรวจและมักจะโทษน้ำดื่มที่มีการปนเปื้อนไวรัส แต่ความเป็นจริงแล้ว การไปตรวจมักพบในระยะท้ายๆ เชื้อกระจายไปทั่ว เพราะปริมาณเชื้อมีจำนวนมาก เมื่อเอาน้ำดื่ม มาตรวจก็มักจะพบ สาเหตุที่สำคัญในการเริ่มต้นของการระบาดมักจะไม่รู้จริง แต่จากข้อมูลที่เรามี เราเชื่อว่าต้นตอของการระบาด มักจะมาจากแรงงานข้ามชาติ ที่นำเชื้อเข้ามา แล้วมากระจายในโรงงานเป็นกลุ่มก้อนมากกว่า แต่จุดนี้เป็นการที่ตรวจได้ยากมาก และไม่แปลกที่จะระบาดในโรงงานที่มีคนหมู่มาก
สิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง โรงงาน ที่ทำเกี่ยวกับอาหาร หรือบุคลากรที่ทำเกี่ยวกับร้านอาหาร มีความสำคัญอย่างยิ่งที่จะต้อง ดูแลเรื่องสุขอนามัยโดยเฉพาะการล้างมือหลังจากเข้าห้องน้ำ ให้สะอาด และถ้าเป็นไปได้การให้ภูมิคุ้มกันด้วยวัคซีน ในบุคลากรกลุ่มนี้มีความจำเป็นเพื่อลดการระบาด
การระบาดที่สำคัญอีกจุดหนึ่งคือ อาหารทะเล ไวรัสนี้จะมีความคงทนในน้ำทะเลได้ และหอยหลายชนิดเมื่อกินอาหารจำพวกแพลงตอนหรืออะไรก็ตามแต่ จะจับเอาตัวไวรัสตัวนี้เข้าไปอยู่ในตัวด้วย และถ้าเรารับประทานแบบชนิดลวก ที่อุณหภูมิไม่สูงพอไวรัสจะไม่ตาย โดยทั่วไปแล้วอุณหภูมิที่จะทำให้ไวรัสตายจะต้องเกิน 85 องศา C ขึ้นไป ดังนั้นถ้ารับประทานอาหารสุกหรือผ่านความร้อนเกินร้อยองศาก็จะปลอดภัย แต่การลวกหอยแครง หรือกินหอยนางรมสด อุณหภูมิภายในอาจจะไม่สูงพอ ก็อาจจะเป็นการแหล่งแพร่กระจายของไวรัสนี้ได้ เช่นการระบาดที่เซี่ยงไฮ้เมื่อ 30-40 ปีก่อนมีผู้ป่วยหลายแสนคน
เรื่องสุขภาพเราต้องดูเเลเป็นอันดับ 1 ค่ะ อย่างไรก็ตามตอนนี้คนไทยหลายคนก็ล้มป่วยด้วยโรคนี้ เราเองก็ต้องระวังกันให้มากขึ้นด้วยค่ะ