“ความอ้วน” ลงส่วนไหนของร่างกายถึงอันตรายที่สุด? 

พอลลี่ อีจัน

พอลลี่ อีจัน

15 กันยายน 2568

“ความอ้วน” ลงส่วนไหนของร่างกายถึงอันตรายที่สุด? 

ความอ้วนมันน่ากลัวกว่าที่คิดไว้!  

วันนี้ (15 ก.ย.68) นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ได้โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก หมอเจด เตือนเกี่ยวกับ  “ความอ้วน” ที่ไม่ว่าจะอ้วนลงพุง อ้วนลงตูด หรือ อ้วนทั้งตัว ก็อาจมีผลต่อสุขภาพได้มากเช่นกัน  โดยให้ข้อมูล ระบุว่า…. 

เวลาเรา “อ้วนขึ้น” หลายคนก็จะนึกว่ามันก็เหมือน ๆ กันหมดแต่จริง ๆ แล้วตำแหน่งที่ร่างกายเราเก็บไขมันมันไม่เหมือนกันเลยบางคนพุงมาเต็มก่อนใคร บางคนก้นกับต้นขาแน่นจนกางเกงตัวโปรดใส่ไม่ได้ ส่วนบางคนก็ดูบวมทั้งตัว ตั้งแต่หน้า แขน ขา ไปจนถึงหลังซึ่งความแตกต่างตรงนี้ไม่ได้เกี่ยวกับรูปร่างอย่างเดียว แต่มันบอกถึงสุขภาพข้างในด้วย ว่าเราเสี่ยงโรคมากน้อยแค่ไหน 

1.อ้วนลงพุง 

อ้วนลงพุงเป็นแบบที่อันตรายที่สุด ถึงแม้บางคนจะตัวเล็ก แขนขายังดูปกติ แต่พุงกลับยื่นออกมาให้เห็นชัด ๆ ถ้าวัดรอบเอวแล้วผู้ชายเกิน 90 ซม. หรือผู้หญิงเกิน 80 ซม. ก็ถือว่าเข้าข่ายเสี่ยงแล้ว และสิ่งที่น่ากลัวคือไขมันตรงพุงมันไม่ใช่แค่ไขมันใต้ผิวหนังแต่เป็นไขมันที่ไปกองรอบอวัยวะในท้อง เช่น ตับ ตับอ่อน ลำไส้ เราเรียกกันว่า “ไขมันในช่องท้อง” หรือ visceral fat เจ้าไขมันตัวนี้ชอบปล่อยสารอักเสบทำให้ร่างกายดื้อต่ออินซูลิน น้ำตาลในเลือดก็สูงขึ้น ความดันก็พุ่งตาม หัวใจก็ทำงานหนักขึ้นสุดท้ายก็คือเพิ่มความเสี่ยงเบาหวาน โรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดแบบไม่รู้ตัว ซึ่งใครที่หุ่นไม่ใหญ่มาก แต่ถ้าพุงนำต้องระวังนะ อันตรายกว่าเพื่อน ๆ ที่ดูอวบทั้งตัวอีก เพราะมันเหมือนระเบิดเวลา เช็กง่ายๆวัดเอวตอนเช้าท้องว่าง เดือนละครั้ง แล้วจดเก็บไว้ เทียบไปเรื่อย ๆ จะได้รู้ว่าพุงเราเริ่มขยายหรือไม่ 

2.อ้วนลงตูด 

บางคนเวลาน้ำหนักขึ้น พุงยังพอไหวแต่สิ่งแรกที่เริ่มบ่นก็คือ “ทำไมกางเกงมันแน่นเร็วจัง” เพราะก้น สะโพก ต้นขามาเต็มก่อน อันนี้เรียกว่าอ้วนลงตูด การที่ไขมันที่เก็บตรงสะโพกและต้นขา ไม่ได้ทำให้ระบบเผาผลาญรวนเท่าไขมันพุง ไม่ค่อยกวนฮอร์โมนหรือน้ำตาลในเลือดเท่าไหร่ เพราะฉะนั้นถ้าให้เทียบความเสี่ยงกับอ้วนพุงแล้ว อ้วนตูดถือว่าปลอดภัยกว่าพอสมควรแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าดีทั้งหมดนะครับ เพราะถ้าเยอะเกินไป ปัญหาที่ตามมาคือข้อเข่ารับน้ำหนักมากขึ้น ปวดหลังง่ายขึ้น หรือบางคนมีเส้นเลือดขอดที่ขาชัดขึ้น เพื่อนหลายคนอาจคิดว่าอ้วนตูดไม่เป็นไรหรอก ยังไงก็แค่ใส่กางเกงไม่สวย แต่จริง ๆ แล้วมันก็สร้างภาระกับการเคลื่อนไหวและคุณภาพชีวิตเหมือนกัน เพียงแต่อันตรายไม่เท่า แบบเบาหวานหรือโรคหัวใจอาจจะน้อยกว่าพุงเท่านั้นเอง 

3.อ้วนทั้งตัว 

อ้วนทั้งตัวนี่คือมาเต็ม ๆ ทุกส่วนเลย พุงก็มี แขน ขา คอก็ใหญ่ขึ้น หน้าอวบขึ้น เวลาใส่เสื้อผ้าจะรู้สึกแน่นทั้งตัว ไม่ใช่เฉพาะจุดเกณฑ์ที่ใช้ดูกันง่าย ๆ คือค่า BMI ถ้าเกิน 25 ก็เริ่มเสี่ยงแล้ว และถ้าเกิน 30 ก็ถือว่าอ้วนเต็มที่ สิ่งที่ตามมาคือหัวใจต้องทำงานหนักกว่าปกติ ปอดก็ต้องสูบฉีดแรงขึ้น ข้อเข่าต้องรับแรงมากขึ้นจนบางทีทำให้เจ็บปวดเวลาเดิน ถ้าราพยายามมองในแง่ดีของการอ้วนแบบนี้ คือ ไขมันแบบนี้มันกระจายไปทั่ว ไม่ได้กองอยู่ลึก ๆ ในอวัยวะเหมือนอ้วนพุง เวลาเราปรับอาหารหรือลุกขึ้นมาออกกำลังกาย มันจะตอบสนองไวกว่า ลดลงง่ายกว่า ทำให้เห็นผลเร็วกว่าอ้วนพุงที่ไขมันดื้อ ๆ ฝังแน่น พูดกันตรง ๆ เลยคือ ถึงจะดูหนักกว่า แต่ถ้าเอาจริงเอาจังในการลดน้ำหนัก คนอ้วนทั้งตัวมีโอกาสเห็นการเปลี่ยนแปลงเร็วกว่าเพื่อนที่พุงล้วน ๆ  

4.ทำไมบางคนลงพุง บางคนลงตูด? 

เรื่องนี้มันเกี่ยวกับหลายอย่าง ทั้งพันธุกรรม ฮอร์โมน เพศ และอายุ ผู้ชายส่วนใหญ่จะพุงมาไวกว่าเพราะฮอร์โมนพาไขมันไปเก็บที่ท้องส่วนผู้หญิงตอนวัยสาวมักเก็บไขมันที่สะโพกกับต้นขา พออายุมากขึ้นหรือเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน ฮอร์โมนเปลี่ยน ไขมันก็ย้ายมาที่พุงแทน บางคนถึงจะกินน้อย แต่ก็พุงออกก่อนเพื่อน บางคนกินเยอะกว่ายังเป็นแค่ก้นแน่น ๆ อยู่เลย แต่จริง ๆ แล้วนี่แหละคือธรรมชาติของร่างกายแต่ละคน 

5.แล้วเราควรโฟกัสตรงไหน? 

ไม่ว่าจะอ้วนแบบไหน สิ่งสำคัญที่สุดคือสุขภาพ ไม่ใช่แค่รูปร่างภายนอก อ้วนลงพุงต้องรีบจัดการจริง ๆ เพราะเสี่ยงโรคเมตาบอลิกเต็ม ๆ ทั้งเบาหวาน ความดัน ไขมันในเลือดสูง และโรคหัวใจ ส่วนอ้วนลงตูด แม้ความเสี่ยงโรคพวกนั้นน้อยกว่า แต่ถ้ามีมาก ๆ ก็ปวดข้อ เส้นเลือดขอด หรือเคลื่อนไหวยากขึ้นได้ ขณะที่อ้วนทั้งตัวแม้ภาระจะเยอะ แต่ข้อดีคือถ้าตั้งใจปรับพฤติกรรมก็มีโอกาสลดง่ายกว่า 

สิ่งที่ทำได้ง่าย ๆ เลยก็คือ 

-วัดเอวทุกเช้าเวลาท้องว่าง เดือนละครั้ง จดไว้เป็นสถิติ 

– เช็ก BMI ของตัวเอง ถ้าเกิน 25 ก็ต้องเริ่มดูแลจริงจัง* ปรับการกินให้สมดุล ไม่ต้องถึงขั้นอด แต่ลดหวาน มัน เค็มลง 

-หาวิธีขยับตัวที่ชอบ ไม่จำเป็นต้องวิ่งมาราธอน เดินเร็ว ปั่นจักรยาน หรือเต้นก็ได้ ขอแค่สม่ำเสมอ 

– ไปตรวจสุขภาพประจำปี รู้ตัวเร็วก็แก้ทัน 

เพราะฉะนั้นไม่ว่าคุณจะอ้วนแบบไหน สิ่งสำคัญคืออย่าชะล่าใจ เริ่มดูแลตั้งแต่วันนี้ กินให้พอดี ขยับให้มากขึ้น และคอยเช็กสุขภาพอยู่เสมอ เพื่อที่ร่างกายเราจะอยู่กับเราไปนาน ๆ อย่างแข็งแรง  ‘อีจัน’ ก็ขอให้ทุกคนสุขภาพดีนะคะ  

ที่มา: เพจเฟซบุ๊ก หมอเจด  https://www.facebook.com/share/p/1a2d3wGrRX/