เจ็บป่วยง่าย! “ภูมิคุ้มกันตก” ทำ “ป่วยบ่อย-แผลก็หายช้า” 

พอลลี่ อีจัน

พอลลี่ อีจัน

12 กันยายน 2568

เจ็บป่วยง่าย! “ภูมิคุ้มกันตก” ทำ “ป่วยบ่อย-แผลก็หายช้า” 

ดูแลสุขภาพกันด้วยนะคะ! หน้าฝน ภูมิตก ป่วยง่าย  

เมื่อวันที่ 11 ก.ย.68 ที่ผ่านมา  นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ได้ออกมาโพสต์เตือนเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพที่ทุกคนไม่ควรชะล่าใจโดยเด็ดขาด ซึ่งเกี่ยวกับวิธีเพิ่มภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแบบง่าย ๆ ทำได้ทุกวัน ผ่านเพจเฟซบุ๊ก หมอเจด ระบุว่า ช่วงนี้อากาศก็เปลี่ยนแปลงบ่อย หลายคนอาจจะรู้สึกว่าเป็นหวัดง่ายแล้วเป็นทีไรร่างพังทุกครั้ง หรือแม้แต่แผลเล็ก ๆ ก็หายช้า  นี่แหละอาจเป็นสัญญาณว่า “ภูมิคุ้มกันในร่างกายเรากำลังตก” ซึ่งหลายคนเวลาอยากดูแลตัวเอง ก็มักมองหาวิตามินบำรุงเยอะ ๆ แต่ความจริงแล้ว การสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง มันไม่จำเป็นต้องซับซ้อนขนาดนั้นนะ แค่ทำตาม 5 วิธีนี้ก็ช่วยให้เรามีภูมิเละสุขภาพร่างกายแข็งแรงมากขึ้น  

1. นอนหลับให้พอ 

อย่างแรกเลยควร “เริ่มจากการนอนให้พอ” ตอนเรานอน ร่างกายมันมีการ “ซ่อมแซม” ทั้งเซลล์ สมอง และระบบภูมิคุ้มกันด้วยโดยเฉพาะตอนที่เราหลับลึก (deep sleep) ร่างกายจะหลั่งสารที่ช่วยให้เม็ดเลือดขาวทำงานได้ดีขึ้น ช่วยต้านไวรัส แบคทีเรีย และซ่อมร่างจากความเครียดต่าง ๆ ที่เจอในแต่ละวัน ซึ่งคนเราควรนอนเท่านี้นะถึงจะพอ ผู้ใหญ่ควรนอน 7–9 ชั่วโมงต่อวัน ,ควรนอนให้ตรงเวลา และพยายามเข้านอนก่อนเที่ยงคืน หรือ ถ้าตื่นมาแล้วสดชื่น ไม่ง่วงกลางวันบ่อย ๆ แปลว่าเรานอนพอ 

2. กินอาหารที่ดีต่อภูมิ ไม่ใช่แค่อิ่มท้อง 

การกินอาหาร มันคือเชื้อเพลิงที่ร่างกายเอาไปใช้สร้างภูมิคุ้มกัน อาหารบางอย่าง “เสริมภูมิ” ได้ดีมาก แต่บางอย่าง “กดภูมิ” แบบไม่รู้ตัว อะไรบ้างที่ช่วยให้ภูมิคุ้มกันแข็งแรง? เช่น ผักผลไม้หลากสี เพราะมีวิตามิน C, A, E และสารต้านอนุมูลอิสระเยอะ ซึ่งถ้าขาดตรงนี้ ก็ปรึกษาหมอและทานอาหารเสริมเพิ่มได้ , โปรตีนคุณภาพดี อย่างไข่ ถั่ว เนื้อไม่ติดมัน  เพราะภูมิคุ้มกันต้องใช้กรดอะมิโนสร้างแอนติบอดี และ อาหารหมักที่มีโพรไบโอติกส์และพรีไบโอติกส์ เช่น กิมจิ โยเกิร์ต กล้วย กระเทียม ช่วยบำรุงจุลินทรีย์ดีในลำไส้  

ทั้งนี้ที่ต้องบอกแบบนี้ก็เพราะว่า 70% ของภูมิคุ้มกันทั้งหมด อยู่ในลำไส้ถ้าเราดูแลลำไส้ดี ภูมิก็ดีตามเลยครับ แต่ถ้าใครไม่สะดวกกินเป็นอาหาร อาหารเสริมก็เป็นตัวเลือก แล้วอะไรที่ควรเลี่ยง? 

•น้ำตาลสูง ของหวานจัด น้ำอัดลม 

•อาหารแปรรูป เช่น ไส้กรอก แฮม ขนมถุง 

•เครื่องดื่มแอลกอฮอล์บ่อย ๆ 

3. ขยับร่างกายให้บ่อย 

จริงๆแล้วการออกกำลังกายก็ถือเป็นการขัยบตัวนะคะ แต่บางคนไม่ไหวจริงๆก็ใช้วิธีการ “ขยับ” ร่างกายแค่วันละนิดก็มีผลแล้ว เช่น เดินเร็ว 30 นาที/วัน , ปั่นจักรยาน , ว่ายน้ำเบา ๆ หรือเล่นโยคะ กิจกรรมเหล่านี้ช่วยให้ระบบหมุนเวียนเลือดและน้ำเหลืองดีขึ้น เม็ดเลือดขาวก็เดินทางไปจัดการเชื้อโรคได้ไวขึ้น แต่ขอเตือนไว้ว่า อย่าออกหนักเกินไปจนร่างพัง เพราะร่างกายจะเครียด และภูมิคุ้มกันจะตกแทน 

4. ลดเครียด = ลดการอักเสบในร่างกาย 

 “ความเครียด” เป็นตัวบั่นทอนภูมิคุ้มกันเงียบ ๆ เพราะเวลาร่างกายเครียด ฮอร์โมนชื่อ “คอร์ติซอล” จะหลั่งออกมาเยอะ ซึ่งเจ้าฮอร์โมนนี้มีฤทธิ์กดการทำงานของเม็ดเลือดขาว ทำให้ร่างกายสู้เชื้อโรคได้น้อยลงแถมถ้าเครียดนาน ๆ ยังทำให้เกิด “การอักเสบเรื้อรัง” ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของโรคต่าง ๆ ทั้งเบาหวาน ความดัน ภูมิแพ้ และอีกสารพัด 

แล้วจะลดเครียดยังไงดี? 

•ฟังเพลงที่ชอบ หรือนั่งนิ่ง ๆ สัก 5 นาที 

•ฝึกหายใจช้า ๆ แบบเข้า 4 วิ / กลั้น 4 วิ / ออก 6 วิ 

•ทำสิ่งที่รัก เช่น ปลูกต้นไม้ เล่นกับสัตว์เลี้ยง หรือดูหนังสนุก ๆ รวมถึงอยู่กับคนที่รักอะชันนี้ก็ช่วยได้ 

5. รับแดดเช้า วิตามินดีฟรีที่หลายคนมองข้าม 

การรับวิตามิน D มีบทบาทสำคัญต่อระบบภูมิคุ้มกัน มันช่วยให้เม็ดเลือดขาวทำงานได้ดีขึ้น และช่วยปรับสมดุลภูมิในร่างกาย ไม่ให้ไวเกินไป (จนเกิดแพ้ตัวเอง) หรือช้าจนติดเชื้อง่าย ซึ่งคนไทยกว่า 50% ขาดวิตามิน D โดยไม่รู้ตัว ทั้ง ๆ ที่แดดเมืองไทยแรงจนผิวแทบไหม้ แล้วต้องทำยังไง? 

•ออกไปรับแดดเช้า (ก่อน 9 โมง) วันละ 10–15 นาที 

•ใส่เสื้อแขนสั้น ไม่ต้องทาครีมกันแดดช่วงนั้น 

•ถ้าตรวจแล้วพบว่าระดับวิตามิน D ต่ำ อาจเสริมด้วย D3 แบบที่คุณหมอแนะนำแหล่งอาหารที่มีวิตามิน D 

•ไข่แดง 

•ปลาแซลมอน 

อ้ะ รู้แบบนี้แล้ว ลองทำตามกันดูนะคะ ใครที่ป่วยง่าย แล้วพอป่วยทีก็หนักเลย แปลว่าเราร่างกายอ่อนแอ ไม่แข็งแรงแล้ว  รักษาสุขภาพด้วยค่า  

ที่มา: เพจเฟซบุ๊ก  หมอเจด  https://www.facebook.com/share/p/17X8MZtgvR/