อย่าเพิ่งเข้าใจผิด! “ตัวคุ่นกัด” ไม่รุนเเรงถึงตาย 

พอลลี่ อีจัน

พอลลี่ อีจัน

18 กุมภาพันธ์ 2569

อย่าเพิ่งเข้าใจผิด! “ตัวคุ่นกัด” ไม่รุนเเรงถึงตาย 

เวลาไปไหนต้องเซฟตี้ให้ดีค่ะ ยิ่งเที่ยวป่าเที่ยวเขา ต้องระวังเจอตัวคุ่น เพราะมีเยอะมากเเล้วอันตรายด้วย   

ก่อนหน้านี้มีกรณีที่เกิดขึ้นค่ะ เมื่อสัปเหร่อ วัย 68 ปี เสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 16 ก.พ.69 ที่ผ่านมา หลังถูกตัวคุ่นหรือริ้นดำกัด เมื่อวันที่ 5 ก.พ.69  ขณะขึ้นจากสระน้ำและนั่งอยู่ข้างสระน้ำของตนเอง รวม 11 วันหลังโดนกัด ทำให้เรื่องนี้กลายเป็นกระเเสขึ้นมาเเละทำให้คนตกใจอย่างมากเพราะกลัวพิษอันตรายของเจ้าตัวนี้  

ต่อมาวันนี้(18 ก.พ.69) อาจารย์และนักวิจัยประจำภาควิชาปรสิตวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มช. ร่วมกับนักกีฏวิทยา สังกัดส่วนหอพรรณไม้และพิพิธภัณฑ์แมลง องค์การสวนพฤกษศาสตร์ จังหวัดเชียงใหม่ ชี้แจงกรณี “คุ่นกัด” ย้ำไม่ใช่สาเหตุเสียชีวิตโดยตรง แนะประชาชนอย่าตื่นตระหนก พร้อมแนวทางป้องกัน  โดยทีมอาจารย์และนักวิจัยออกแถลงข้อมูลทางวิชาการ กรณีกระแสข่าวผู้เสียชีวิตที่อาจเกี่ยวข้องกับการถูก “ตัวคุ่น” หรือแมลงริ้นดำกัด โดยยืนยันว่า โดยทั่วไปการถูกแมลงริ้นดำกัดไม่ทำให้เสียชีวิตโดยตรง ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก และควรรอผลการวินิจฉัยทางการแพทย์ที่ชัดเจน พร้อมพิจารณาปัจจัยด้านสุขภาพหรือภาวะแพ้รุนแรงร่วมด้วย 

ซึ่งก็ได้ให้ข้อมูลพร้อมอธิบายว่า “แมลงริ้นดำเป็นแมลงขนาดเล็ก (1.5–6 มิลลิเมตร) ที่มีความสำคัญทางการแพทย์และปศุสัตว์เนื่องจากตัวเต็มวัยเพศเมียชอบกัดกินเลือดของคนและสัตว์ ระยะตัวหนอนและดักแด้อาศัยอยู่ในแหล่งน้ำไหล เช่น ลำธารและลำห้วย ก่อนลอกคราบเป็นตัวเต็มวัย และอาศัยอยู่บนบก โดยมักพบบินกระจายจากแหล่งเพาะพันธุ์ไม่ไกลนัก เว้นแต่มีแรงลมช่วยพัดพาอาจไปได้ไกลหลายสิบกิโลเมตร ปัจจุบันทั่วโลกพบแมลงริ้นดำอย่างน้อย 2,400 ชนิด สำหรับประเทศไทยมีการค้นพบและตั้งชื่อวิทยาศาสตร์แล้ว 149 ชนิด ในภาคเหนือมักเรียกว่า “ตัวคุ่น” ซึ่งชนิดที่กัดคนบ่อยจะมีทั้งลำตัวสีดำและสีเหลือง 

เเล้วพอเราถูกกัดปุ๊ป สิ่งที่จะเกิดขึ้นคืออาการหลังถูกกัด มักเริ่มจากเป็นตุ่มเลือดคั่งหรือจุดช้ำขนาดเล็ก ก่อนพัฒนาเป็นตุ่มนูนแดง บวม อักเสบ และมีอาการคัน ซึ่งอาจคงอยู่นานหลายวันถึงหลายสัปดาห์ หรือบางรายนานเป็นเดือน สาเหตุเกิดจากการแพ้โปรตีนในต่อมน้ำลายของแมลงริ้นดำ โดยความรุนแรงของอาการแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล บางรายอาจมีอาการบวมมากบริเวณที่ถูกกัด ในต่างประเทศมีรายงานผู้ที่ถูกกัดซ้ำ ๆ แล้วเกิดอาการแพ้รุนแรง เช่น ปวดศีรษะ มีไข้ คลื่นไส้ อาเจียน ต่อมน้ำเหลืองโต และปวดตามข้อ เรียกว่า “ไข้ริ้นดำ” แต่พบไม่บ่อย 

แมลงริ้นดำเป็นพาหะนำโรค เพราะแมลงริ้นดำบางชนิดนำหนอนพยาธิฟิลาเรียมาสู่คน ก่อให้เกิดโรคตาบอดจากพยาธิหรือโรคตาบอดแถบแม่น้ำ ซึ่งทำให้เกิดก้อนใต้ผิวหนัง ตาอักเสบเรื้อรัง และอาจทำให้ตาบอดได้ โดยพบการระบาดในบางภูมิภาคของแอฟริกา อเมริกากลาง อเมริกาใต้ และตะวันออกกลาง อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีรายงานผู้ป่วยโรคดังกล่าวในประเทศไทย ซึ่งหากว่าเราถูกกัดควรใช้ยาทาภายนอกเพื่อลดอาการคันและอักเสบ ร่วมกับการประคบเย็นเพื่อลดบวม และเฝ้าสังเกตอาการ หากมีสัญญาณแพ้รุนแรง เช่น หายใจลำบาก แน่นหน้าอก ใบหน้าหรือปากบวม หรือมีไข้สูง ควรรีบหาหมอทันที  

 โดยส่วนใหญ่คนที่จะเจอแมลงริ้นดำ ก็คือคนที่ชอบเดินทางไป  ลำธาร น้ำตก ป่าเขา หรือพื้นที่ดอยสูง สวมเสื้อผ้ามิดชิด หลีกเลี่ยงเสื้อผ้าสีเข้ม และใช้โลชั่นหรือสเปรย์ป้องกันแมลง ซึ่งสามารถช่วยลดโอกาสถูกแมลงริ้นดำกัดได้ 

นี่เเหละค่ะ เเมลงที่ชอบอยู่ในพื้นที่ที่คนมักไปกันมากที่สุดเพื่อพักผ่อน ย้ำว่าเราไปได้นะคะเเต่เเค่ต้องระวังให้มากขึ้น เเละต้องเเต่งกายให้มิดชิดเพื่อป้องกันเเมลงกัดค่ะ