คนไทยยังรอด! เรื่องข่าวลือไวรัสนิปาห์ถึงไทยเป็นข่าวปลอม
พอลลี่ อีจัน
16 กุมภาพันธ์ 2569

ไม่ต้องเเตกตื่นนะคะ
เรื่องข่าวลือไวรัสนิปาห์เข้าไทยเเล้ว!!!! ไม่เป็นความจริงค่ะ


ก่อนหน้านี้หลังจากเกิดกระเเสในโซเชียลอย่างหนักว่า ไวรัสนิปาห์เข้าไทยเเล้วทำให้คนไทยเเตกตื่นกันอย่างมากค่ะเเละก็กลัวหวั่นว่าจะติดเชื้อเลยทำให้ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ต้องออกมาชี้เเจงเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า…..
ข่าวปลอม อย่าแชร์
ไวรัสนิปาห์ถึงไทย” แล้ว
โ️ดยกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข
ตรวจสอบแล้ว พบว่า ยังไม่พบผู้ป่วยไวรัสนิปาห์ในไทย

เเละถึงเเม้ว่าประเทศไทยยังไม่พบผู้ป่วย เเต่อารได้รู้อาการเเละพิษภัยของมันก็น่าจะดีกว่าใช่มั้ยล่ะคะ? โดย อีจัน ขอหยิบยกข้อมูลจากโรงพยาบาลกรุงเทพ ที่ออกมาอธิบายเกี่ยวกับอาการเบื้องต้นค่ะ ระบุว่า….
โรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ คืออะไร?
โรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ เป็นโรคติดต่อระหว่างสัตว์สู่คน ที่เกิดจากการสัมผัสมูลสัตว์ และสารคัดหลั่งของพาหะนำโรค ได้แก่ ค้างคาวผลไม้ หรือสุกร ม้า แมว แพะ แกะ ที่รับเชื้อมาจากค้างคาวผลไม้อีกต่อหนึ่งโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ เป็นโรคติดต่อระหว่างสัตว์สู่คน ที่เกิดจากการสัมผัสมูลสัตว์ และสารคัดหลั่งของพาหะนำโรค ได้แก่ ค้างคาวผลไม้ หรือสุกร ม้า แมว แพะ แกะ ที่รับเชื้อมาจากค้างคาวผลไม้อีกต่อหนึ่งสามารถติดเชื้อจากคนสู่คนได้จากการสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ที่ติดเชื้อ เช่น เลือด หรือน้ำลายโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ เคยแพร่ระบาดครั้งแรกในช่วงปี 2541-2542 ที่มาเลเซีย สิงคโปร์ บังกลาเทศ และอินเดีย
ปัจจัยเสี่ยง เกษตรกรที่เลี้ยงสัตว์ทั้ง สุกร ม้า แมว แพะ แกะ รวมไปถึงผู้ที่อาศัยอยู่ในแหล่งที่ใกล้กับถิ่นอาศัยของค้างคาวผลไม้ ซึ่งพบได้ตามพื้นที่ป่าทึบ หรือป่าที่ใกล้กับชุมชนทั่วโลก ยกเว้นแถบขั้วโลกเหนือ ในประเทศไทยชนิดที่รู้จักกันดี คือ ค้างคาวแม่ไก่ป่าฝน (Pteropus vampyrus) จัดเป็นศัตรูพืชของเกษตรกรชนิดหนึ่ง นอกจากนี้การกินผลไม้ เช่น กล้วย ฝรั่ง ที่ค้างคาวกินทิ้งไว้ และปีนต้นไม้ที่มีค้างคาวมาเกาะ ก็อาจเป็นปัจจัยเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสนิปาห์ด้วยเช่นกัน


อาการ มีลักษณะอาการคล้ายกับอาการไข้หวัดธรรมดา เช่น มีไข้ ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยตามเนื้อตามตัว หายใจเร็ว หรือหายใจลำบาก หากเริ่มมีอาการหนักขึ้น จะเริ่มไอเสียงดัง
อาจมีอาการแทรกซ้อนที่อันตรายขึ้นมา เช่น ปอดบวม สมองอักเสบ ส่วนใหญ่เมื่ออาการหนักจะมีอาการคล้ายโรคสมองอักเสบ (คนไทยจะเรียกโรคนี้ว่า โรคสมองอักเสบนิปาห์) เริ่มซึม สับสน หรือมีอาการชัก “อัตราการเสียชีวิตด้วยโรคไข้สมองอักเสบนิปาห์ในคนประมาณร้อยละ 40”
การรักษา ปัจจุบันยังไม่มียาตัวไหนที่สามารถต้านทานไวรัสนิปาห์ได้โดยตรง รวมไปถึงยังไม่มีวัคซีนที่สามารถป้องกันไวรัสนิปาห์นี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย ดังนั้นแพทย์จะทำการรักษาตามอาการ โดยอาจใช้ยาต้านไวรัส Ribavirin ในผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสนิปาห์ สามารถลดความรุนแรงของโรคได้ การป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์
ล้างมือด้วยสบู่ให้สะอาดทุกครั้ง เมื่อต้องสัมผัสกับสัตว์ เนื้อสัตว์ ซากสัตว์ (โดยเฉพาะสุกร ม้า แมว แพะ แกะ และค้างคาวผลไม้) ห้ามรับประทานเนื้อสัตว์สุกๆ ดิบๆ
ชำระล้างเครื่องใช้ในครัวเรือน รวมถึงอุปกรณ์ของใช้ส่วนตัวต่างๆ ให้สะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรค เมื่ออยู่ในแหล่งที่มีความเสี่ยงที่จะติดโรค เช่น ในป่าทึบ ในแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์
หากพบซากสัตว์ที่ตายโดยไม่สามารถระบุสาเหตุที่ชัดเจน ไม่ควรนำมารับประทาน ควรทำลายซากด้วยการเผา หรือฝัง
หากพบสัตว์ หรือซากสัตว์ที่ติดเชื้อ ไม่ควรเคลื่อนย้าย หรือลากสัตว์ออกจากจุดที่พบเกิน 2 กิโลเมตร เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค
ไม่รับประทานผลไม้ที่ตกอยู่กับพื้นในป่า หรือตามพื้นในที่ต่างๆ โดยเฉพาะที่มีรอยกัดแทะของสัตว์
จนถึงปัจจุบัน ยังไม่พบผู้ติดเชื้อไวรัสนิปาห์ในประเทศไทย แต่กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขไม่ได้นิ่งนอนใจต่อการแพร่ระบาดของโรคนี้ ยังคงติดตามเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของเชื้อโรค ตรวจสอบผู้ที่เดินทางกลับมาจากแหล่งที่เชื้อโรคระบาด รวมไปถึงเตรียมความพร้อมในการตรวจหาเชื้อจากผู้ที่เสี่ยงได้รับเชื้อที่สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุขตลอดเวลาราชการ ซึ่งถ้ามีการอัปเดตอะไรเพิ่มเติมอีกจันจะเเจ้งให้ทราบอีกครั้งนะคะ เเต่ขอเเค่อย่าเพิ่งเเตกตื่นกันนะคะทุกคน
ที่มา: กรมควบคุมโรค: https://www.facebook.com/share/p/14YsFndNXTp/ , https://www.bangkokhospital.com/th/pattaya/content/nipah-bph