“ยืนฉี่ในผู้หญิง” เสี่ยงเป็น “โรคกระเพาะปัสสาวะไวเกิน” มั้ย?
พอลลี่ อีจัน
23 กันยายน 2568

ไขข้อสงสัย…การยืนฉี่ของผู้หญิง เสียงอันตรายหรือไม่?
จากกรณีที่ก่อนหน้านี้ ผู้ใช้ติ๊กต็อกรายหนึ่ง ในชื่อ ราเชลจัดให้ ได้ออกมาพูดแชร์ประสบการณ์หลังเข้ารักษาที่โรงพยาบาลเพราะเป็น “โรคกระเพาะปัสสาวะไวเกิน” โดยให้เหตุผลว่าตนชอบ ยืนฉี่ตั้งแต่เด็กแถมชอบยืนฉี่ตอนอาบน้ำด้วย ทำให้เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องถกเถียงกันต่างๆนาๆว่า การยืนฉี่ทำให้เป็นโรคนี้จริงหรือ?
ล่าสุด ‘อีจัน’ ได้โทรสัมภาษณ์กับ นพ. อรรถวัฒน์ อังสุพันธุ์โกศล ศัลยแพทย์ทางเดินปัสสาวะ โรงพยาบาลเวชธานีอินเตอร์เนชั่นแนล เกี่ยวกับประเด็นนี้พร้อมให้ข้อมูลทางการแพทย์ว่า มีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหนและพฤติกรรมนี้ผู้หญิงควรทำหรือไม่? โดยระบุว่า….

สำหรับการ “ยืนฉี่” คุณหมอมองว่าสามารถทำให้เป็น “โรคกระเพาะปัสสาวะไวเกิน” ได้ แต่การเป็น “โรคกระเพาะปัสสาวะไวเกิน” มีหลายปัจจัยซึ่งส่วนใหญ่มากมาจากเรื่องพฤติกรรม เช่น บางทีเราเข้าห้องน้ำทั้งๆที่เราไม่ได้ปวด เพราะเกี่ยวข้องกับเรื่องการเดินทางทำให้เราต้องฉี่ไว้ก่อนเพื่อที่จะเตรียมตัวนั่งรถยาวๆหลายๆชั่วโมง อันนี้ก็เป็นปัจจัยหนึ่ง และอีกเหตุผลหนึ่งคือ กลั้นฉี่ไว้นานๆ เพราะบางทีเราไม่สะดวกเข้าห้องน้ำทำให้เราต้องกลั้นฉี่ไว้ ก็มีผล แต่สุดท้ายแล้วท่าทางก็มีผลคือท่าที่ไม่ดีที่สุดในการฉี่คือท่า สควอท มันจะทำให้กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานหดเกร็งแล้วต่อมฉี่มันก็จะไม่ดี ส่วนท่ายืนจริงๆมันก็ไม่ใช่ท่าที่ดีเหมือนกัน เพราะอาจมีเรื่องกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานที่มันหดเกร็งได้ แต่มันจะน้อยกว่า ท่าสควอท เยอะเลย


ซึ่งจริงๆแล้วการยืนฉี่ มันต้องดูตามสรีระของคนด้วยอย่าง ผู้ชาย ธรรมชาติเขาสร้างออกมาให้เหมาะกับการยืนฉี่ แต่ของผู้หญิง ท่าที่ดีสำหรับการเข้าห้องน้ำจริงๆแล้วมีทั้งหมด 2 ท่า นั่นก็คือ ท่านั่งยอง และ ท่านั่งบนคอห่านปกติ เป็นท่าที่ดีที่สุดเพราะมันทำให้กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานคลายตัว ตอนฉี่มันก็สมูทที่สุด
ทั้งนี้ การยืนฉี่ ของเคสดังกล่าว ก็อาจมีอีกปัจจัยหนึ่งคือ การได้ยินเสียงน้ำไหล เพราะการได้ยินเสียงน้ำไหลมันก็อาจจะกระตุ้นให้เราปวดฉี่ได้เหมือนกัน ซึ่งพอมันเป็นพฤติกรรมที่ซ้ำๆต่อเนื่องมันก็เป็นความเคยชินที่ เวลาเข้าห้องน้ำเปิดฝักบัวปุ๊ปได้ยินเสียงน้ำเราก็เลยปวดฉี่ขึ้นมา แล้วเราฉี่ในท่ายืนของผู้หญิงตอนอาบน้ำมันไม่ดีอยู่แล้ว เพราะอุ้งเชิงกรานไม่ได้คลายตัวได้ดีและความสะอาดก็ด้วย

คุณหมอได้บอกอีกว่า “โรคกระเพาะปัสสาวะไวเกิน” ในผู้ชายและ ผู้หญิง ใครมีอัตราเป็นกันมากกว่า ซึ่งแน่นอนว่าต้องเป็นผู้หญิง มีโอกาสเป็นมากกว่าถึง 2 เท่า โดยผู้หญิงที่เป็นมักจะอายุน้อยกว่าประมาณ 30 ปี ส่วนผู้ชายถ้าจะเป็นจะอายุเยอะหน่อย เช่น 40-60 ปี เพราะว่าผู้ชายส่วนใหญ่มักจะมีต่อมลูกหมากโตเมื่ออายุเยอะ และหมอยืนยันว่า การยืนฉี่ของผู้หญิงไม่ใช่พฤติกรรมโดยทั่วไปที่ผู้หญิงมักทำ เพราะเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม แต่ก็มีสถานการณ์ที่ไม่สามารถนั่งฉี่ได้ ก็อาจจะต้องใช้อุปกรณ์ที่ออกมาแบบมาสำหรับการยืนฉี่ นั่นก็คือ กระบอกปัสสาวะผู้หญิง ที่ถูกออกมาแบบมาให้มีหน้าตักกว้างนิดนึง
“โรคกระเพาะปัสสาวะไวเกิน” มีสัญญาณบ่งบอกเช่น ได้ยินเสียงน้ำไหลแล้วมีอาการปวดฉี่ , ได้ยินฝนตกแล้วมีอาการปวดฉี่ หรือฉี่บ่อยๆทุกๆ 15-20 นาทีก็จะรู้สึกปวดฉี่
สุดท้ายคุณหมอแนะนำว่า
1.ดูแลการดื่มน้ำต่อครั้ง คือ การดื่มน้ำมากๆในครั้งเดียว ก็อาจจะส่งผลให้เราฉี่บ่อย ก็อาจทำให้อาการมันแย่ลง
2.งดพวกกาแฟ หรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน มันจะช่วยให้อาการดีขึ้นได้
3.ใครมีน้ำหนักตัวค่อนข้างเยอะแล้ว เป็นโรคกระเพาะปัสสาวะไวเกิน และมีฉี่เล็ดร่วมด้วย ก็ควรออกกำลังกายจะช่วยได้เหมือนกัน
4.ฝึกการเข้าห้องน้ำ อาจเข้าให้เป็นเวลาหน่อย เช่น ทุกๆ 3 ชั่วโมงเข้าที เพราะว่าบางคนอยากเข้าห้องน้ำบ่อยมากและพยายามกลั้นไว้สัก 5 -10 นาที ก็จะช่วยปรับกระเพาะปัสสาวะลดความไวลง
ซึ่งถ้าเกิดว่าทำตามนี้แล้วไม่ดีขึ้นก็ควรมาหาหมอเพื่อรักษาตามอาการ