หมอเจด เตือน! ปากเบี้ยว-หน้าเบี้ยว ระวังเป็น 4 โรคร้าย
พอลลี่ อีจัน
3 ตุลาคม 2568

ใครเคยเป็น ระวังให้ดีนะคะ! ฟิลแบบอยู่ดี ๆ ปากเบี้ยว หน้าเอียง ยิ้มไม่เท่ากัน…นี่แหละอันตราย
เมื่อวันที่ 2 ต.ค.68 หมอเจด หรือ นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ออกมาโพสต์ผ่านเพจเพื่อเตือนทุกคนเกี่ยวกับอาการสุขภาพที่ถ้าเราปล่อยไว้เสี่ยงโรคร้ายทันที สังเกตตัวเองว่าปากเบี้ยว หน้าเบี้ยว ยิ้มไม่เท่ากัน หรือใบหน้าเอียงเฉียบพลัน หรือไม่? นั่นอาจไม่ใช่เพราะเครียด นอนน้อย หรือลมเพลมพัด ลองมาดูตามนี้ดูก่อน

ถ้ามีอาการอาจเสี่ยง 4 โรคอันตรายนี้ได้
1. โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) อันนี้ถือว่าอันตรายที่สุดและเจอบ่อยที่สุด เกิดจากเส้นเลือดสมองตีบหรือแตก ทำให้สมองส่วนที่ควบคุมกล้ามเนื้อใบหน้าทำงานไม่ได้ มักมาพร้อมอาการอื่น ๆ เช่น พูดไม่ชัด แขนขาอ่อนแรงครึ่งซีก หรือเดินเซ ถ้าไม่รีบไปโรงพยาบาลภายใน 4.5 ชั่วโมงแรก อาจพิการถาวรหรือถึงขั้นเสียชีวิตได้
2. อัมพาตเส้นประสาทใบหน้า อีกโรคที่ทำให้หน้าหรือปากเบี้ยวได้คือ Bell’s palsy เกิดจากเส้นประสาทใบหน้าอักเสบ อาการคล้ายสโตรก มาก แต่ต่างกันตรงที่ Bell’s palsy มักเป็นแค่ที่หน้า ไม่กระทบแขน ขา หรือการพูด ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการติดเชื้อไวรัสหรือภูมิคุ้มกันที่ทำงานผิดปกติ ถึงแม้จะไม่อันตรายเท่าสโตรก แต่ก็ต้องตรวจให้แน่ชัด


3. เนื้องอกหรือการกดเบียดในสมอง ถ้ามีเนื้องอกไปกดสมองหรือเส้นประสาท อาจทำให้หน้าอ่อนแรงได้เหมือนกัน แต่โรคนี้มักเป็นแบบค่อย ๆ มากขึ้น ไม่ได้มาเฉียบพลันเหมือนสโตรกการตรวจสมองด้วย MRI หรือ CT จะช่วยยืนยันสาเหตุได้ และจะได้รักษาอย่างถูกต้องตั้งแต่เนิ่น ๆ
4. การบาดเจ็บหรือการติดเชื้อที่หูหรือกกหู บางครั้งปัญหาที่ทำให้หน้าเบี้ยวอาจมาจากใกล้กว่าที่คิด เช่น การติดเชื้อที่หูชั้นกลาง หรือโรคงูสวัดที่ออกแถวใบหน้า ซึ่งทำให้เส้นประสาทอักเสบจนกล้ามเนื้อหน้าอ่อนแรงได้เหมือนกัน อาการแบบนี้ไม่ควรปล่อยไว้นะครับ เพราะการรักษาตั้งแต่แรกเริ่มจะช่วยลดโอกาสเกิดความเสียหายถาวรได้
จริงๆเรื่องนี้ก็อาจเกิดได้ตลอดเวลาค่ะไม่มีใครรู้แต่ถ้าหากคิดว่าตัวเองแปลกๆไป หรือมีอาการที่คล้ายคลึงแบบที่บอกไปข้างต้นก็ต้องรีบไปหาหมอเพื่อให้ได้รับการรักษาได้ทันเวลานะคะ
ที่มา:เพจเฟซบุ๊ก หมอเจด