เช็กด่วน! อาหารอะไรบ้าง? ที่กินแล้วเสี่ยงเป็น “นิ่ว” 

พอลลี่ อีจัน

พอลลี่ อีจัน

11 กันยายน 2568

เช็กด่วน! อาหารอะไรบ้าง? ที่กินแล้วเสี่ยงเป็น “นิ่ว” 

นิ่วในถุงน้ำดี ไม่ใช่เรื่องเล่นนะ เป็นแล้วอาจตายได้เลย! 

เมื่อวันที่ 10 ก.ย.68 ที่ผ่านมา  นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ได้ออกมาโพสต์เตือนเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพที่ทุกคนไม่ควรชะล่าใจโดยเด็ดขาด ผ่านเพจเฟซบุ๊ก หมอเจด ระบุว่า…   

การเป็นนิ่วมีหลายแบบมากเลยนะที่คนเราจะเป็น  อย่างที่พบบ่อย ๆ ก็ “นิ่วในถุงน้ำดี” กับ “นิ่วในไต” ซึ่งสาเหตุต่างๆก็มีอาหารที่เกี่ยวข้อง วันนี้เลยอยากเล่าให้ฟังว่าอาหารแบบไหนที่ทำให้เสี่ยงนิ่วแต่ละแบบ แล้วถ้าอยากเลี่ยงจะต้องทำยังไงบ้าง?                

อันดับแรกเลยคือ นิ่วในถุงน้ำดี เกิดจากอะไร? ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่าถุงน้ำดีทำงานยังไง ร่างกายเราจะมี “น้ำดี” ที่สร้างจากตับทำหน้าที่ย่อยไขมัน น้ำดีพอสร้างเสร็จจะถูกเก็บไว้ในถุงน้ำดีเล็ก ๆ พอเรากินของมัน ๆ ถุงน้ำดีก็จะบีบน้ำดีออกมาช่วยย่อยอาหาร แต่ปัญหาคือ ถ้าน้ำดีมีคอเลสเตอรอลสูงเกินไป หรือถุงน้ำดีบีบตัวไม่ค่อยดี น้ำดีที่ค้างอยู่นาน ๆ จะเริ่มตกตะกอนกลายเป็นก้อนแข็ง ๆ หรือที่เราเรียกว่า “นิ่วในถุงน้ำดี” อาหารที่ทำให้คอเลสเตอรอลในน้ำดีสูงขึ้นก็คือพวกของทอดมันจัด ๆ น้ำมันปาล์ม หนังไก่ หนังหมู เนื้อติดมัน พอเรากินบ่อย ๆ น้ำดีก็ต้องทำงานหนักขึ้น แล้วถ้าเป็นคนไม่ค่อยขยับตัว น้ำดีค้างนาน ๆ ยิ่งเสี่ยงก้อนนิ่วมา 

โดยอาการของนิ่วในถุงน้ำดีบางครั้งหลอกเรามาก ๆ เพราะหลายคนปวดท้องจนคิดว่าเป็นโรคกระเพาะหรือลำไส้ แต่จริง ๆ แล้วเป็นนิ่วก็มีเยอะ เช่น 

•ปวดจุกแน่น ๆ ใต้ชายโครงขวาหลังมื้ออาหารมัน ๆ 

•บางทีปวดร้าวขึ้นไปถึงไหล่ขวา 

•คลื่นไส้อาเจียนหลังมื้อใหญ่ ๆ 

•ท้องอืดแน่นจนรู้สึกผิดปกติ 

แล้วในส่วนของ นิ่วในไต มีสาเหตุคนละเรื่องกับถุงน้ำดีเลย เพราะนิ่วในไตเกิดจากเกลือแร่ในปัสสาวะ เช่น แคลเซียม ออกซาเลต หรือกรดยูริก จับตัวกันจนเป็นก้อน ซึ่งมักเจอในคนที่ดื่มน้ำน้อย กินอาหารเค็ม หรือกินโปรตีนสัตว์เยอะเกินไป เวลาเรากินเนื้อแดง เครื่องใน หรือโปรตีนสัตว์มาก ๆ จะทำให้กรดยูริกในปัสสาวะสูงขึ้น ส่วนอาหารเค็มจัดจะทำให้แคลเซียมถูกขับออกมาทางปัสสาวะเยอะขึ้น ถ้าดื่มน้ำน้อย ปัสสาวะเข้มข้น แร่ธาตุต่าง ๆ ก็จับตัวกันง่าย นิ่วในไตก็เกิดขึ้นเงียบ ๆ รวมถึงการรับประทานอาหารที่เกี่ยวข้องกับนิ่วในไต เช่น เนื้อแดง เครื่องในสัตว์ กินเยอะเกินทำให้กรดยูริกสูง, อาหารเค็มจัด เช่น อาหารแปรรูป บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ของหมักดอง, ผักออกซาเลตสูงอย่างผักโขม กะหล่ำปลี ใบชะพลู ถ้ากินบ่อยโดยไม่บาลานซ์กับน้ำก็เสี่ยง, ชาเข้มจัดที่ดื่มทุกวัน เพราะออกซาเลตสูงเหมือนกัน, ดื่มน้ำน้อย ทำให้ปัสสาวะข้น แร่ธาตุตกผลึกง่ายขึ้น 

โดย นิ่วในถุงน้ำดีและนิ่วในไต ป้องกันได้จากอาหารและพฤติกรรมประจำวัน ซึ่งมีตามนี้  

กันนิ่วในถุงน้ำดี 

•ลดของทอดมันจัด เปลี่ยนน้ำมันเป็นไขมันดี เช่น น้ำมันมะกอก น้ำมันปลา 

•กินโปรตีนไขมันน้อย เช่น ปลา ไก่ไม่ติดหนัง เต้าหู้ 

•เพิ่มผักและไฟเบอร์สูง ๆ ช่วยดักคอเลสเตอรอล 

•อย่านั่งนิ่ง ๆ หลังมื้ออาหาร ลองเดินย่อยเบา ๆ ให้ถุงน้ำดีบีบตัว น้ำดีไม่ค้าง 

ยิ่งถ้าเพิ่มการออกกำลังกาย จะช่วยควบคุมเรื่องน้ำหนัก ก็จะลดคววามเสี่ยงนิ่วในถูงน้ำดีด้วย 

กันนิ่วในไต 

•ดื่มน้ำให้พอ วันละ 2–2.5 ลิตร ให้ปัสสาวะใส ๆ 

•ลดอาหารเค็ม อาหารแปรรูป และไม่กินโปรตีนสัตว์เยอะเกินทุกมื้อ 

•ถ้าชอบชา ลองสลับดื่มน้ำเปล่า หรือลดความเข้มข้นลง 

•กินผักผลไม้ให้หลากหลาย ไม่เน้นผักออกซาเลตสูงชนิดเดียว 

นิ่วไม่ใช่เรื่องไกลตัวเลยครับ ของที่เรากินทุกวันนี่แหละคือปัจจัยหลัก ถ้าเป็นของทอดมัน ๆ 

รวมไปถึง “4F” คือ Female (ผู้หญิง), Forty (อายุ 40+), Fat (ไขมันเยอะ), Fertile (ฮอร์โมนเอสโตรเจนสูง) เสี่ยงนิ่วในถุงน้ำดี 

อย่างไรก็ตาม การเลือกกินอาหารให้ถูกจะทำให้สุขภาพของเราดีขึ้นแบบ 100% เปอร์เซ็นแน่อนค่ะ  ดูแลตัวเองกันมากๆนคะไม่อยากให้ใครป่วยเลย 

ที่มา: เพจเฟซบุ๊ก หมอเจด  https://www.facebook.com/share/p/1CfjJzaXSG/