ช็อก! งานวิจัย ชี้ PM2.5 ทำลายสมองได้ เพิ่มความเสี่ยงป่วยสมองมากขึ้น 

พอลลี่ อีจัน

พอลลี่ อีจัน

1 เมษายน 2569

ช็อก! งานวิจัย ชี้ PM2.5 ทำลายสมองได้ เพิ่มความเสี่ยงป่วยสมองมากขึ้น 

ช็อก! งานวิจัย ชี้ PM2.5 เล็กทะลุสมองได้ อาจเพิ่มความเสี่ยง “โรคหลอดเลือดตีบ แตก ตัน และสมองเสื่อม”?  

ช่วงนี้พิษภัยของฝุ่นPM2.5 ก็หนักอยู่ น่าเห็นใจเเละน่าสงสารคนภาคเหนือ เพราะตอนนี้น่าจะหนักสุดเลย  ซึ่งล่าสุดผลวิจัยทั้งในและต่างประเทศ ชี้ชัดว่า “ฝุ่น PM2.5” ไม่ได้ทำร้ายแค่ปอด แต่กระทบลึกถึง “สมอง” ทุกช่วงวัย ขณะที่ระดับฝุ่นที่พุ่งสูงทุก 5 ไมครอนฯ สัมพันธ์กับจำนวนผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง และหากสะสมในระยะยาว อาจเพิ่มความเสี่ยง “อัลไซเมอร์” ในอนาคต 

ผศ.นพ.สุรัตน์ ตันประเวช ผู้ช่วยคณบดีและหัวหน้าหน่วยวิชาประสาทวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มช. เผยว่า “ฝุ่น PM2.5 มีขนาดเล็กสามารถเข้าสู่ร่างกาย ผ่านระบบทางเดินหายใจและกระแสเลือด โดยผ่านกลไกสำคัญ เช่น ผนังกั้นปอด การแลกเปลี่ยนแก๊ซ กระแสเลือด , ลำไส้ ไมโครเบียลและสมอง  เมื่อเข้าสู่ร่างกาย PM2.5 จะไปกระตุ้นให้เกิดภาวะ ความเครียดของเซลล์หลอดเลือด(oxidative stress) ส่งผลให้เซลล์หลอดเลือดทำงานผิดปกติ เกิดการอักเสบ และลดความยืดหยุ่นของหลอดเลือด ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของโรคหลอดเลือดสมอง ขณะเดียวกันมีหลักฐานจากการทดลองในสัตว์ โดยให้สัมผัส PM2.5 ผ่านการสูดดม ต่อเนื่องเป็นเวลา 12 สัปดาห์ พบว่า PM2.5 ส่งผลทำให้หลอดเลือดในสมองเกิดการแข็งตัวได้  

ข้อมูลการศึกษาในระดับประชากรยังพบว่า การเพิ่มขึ้นของ PM2.5 มีความสัมพันธ์กับอัตราการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง โดยทุกการเพิ่มขึ้นของ PM2.5 จำนวน 5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร จะเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดอัมพาตและการเกิดซ้ำของโรคหลอดเลือดสมองถึง 24% และเพิ่มความรุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ถึง 30% โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ และผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน และไขมันในเลือดสูง 

นอกจากนี้การได้รับฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 จากอากาศเป็นเวลาหลายปี ยังส่งผลให้สมองสะสมโปรตีนอะไมลอยด์มากขึ้น ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดโรคอัลไซเมอร์ โดยผลการศึกษาประชากรจำนวน 1,113 คน อายุ 45-75 ปี ที่มีสุขภาพสมองปกติ พบว่า  

• การได้รับ PM2.5 เป็นเวลา 1 ปี ทำให้ระดับโปรตีนอะไมลอยด์ ลดลง 10.1% 

• การได้รับ PM2.5 เป็นเวลา 3 ปี ทำให้ระดับ Aβ42 ลดลง 7.8% 

• การได้รับ PM2.5 เป็นเวลา 5 ปี มีแนวโน้มลดลง 7.6% แต่ยังไม่แน่ชัดทางสถิติ” 

ซึ่งการศึกษาในปี พ.ศ. 2566 ในวารสารด้านประสาทวิทยา ยืนยันว่า ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5นี้  มีบทบาทสำคัญต่อการเกิดความเสียหายของระบบประสาทในหลายมิติ ตั้งแต่ช่วงวัยเด็ก ส่งผลให้มีแนวโน้มพัฒนาการสมองล่าช้า ระดับสติปัญญา หรือ IQ ต่ำ ซึ่งมีความเสี่ยงต่อปัญหาด้านการเรียนรู้ ความโง่ ความฉลาด และอารมณ์ในวัยรุ่น โดยเฉพาะอาการซึมเศร้า ที่นำไปสู่การฆ่าตัวตาย ตลอดจนการเกิดโรคหลอดเลือดสมองและอัลไซเมอร์อย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตามในช่วงที่ค่าฝุ่น PM2.5 สูง  

สุขภาพของเราต้องมาเป็นอันดับ 1 ค่ะ อย่าคิดว่าฝุ่นมันไม่เป็นไร ด้วยความที่มันเล็กมากเเล้วมีความร้ายเเรง เข้าไปส่วนไหนของร่างกายก็ทำร่างกายเราพังได้หมดเลย  ดูเเลใส่ใจตัวเองกันเยอะๆนะคะ