หนึ่ง ETC เเจ้งข่าวล้มป่วยหลังวูบกระเเทกพื้น เพราะ ภาวะแลคติคสูงเฉียบพลัน

แพทตี้ อีจัน

แพทตี้ อีจัน

6 มีนาคม 2569

หนึ่ง ETC เเจ้งข่าวล้มป่วยหลังวูบกระเเทกพื้น เพราะ ภาวะแลคติคสูงเฉียบพลัน

อาการนิดหน่อยต้องรีบเช็ก ปล่อยไว้จะกลายเป็นโรคที่เรื้อรังเเละรักษาได้ยากค่ะ
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 5 มี.ค.69 ที่ผ่านมา ทางค่าย Move Records ได้ออกมาประกาศชี้แจงอาการป่วยของ “หนึ่ง อภิวัฒน์ พงษ์วาท” (หนึ่ง ETC.) หลังมีอาการป่วยกะทันหัน และได้เข้าพบแพทย์ เพื่อเข้ารับการรักษาทันที เนื่องจากพบว่าเกิดภาวะแลคติคสูงเฉียบพลัน (Acute Lactic Acidosis) เป็นเหตุให้เกิดอากาวูบและล้มกระแทกพื้นจากการล้มดังกล่าวทำให้ได้รับบาดเจ็บบริเวณศีรษะและหลัง รวมถึงมีอาการมึนเวียนศีรษะอย่างรุนแรง ทั้งนี้ได้รับการตรวจอย่างละเอียดผ่านการ CT Scan ไม่พบความผิด ปกติทางโครงสร้างอวัยวะภายใน แต่ศิลปินยังมีอากาการมึนงงและอาการปวดที่ขยับตัวลำบาก แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจึงมีความเห็นสั่งให้หยุดพักรักษาตัวเพื่อเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิดและฟื้นฟูร่างกายให้กลับมาสมบูรณ์ที่สุด

ทางค่าย Move Records และศิลปินวง ETC. รู้สึกเสียใจเป็นอย่างยิ่งต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และต้องขออภัยท่านผู้จัดงาน พาร์ทเนอร์รวมถึงแฟนเพลงทุกท่านที่ได้รับผลกระทบจากเหตุสุดวิสัยในครั้งนี้อย่างจริงใจ บริษัทฯ ขอยืนยันความมุ่งมั่นในการดูแลศิลปินให้กลับมาปฏิบัติหน้าที่อย่าง เต็มกำลัง และขอขอบพระคุณในความเข้าใจและความปรารถนาดีที่มีให้เสมอมา
Move Records และ วง ETC.

วันนี้ค่ะ อีจัน เห็นว่าเรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ให้กับใครหลายๆคนได้เช็กตัวเอง ได้รู้ตัวเองเกี่ยวกับอาการเหล่านี้เพิ่มเติม เดี๋ยวเราจะพามารู้จักว่า อาการ ภาวะแลคติคสูงเฉียบพลัน คืออะไร มีอาการเเบบไหนเเล้วอันตรายมั้ย? โดยอ้างอิงจากเฟซบุ๊ก หมอโอ๊ค DoctorSixpack ซึ่งได้ออกมาบอกว่า

สิ่งสำคัญที่อยากอธิบายก่อนคือ “ภาวะแลคติคสูง” ไม่ได้แปลว่าแค่กรดแลคติกขึ้นเพราะออกกำลังกายหนักธรรมดาเสมอไป แต่หมายถึงภาวะที่ร่างกายมี lactate สะสมในเลือดมากผิดปกติ ร่วมกับภาวะเลือดเป็นกรดแบบ metabolic acidosis ซึ่งโดยนิยามมักพูดถึงเมื่อ lactate สูงกว่า 4 mmol/L และ pH เลือดต่ำกว่า 7.35 ภาวะนี้ถือว่าเป็นสัญญาณเตือนว่าร่างกายกำลังมีความผิดปกติบางอย่าง เช่น เนื้อเยื่อได้รับออกซิเจนไม่พอ ร่างกายสร้าง lactate มากเกินไป หรือกำจัด lactate ออกได้ไม่ดีพอ

ปกติแล้วร่างกายเราสร้าง lactate ได้ตลอดเวลา โดยเฉพาะจากกล้ามเนื้อและเม็ดเลือดแดง และตับกับไตจะช่วยกำจัดหรือเปลี่ยนมันกลับไปใช้เป็นพลังงาน แต่ถ้าช่วงใด ความต้องการพลังงานสูงมากแต่การส่งออกซิเจนไม่ทัน หรือมีโรคบางอย่างที่ทำให้การเผาผลาญพัง ระบบจะหันไปใช้กระบวนการสร้างพลังงานแบบไม่ใช้ออกซิเจนมากขึ้น ทำให้ lactate พุ่ง และเมื่อสะสมมากพอ เลือดจะเป็นกรด ส่งผลต่อหัวใจ สมอง กล้ามเนื้อ และความดันได้

อาการที่พบได้ในภาวะนี้มีตั้งแต่ อ่อนเพลียมาก หายใจเร็ว เหนื่อยผิดปกติ ใจสั่น คลื่นไส้ ปวดท้อง มึนงง สับสน เวียนศีรษะ ความดันตก จนถึงวูบหรือหมดสติ ได้ โดยถ้ากรดในเลือดสูงขึ้นมาก ร่างกายจะพยายามหายใจเร็วและลึกขึ้นเพื่อชดเชย ภาพที่ออกมาในข่าวว่ามีอาการวูบ เวียนหัวมาก และต้องรีบพบแพทย์ จึงถือว่าเข้ากับลักษณะอาการของภาวะนี้ได้
ในเชิงแพทย์ เรามักแบ่งสาเหตุของ lactic acidosis เป็น 2 กลุ่มใหญ่แบบเข้าใจง่าย

  1. สร้าง lactate มาก เพราะเนื้อเยื่อพร่องออกซิเจนหรือไหลเวียนเลือดไม่พอ เช่น ภาวะช็อก ติดเชื้อรุนแรง ขาดน้ำมาก เลือดออกมาก หัวใจทำงานล้มเหลว ปอดแลกเปลี่ยนออกซิเจนไม่ได้ดี ภาวะชักรุนแรง หรือออกแรงหนักมากผิดปกติในบางสถานการณ์ กลุ่มนี้มักเรียก type A lactic acidosis
  2. ไม่ได้พร่องออกซิเจนชัดเจน แต่ร่างกายกำจัด lactate ไม่ทัน หรือการเผาผลาญผิดปกติ
    เช่น โรคตับ โรคไต ยาบางชนิดหรือสารพิษบางอย่าง ความผิดปกติของเมตาบอลิซึม ภาวะมะเร็งบางชนิด ภาวะแอลกอฮอล์รุนแรง หรือภาวะที่เกี่ยวข้องกับยา metformin ในบางคนที่มีไตเสื่อม/เจ็บป่วยร่วม กลุ่มนี้มักเรียก type B lactic acidosis
    ถ้าวิเคราะห์ “เคสจากข่าว” แบบให้ความรู้และไม่เดาเกินข้อมูล สิ่งที่พอพูดได้คือ
    ตัวภาวะ lactic acidosis น่าจะเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดอาการวูบ แล้วการล้มทำให้เกิดการบาดเจ็บที่ศีรษะและหลังตามมา แต่ ข่าวยังไม่ได้บอกสาเหตุรากแท้ ว่าทำไม lactate ถึงสูง ดังนั้น ณ ตอนนี้เรายังสรุปไม่ได้ว่าเกิดจากอะไรแน่ เช่น ขาดน้ำ ติดเชื้อ ออกแรงหนัก พักผ่อนไม่พอ ยา โรคตับ โรคไต หรือปัจจัยเมตาบอลิซึมอื่น ๆ ต้องอาศัยผลเลือดและการประเมินแพทย์เพิ่มเติม

อีกจุดที่คนมักเข้าใจผิดคือ CT scan ปกติ ไม่ได้แปลว่าไม่มีอะไรแล้ว 100% เพราะ CT ใช้ดูโครงสร้าง เช่น เลือดออก กะโหลกแตก หรืออวัยวะมีบาดเจ็บไหม แต่ไม่ได้บอกภาวะกรดในเลือด และไม่ได้ตัดเรื่อง concussion หรือสมองกระทบกระเทือนระดับเบา ออกทั้งหมด อาการหลังล้มอย่าง มึนงง เวียนศีรษะ ปวดศีรษะ คลื่นไส้ สมองตื้อ ทรงตัวไม่ดี ยังพบได้แม้ภาพสแกนจะไม่เห็นความผิดปกติชัดเจน จึงเข้าใจได้ว่าทำไมแพทย์ถึงสั่งพักและเฝ้าระวังอาการใกล้ชิด

นี่เเหละค่ะ อาการที่เช็กได้ง่ายๆ ถ้าเป็นเเล้วก็ต้องรีบไปหาหมอเลยนะคะ อย่าปล่อยให้วูบล้มหัวฟาดจสนเกิดอันตรายร้ายเเรง
ที่มา: https://www.facebook.com/share/p/1DSzdcswPW/