ระวัง! H. pylori เชื้อร้ายในกระเพาะ กลายเป็นมะเร็งไม่รู้ตัว
พอลลี่ อีจัน
6 ตุลาคม 2568

เคยเป็นกันมั้ย? ปวดท้องบ่อยๆ ระวังติดเชื้อนี้
วันนี้(6 ต.ค.68) นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ได้ออกมาโพสต์เตือนเกี่ยวกับการติดเชื้อร้ายในกระเพาะ ที่อาจเป็นไม่รู้ตัว ผ่านเพจเฟซบุ๊ก หมอเจด ระบุว่า…

เชื่อว่ามีใครหลายคนอาจคิดว่า “ปวดท้องบ่อย ก็เป็นแค่โรคกระเพาะ” แต่รู้ไหมว่าเบื้องหลังอาการเล็ก ๆ แบบนี้ อาจมีเชื้อแบคทีเรียตัวหนึ่งซ่อนอยู่ที่ค่อย ๆ ทำลายเยื่อบุกระเพาะของเราทีละนิด โดยที่ไม่รู้ตัว เชื้อนี้ชื่อว่า “เอช.ไพโลไร (H. pylori)” คนจำนวนมากติดเชื้อโดยไม่รู้ตัวเป็น 10–20 ปี กว่าจะรู้ก็เมื่อเริ่มมีแผลในกระเพาะหรือบางคนพบทีหลังว่าเป็น “มะเร็งกระเพาะอาหาร” ไปแล้ว
โดยเชื้อตัวนี้ H. pylori คืออะไร? เชื้อนี้เป็นแบคทีเรียที่มีรอดได้แม้ใน “กรดของกระเพาะอาหาร” มันจะฝังตัวอยู่ที่เยื่อบุกระเพาะ ค่อย ๆ กัดกร่อนผนังจนเกิดการอักเสบเรื้อรัง คนที่ติดเชื้อมักไม่มีอาการในช่วงแรก บางคนแค่แน่นท้อง ท้องอืด กินอะไรก็ไม่ย่อย แต่จริง ๆ แล้วเยื่อบุกระเพาะกำลังถูกทำลายอยู่เงียบ ๆ แล้วถ้าถามว่า เราติดเชื้อมาได้ยังไง?
หลายคนอาจไม่รู้ว่า H. pylori ติดต่อได้ง่ายกว่าที่คิด โดยเฉพาะในครอบครัว เช่น ใช้ช้อนหรือหลอดร่วมกันกับคนที่มีเชื้อ กิน อาหารไม่สุก หรือดื่มน้ำไม่สะอาด ลืมล้างมือก่อนกินอาหาร หรือหลังเข้าห้องน้ำ เพราะฉะนั้น หลัก “กินร้อน ช้อนเรา” ที่เราคุ้นหูนั้นสำคัญจริง ๆ ไม่ใช่แค่สโลแกนแต่ต้องทำได้จริง


โดย จากติดเชื้อ จะนำไปสู่การเป็นแผลในกระเพาะ และก่อให้เกิดมะเร็ง ใช้เวลาหลายสิบปี ซึ่งหลังจากติดเชื้อ H. pylori กระเพาะจะเริ่มอักเสบอย่างช้า ๆ เป็นปี ๆ ต่อมาในบางคน (ประมาณ 10–15%) เยื่อบุกระเพาะจะถูกทำลายจนเกิดแผลเรื้อรัง ซึ่งมักมีอาการปวดท้องตอนดึกหรือเวลาท้องว่าง ถ้ายังไม่ได้รับการรักษา การอักเสบต่อเนื่องยาวนาน 20–30 ปี จะทำให้เซลล์กระเพาะเปลี่ยนรูปแบบและกลายพันธุ์จนพัฒนาไปเป็นมะเร็งกระเพาะอาหารในที่สุด
โดยวิธีป้องกันเราสามารถทำได้ง่ายๆ สิ่งสำคัญคือ การตรวจและรักษาให้เร็วที่สุด เพราะเชื้อนี้รักษาได้หายขาดด้วยยาปฏิชีวนะ ทานอาหารปรุงสุใหม่ ใช้ช้อนกลางทุกครั้ง ล้างมือให้สะอาด โดยเฉพาะก่อนกินอาหาร หลีกเลี่ยงอาหารดิบ น้ำไม่สะอาด หากมีอาการแน่นท้อง ปวดท้องเรื้อรัง คลื่นไส้ หรือถ่ายดำ ควรรีบหาหมอเพื่อตรวจหาเชื้อ และการเป็น “มะเร็งกระเพาะอาหาร” ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากกรรมพันธุ์ แต่มาจากการติดเชื้อเล็ก ๆ ที่เรามองข้ามมานาน สุขภาพกระเพาะไม่ได้ขึ้นอยู่แค่สิ่งที่เรากิน แต่ขึ้นอยู่กับความสะอาดและการสังเกตตัวเองด้วย ถ้ามีอาการปวดท้องบ่อยหรือโรคกระเพาะไม่หายสักที อย่ารอให้มันกลายเป็นเรื่องใหญ่ ตรวจไว้ก่อนดีกว่า

ทั้งนี้ ‘อีจัน’ ได้หาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเชื้อดังกล่าวจาก คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เผยว่า เชื้อเอชไพโลไร (helicobacter pylori) คือ แบคทีเรียชนิดหนึ่งที่สามารถอาศัยอยู่ในเยื่อบุของกระเพาะอาหารได้ แม้ในสภาวะที่เป็นกรดจัด แบคทีเรียชนิดนี้สามารถหลบหลีกกรดในกระเพาะได้ด้วยเอนไซม์พิเศษ ทำให้สามารถเจริญเติบโตและอาศัยอยู่ได้นานโดยไม่ถูกทำลาย เชื้อเอชไพโลไรเป็นสาเหตุสำคัญของโรคกระเพาะอาหารอักเสบเรื้อรัง แผลในกระเพาะ และในบางกรณีอาจนำไปสู่มะเร็งกระเพาะอาหารได้
การแพร่กระจายของเชื้อเอชไพโลไรเกิดได้หลายช่องทาง โดยเฉพาะจากคนสู่คนผ่านการกินสิ่งที่มีเชื้อโรคจากในกระเพาะของคนที่มีเชื้อโรคเข้าไป เช่น อาเจียน หรืออุจจาระ หากมีสุขอนามัยที่ไม่ดี
‘อีจัน’ ว่าโรคนี้น่ากลัวมากเลยค่ะ เพราะมันเป็นภัยแฝงที่ไม่ได้มีใครสังเกตุว่ามันจะร้ายแรงขนาดนี้ อย่างไรก็ตามหากมีอาการสัก 1 อย่างที่คล้ายคลึงแบบที่บอกมาข้างต้นก็ควรจะต้องไปหาหมออย่างเร็วที่สุดค่ะ
ที่มา: เฟซบุ๊ก หมอเจด https://www.facebook.com/share/p/17aTHXGqkt/ , คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล https://www.rama.mahidol.ac.th/ramachannel/article/%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%81-%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%8A%E0%B9%84%E0%B8%9E%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B9%84%E0%B8%A3/