“จิตติ” ชี้ทรัมป์ปั่นทอง ลุ้นมีโอกาสเห็นสถิติใหม่ ราคาแตะ 90,000 บาท

“จิตติ” นายกสมาคมค้าทองคำ ชี้ “ทรัมป์” ป่วนขู่ทั่วโลกจุด “สงคราม” ทำนักลงทุนผวา ดันราคาสินทรัพย์พุ่ง ลั่นมีโอกาสเห็นสถิติใหม่ “ทองไทย” แตะ 90,000 เตือน “นักเทรด” ระวังเจ็บทอง “พักฐาน”

วันนี้ (29 ม.ค.69) นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ เปิดเผยกับ “เพจอีจัน” ถึงสถานการณ์ราคาทองคำที่ล่าสุดวันนี้ (29 ม.ค.69) ราคา ณ เวลา 14.34 น. ปรับแล้ว 43 ครั้ง +4,050 บาท ส่งผลให้ทองแท่ง ขายออกที่ 81,750 บาทต่อบาททองคำ ทองรูปพรรณ ขายออกที่ 82,550 บาทต่อบาททองคำ

นายจิตติ กล่าวว่า สำหรับความเป็นได้ที่ราคาทองจะทะลุ 100,000 บาทต่อบาททองคำนั้น โดยสถานการณ์ปัจจุบัน หากนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยังดำรงตำแหน่งต่อเนื่อง ในปีนี้มีโอกาสที่ราคาทองจะทะลุ 90,000 บาทต่อบาททองคำ แต่ทองคำผันผวนรุนแรงขึ้น ทำให้การคาดการณ์ยากลำบากเนื่องจากสถานการณ์ไม่ปกติ

อีกทั้งราคาทองที่เพิ่มขึ้นเป็นการเคลื่อนไหวที่ไม่ปกติ หากเป็นสถานการณ์ปกติ ราคาทองขึ้นก็จริง แต่ไม่ควรขึ้นรุนแรงเหมือนที่เป็นอยู่ในขณะนี้ เพราะช่วงเดือน ม.ค.69 เวลาผ่านไปยังไม่ครบ 1 เดือน ทองขึ้นแล้ว 20,000 กว่าบาทแล้ว ถือว่าไม่ปกติจากสาเหตุที่นักลงทุนมีการเก็งกำไรมากขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากทรัมป์กระตุ้นให้ราคาทองเพิ่มขึ้น จึงต้องจับตาท่าทีของทรัมป์ในช่วงที่เกิดปัญหาภูมิรัฐศาสตร์

นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ

“ดังนั้น ช่วงนี้ทองอาจมีราคาถึง 90,000 บาทต่อบาททองคำ มีโอกาสได้เห็น เพราะสถานการณ์วันนี้ (29 ม.ค.) ทองขึ้นถึง 4,000 บาท วานนี้ (28 ม.ค.) ขึ้นอีก 2,000 บาท รวม 2 วันทองก็ขึ้นเยอะแล้ว ย้ำว่าเป็นสถานการณ์ไม่ปกติ ผลส่วนหนึ่งมาจากทรัมป์ หากเจอเรื่องวุ่นวายแบบนี้จะมีโอกาสได้เห็นทองขึ้นอีก”

อย่างไรก็ตาม เรื่องการลงทุนซื้อ-ขายทองเพื่อเก็งกำไร หากเป็นเงินเย็น หรือเงินที่มีความมั่นคงและไม่มีความจำเป็นต้องใช้ในระยะเวลาอันสั้น จึงมีไว้สำหรับลงทุนในระยาวด้วย หากเป็นเงินที่ไว้สำหรับกลุ่มเทรดทองคำออนไลน์ก็มีความเสี่ยง ในกรณีที่ราคาทองเริ่มพักฐาน หรือราคาเริ่มลดลง นักลงทุนต้องระมัดระวังด้วย

สำหรับราคาทองที่เพิ่มขึ้น เช่น วันละ 400-500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ก็มีโอกาสเห็นการพักฐานลงในอัตรา 300-400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อาจจะลงในระยะสั้นๆ ยังไม่ได้ลงลึก หรือลงยาวๆ จึงจะเห็นทองขยับขึ้นมาใหม่ เนื่องจากการลดราคาทองสั้นๆ มีส่วนทำให้นักลงทุนประเมินการเก็งกำไร และขายทองมากขึ้น จากนั้นราคาทองจะเพิ่มขึ้นใหม่

“จากราคาทองที่ผันผวนโดยเป็นผลจากภูมิรัฐศาสตร์ แม้จะยังไม่เกิดสงครามจริง ทรัมป์เพียงแค่ขู่ไปขู่มาเท่านั้น ก็ทำให้ทองเคลื่อนไหวรุนแรงแล้ว แต่ถ้ามีสงครามจริงทองอาจขึ้นทีละ 1,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้เลย ซึ่งน่ากลัวมาก เพราะเหมือนเป็นการปั่นราคาทองได้เช่นกัน”



อย่างไรก็ตาม จากที่ราคาทองขึ้นสูงมากเป็นสัญญาณไม่ดีต่อระบบเศรษฐกิจ เพราะการเคลื่อนไหวไม่ถูกต้อง แต่ปัจจุบันคล้ายกับการปั่นราคาทอง เพื่อกระตุ้นการเก็งกำไร ขณะเดียวกัน ราคาทองขึ้นสูงแล้วทำให้ร้านค้าทองซื้อ-ขายลำบากมากขึ้น เนื่องจากร้านทองมีการลงทุนสูง ทำให้มีความเสี่ยงสูงเช่นกัน เพราะทำให้ร้านทองมีการใช้เงินสดต่อวันสูงมากระดับมหาศาลได้เลย

สำหรับสถานการณ์การซื้อ-ขายทองคำในหน้าร้านช่วงปีใหม่ 2569 และตรุษจีนนี้ ร้านค้าทองรับซื้อทองรูปพรรณมากกว่าการขายออกอยู่มาก ขณะนี้คนซื้อน้อยลง เพราะราคาทองก็สูงขึ้น ขณะที่การซื้อทองแท่งจะมีมากกว่าเพราะเป็นการซื้อเพื่อการลงทุนและเก็งกำไร ดังนั้น การซื้อ-ขายทองในช่วงนี้จึงไม่เกี่ยวกับช่วงที่มีเทศกาล แต่เป็นผลมาจากปัจจัยภายนอกประเทศเป็นหลัก

“ผมอยู่ในวงการนี้มา 71 ปี ยังไม่เคยเห็นราคาทองเพิ่มขึ้นแรงอย่างรวดเร็วขนาดนี้ พอมีทรัมป์มาถึงจะมี เพราะถ้าไม่มีทรัมป์คงไม่มีอย่างนี้ จากสถิติการปรับขึ้นของราคาทองคำ 1 ปี ขึ้นที่ราว 8-9% แต่เมื่อมีทรัมป์เข้ามาแล้ว ปีแรกทองเพิ่มขึ้น 20% ปีที่ 2 ขึ้น 60% และปีที่ 3 ปีนี้ที่ผ่านมาไม่ถึงเดือนราคาทองขึ้น 20% สะท้อนเพราะความผันผวนจากทรัมป์”