ธุรกิจจำนำ “ทะเบียนรถ” โตกระฉูด หลังครัวเรือนหนี้ท่วม-เงินขาดมือหนัก

ต้นกุมภาฯ อีจัน

ต้นกุมภาฯ อีจัน

6 กรกฎาคม 2567

ธุรกิจจำนำ “ทะเบียนรถ” โตกระฉูด หลังครัวเรือนหนี้ท่วม-เงินขาดมือหนัก

กำลังซื้อคนไทยยังอยู่ในจุดที่น่าเป็นห่วง โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางที่ยังมีรายได้ต่ำ ท่ามกลางบรรยากาศเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง ค่าครองชีพสูงขึ้น ทำให้การใช้เงินขาดสภาพคล่องหนักมากขึ้น

วันนี้ (6 ก.ค.67) รายงานบทวิเคราะห์ที่น่าสนใจโดยฝ่ายวิจัยธุรกิจธนาคารแลนด์แอนด์เฮาส์ ถึงภาพพรวมธุรกิจเช่าซื้อยานยนต์ ในช่วงครึ่งแรกของปี 2567 โดยระบุว่ามีทิศทางปรับตัวชะลอลง สะท้อนจากยอดคงค้างเงินให้สินเชื่อเช่าซื้อยานยนต์ที่ชะลอตัวลงจากทั้งในกลุ่มธนาคารพาณิชย์และนอนแบงก์ (Non-Bank) เป็นผลมาจากยอดจำหน่ายยานยนต์ภายในประเทศที่ปรับตัวลงอย่างต่อเนื่อง

โดยในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2567 มียอดจำหน่าย รถยนต์ทั้งสิ้น 260,2365 คัน ลดลง 23.8% และมียอดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ทั้งสิ้น 739,988 คัน ลดลง 9.2% ทั้งนี้ยอดจำหน่ายรถยนต์ที่ปรับลดลงส่วนหนึ่งเป็นผลมาจาก “กำลังซื้อภายในประเทศ” ที่ถูกกดดันจากปัญหาหนี้ครัวเรือนสูง อัตราดอกเบี้ยที่ปรับเพิ่มขึ้น


ข่าวน่าสนใจอื่น


รวมถึงความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน เนื่องจากความกังวลที่มีต่อคุณภาพสินเชื่อ ประกอบกับประเด็น “การคืนรถจบหนี้” ที่ส่งผลให้สถาบันการเงินให้ความสำคัญกับสัดส่วนเงินดาวน์และวัตถุประสงค์ในการกู้ซื้อรถมากยิ่งขึ้น

ด้าน “ธุรกิจจำนำทะเบียนรถ” ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2567 ยังคงมีการเติบโตอยู่ในเกณฑ์ดี โดยในภาพรวมมียอดคงค้างทั้งสิ้น 395,221 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.7% แบ่งเป็นยอดสินเชื่อคงค้างในระบบธนาคารพาณิชย์ 90,465 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.3% ส่วนที่เหลือเป็นยอดสินเชื่อคงค้างในกลุ่มนอนแบงก์ จำนวน 304,756 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34.4%

ซึ่งการเติบโตดีต่อเนื่องของธุรกิจจำนำทะเบียนรถ มีปัจจัยสำคัญจากภาคเอกชนที่ยังคง “ขาดสภาพคล่อง” โดยเฉพาะกลุ่มครัวเรือนรายได้น้อยและผู้ประกอบการรายย่อ (เอสเอ็มอี) ที่เป็นกลุ่มที่มีความอ่อนไหวต่อภาวะเศรษฐกิจและได้รับผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจสะสมต่อเนื่องมาตั้งแต่ช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จนกระทั่งปัจจุบันประกอบกับแรงกดดันจากปัญหาหนี้ครัวเรือน และต้นทุนในการประกอบธุรกิจที่เพิ่มขึ้นตามอัตราดอกเบี้ยและระดับราคาพลังงานที่อยู่ในระดับสูง

นอกจากนี้ ยังเป็นผลมาจากการที่กลุ่มธนาคารพาณิชย์หันมาให้ความสำคัญกับธุรกิจจำนำทะเบียนรถมากขึ้น เพราะมองเห็นโอกาสจากตลาดที่เติบโตดีต่อเนื่องและมีผลตอบแทนสูง ในช่วงที่ตลาดเช่าซื้อยานยนต์ยังคงอยู่ในภาวะชะลอตัว ขณะที่ผู้ประกอบการรายใหญ่ของกลุ่มนอนแบงก์ยังคงเร่งขยายตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยสะท้อนจากฐานสินเชื่อของผู้ประกอบการทุกรายที่ยังคงมีอัตราการขยายตัวสูง

สำหรับแนวโน้มปี 2567-2568 “ธุรกิจเช่าซื้อยานยนต์” มีแนวโน้มปรับตัวลดลงตามทิศทางการชะลอตัวของตลาดยานยนต์ภายในประเทศ โดยประมาณการณ์ว่ายอดจำหน่ายรถยนต์ในปี 2567 มีแนวโน้มที่จะหดตัวลงเมื่อเทียบกับปีก่อน

จากปัจจัยการชะลอตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศ ความไม่แน่นอนทางการเมือง ปัญหาหนี้ครัวเรือน รวมถึงค่าครองชีพที่ถูกกดดันจากราคาพลังงานและอัตราดอกเบี้ยที่ปรับสูงขึ้น ประกอบกับความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินที่ยังคงมีความกังวลต่อคุณภาพสินเชื่อเช่าซื้อยานยนต์ที่อาจปรับตัวด้อยลงได้


ข่าวน่าสนใจอื่น


ด้าน “ธุรกิจจำนำทะเบียนรถ” มีแนวโน้มขยายตัวดีต่อเนื่อง มีปัจจัยสนับสนุนจาก “การขาดสภาพคล่อง” ของภาคเอกชน โดยเฉพาะกลุ่มครัวเรือนรายได้น้อยและผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ที่คาดว่าจะยังคงได้รับผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจภายในประเทศ

ขณะที่มาตรการกระตุ้นกำลังซื้อภาคครัวเรือนของรัฐบาลมีแนวโน้มจะล่าช้าจากสถานการณ์ความไม่แน่นอนทางการเมือง ประกอบกับค่าครองชีพและต้นทุนในการดำเนินธุรกิจมีแนวโน้มยังอยู่ในระดับสูงตามระดับราคาพลังงานและอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม “ธุรกิจจำนำทะเบียนรถ” ยังคงมีความเสี่ยงจากภาวะการแข่งขันที่รุนแรง จากผู้เล่นจำนวนมากที่มีในตลาด โดยเฉพาะผู้เล่นรายใหญ่ที่เร่งขยายสาขาบริการต่อเนื่อง รวมถึงความเสี่ยงด้านคุณภาพสินเชื่อที่มีสะสมในเกณฑ์สูง

อีกทั้งทิศทางการปรับลดลงของราคา “รถยนต์มือสอง” จากรถยึดที่เข้าสู่ตลาดมากขึ้น และแรงกดดันจากราคาขายรถยนต์ใหม่ที่ถูกปรับลงต่อเนื่องโดยเฉพาะ “กลุ่มรถไฟฟ้า” (อีวี) อาจเพิ่มความเสี่ยงให้ผู้ประกอบการขาดทุนจากการขายรถยึดในระยะต่อไปได้