ส่อวืด “นายจ้าง” ค้านบอร์ดไตรภาคี ใช้สูตรคำนวณอัพค่าแรง 400 บาท

ต้นกุมภาฯ อีจัน

ต้นกุมภาฯ อีจัน

2 กรกฎาคม 2567

ส่อวืด “นายจ้าง” ค้านบอร์ดไตรภาคี ใช้สูตรคำนวณอัพค่าแรง 400 บาท

วันนี้ (2 ก.ค.67) ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ในการประชุมเมื่อวันที่ 14 พ.ค.67 รับทราบความคืบหน้าการกำหนดอัตราค่าจ้าง 400 บาททั่วประเทศ ตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ โดยคาดว่าจะประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้มีผลบังคับใช้ในเดือน ก.ย. – ต.ค.67

โดยความคืบหน้าล่าสุด รายงานจาก “มติชน” สอบถาม นายเทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 28 มิ.ย.67 คณะกรรมการค่าจ้าง (ไตรภาคี) มีการประชุมร่วมกันถึงอัตราที่เหมาะสมต่อการปรับขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ซึ่งการประชุมคณะกรรมการค่าจ้างชุดที่ 22 สรุปผลการประชุม ตัวแทนจากฝ่ายนายจ้างไม่รับรองรายงานการประชุมในข้อที่ระบุว่ามีการเสนอพิจารณากรอบแนวทางการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำในการประชุมครั้งต่อไป โดยให้เลือกแนวทางที่ระบุไว้ในการประชุมแทน

นายเทียนประสิทธิ์ กล่าวว่า โดยที่ตัวแทนจากนายจ้าง แสดงความคิดเห็น “ไม่เห็นด้วย” เพราะเห็นควรให้พิจารณาตามสูตรการคำนวณค่าจ้างขั้นต่ำที่บอร์ดไตรภาคี ได้อนุมัติไปเมื่อเดือนก.พ. คือการปรับค่าแรงขั้นต่ำขึ้นหรือลงได้ไม่เกินกรอบ 1.5% และเป็นสูตรคำนวณที่ผ่านมติที่ประชุมแล้ว


ข่าวที่เกี่ยวข้อง


“หากไม่มีการคำนวณปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำตามสูตรที่กำหนดไว้แต่แรก รอบเดือนกุมภาพันธ์ ในกรอบ 1.5% จากเดิมอยู่ที่ 3% ซึ่งก็มีกรอบเพดาน หรือลิมิตกำหนดไว้อยู่แล้ว เท่ากับไม่ต้องมีสูตรในการคิดคำนวณก็ได้ ซึ่งหมายถึงสูตรที่ใช้อยู่นั้นไม่ได้มีความเหมาะสมกับสภาวะความเป็นจริง และมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจวงกว้าง”นายเทียนประสิทธิ์กล่าว

ขณะเดียวกัน “เพจอีจัน” ได้สอบถาม นายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย (อีคอนไทย) เปิดเผยว่า จากการประชุมในวันที่ 28 มิ.ย.67 ทราบมาว่าในการประชุมวันดังกล่าว โดยในที่ประชุมไม่ได้นำวาระการประชุมครั้งก่อนในเดือนพ.ค. โดยรายงานจากที่ประชุมระบุว่าจะมีการเปลี่ยนสูตรการคำนวณอัตราค่าจ้าง และการประกาศขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาท ในเดือนต.ค. ซึ่งมีเพียงฝ่ายรัฐบาลและลูกจ้างเห็นด้วย แต่วาระนี้ไม่ได้ถูกนำเข้ามาพิจารณาในการประชุมวันที่ 28 มิ.ย.ที่ผ่านมา

นายธนิต กล่าวว่า คาดว่าสาเหตุที่ไม่นำวาระการประชุมครั้งก่อนมาพิจารณาร่วมด้วย อาจเป็นเพราะสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการเปิดเผยตัวเลขทางเศรษฐกิจที่ออกมาไม่ดี เช่น ยอดการปิดโรงงาน ยอดการผลิตรถยนต์ที่ลดลง ยอดขายรถยนต์ชะลอตัว สะท้อนกำลังซื้อของประชาชนที่ถดถอยอย่างหนัก ทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจซบเซาลงชัดเจน

“ขณะเดียวกัน การจะปรับกรอบค่าแรงขั้นต่ำขยับเพิ่มจากเดิมโดยใช้เกณฑ์ที่กรอบ 1.5% มาเป็นสูตรการคำนวณการขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่ 400 บาทจะทำไม่ได้ตามกรอบไทม์ไลน์ที่รัฐบาลกำหนด ซึ่งวิธีการจะทำให้ถึง 400-500 บาท จะต้องแก้สูตรการคำนวณด้วยการไม่เอากรอบ 1.5% เป็นตัวคำนวณ ซึ่งนายจ้างจะไม่เห็นด้วย เพราะอาจจะผิดกฎหมายนายธนิต กล่าว

นายธนิต กล่าวว่า ทั้งนี้ การปรับค่าจ้างขั้นต่ำที่ 400 บาท ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ดูไม่ดีเท่าไหร่ แต่อัตราค่าจ้างในแต่ละอุตสาหกรรมมีความแตกต่างกัน ซึ่งบางอุตสาหกรรม เช่น การบริการ โรงแรม มีค่าจ้างเกินอัตราขั้นต่ำแล้ว ขณะเดียวกัน อุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเข้มขน จะมีการจ้างแรงงานต่างด้าวเป็นส่วนใหญ่ หากปรับค่าแรงขั้นต่ำขึ้นที่ 400 บาท ผลประโยชน์จะไปตกที่แรงงานต่างด้าว

“อีกทั้งช่วงเวลานี้ จากการพูดคุยกันในสภาที่ปรึกษาด้านแรงงาน และมีการประชุมร่วมกับ 17 สหภาพแรงงานเป็นประจำ ซึ่งสิ่งที่ลูกจ้างกลัวขณะนี้คือการตกงาน เพราะจากตัวเลขเศรษฐกิจด้านการผลิตไทยลดต่ำลงก็กังวลถึงการปิดโรงงานมากขึ้น ดังนั้น แรงงานกังวลเรื่องการมีงานทำมากกว่าการปรับขึ้นค่าแรงงาน เพราะเข้าใจดีว่าผลกระทบต่อการขึ้นค่าแรงในภาวะที่โรงงานทยอยปิดตัวเป็นเรื่องที่น่ากังวล”นายธนิต กล่าว


คลิปอีจันแนะนำ

ทำไมพ่อแม่ป่วย อย่าเพิ่ง ใส่สายยางอาหาร