หอการค้าชี้ เศรษฐกิจซึมลึก ซ้ำค่าครองชีพแพง ทุบกำลังซื้อซึมยาว

ต้นกุมภาฯ อีจัน

ต้นกุมภาฯ อีจัน

12 กรกฎาคม 2567

หอการค้าชี้ เศรษฐกิจซึมลึก ซ้ำค่าครองชีพแพง ทุบกำลังซื้อซึมยาว

ราคาค่าครองชีพเป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบหนักต่อประชาชนจริงๆ เพราะเป็นเรื่องที่เชื่อมต่อกับกระเป๋าเงินของคนมากที่สุด เมื่อมีสัญญาณว่าจะปรับทั้งค่าไฟฟ้า น้ำมันดีเซล รวมถึงค่าขนส่ง หากทุกอย่างปรับขึ้นพร้อมกันจริง ถือเป็นข่าวร้ายที่ทุกคนต้องเผชิญ…

วันนี้ (12 ก.ค.67)  นายธนวรรธน์ พลวิชัย ประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ และอธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ภาพรวมเศรษฐกิจซึมนิ่งและซึมยาว หากมีการปรับขึ้นค่าไฟฟ้า ประกอบกับการปรับขึ้นราคาดีเซล และทุบด้วยการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำจะเป็นประเด็นเรื่องค่าครองชีพ จะเห็นว่าความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและนักธุรกิจยังไม่กลับมา และยังไม่เห็นสัญญาณเศรษฐกิจฟื้นอย่างชัดเจน ขณะเดียวกัน สิ่งที่ประชาชนจะรู้สึกว่าเขาจะต้องเอาเงินออกจากกระเป๋าจากค่าครองชีพที่สูงขึ้น ส่งผลให้สัญญาณเศรษฐกิจซึมต่อเนื่อง


ข่าวน่าสนใจอื่น


นายธนวรรธน์ กล่าวว่า สิ่งที่รัฐควรเร่งคือการเบิกเงินงบประมาณและควรให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีการจัดซื้อจัดจ้างและจ้างงาน เม็ดเงินจะได้ไหลเข้าสู่มือประชาชน ดังนั้น ขณะนี้ทำให้ภาพที่ออกมาเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นชัดเจน เพราะเดือนส.ค.-ก.ย.67 เป็นเรื่องของขึ้นราคาแต่เงินยังไม่เข้ากระเป๋า ทำให้บรรยากาศการใช้จ่ายเงียบเหงา แต่เดือนต.ค.67 จะมีเงินเข้ากระเป๋าจากโครงการดิจิทัลวอลเล็ต ซึ่งกว่าเศรษฐกิจจะฟื้นคือปลายเดือนก.ย.67

ทั้งนี้ ประเมินว่าหากค่าไฟฟ้าและน้ำมันดีเซลหากมีการปรับขึ้นจะส่งผลต่อต้นทุนธุรกิจไม่ถึง 5-10% เนื่องจากการปรับค่าไฟฟ้าขยับจากฐานขึ้นมาเล็กน้อย แต่ถ้าค่าแรงขั้นต่ำเพิ่มขึ้นจะมีฐานขยับเพิ่มออกไป แต่ผู้ประกอบการมีต้นทุนอื่นๆ เช่น อาจมีการนำเข้าจากต่างประเทศทำให้ต้นทุนขณะนี้เพิ่มขึ้น 10-20% แต่การผลักราคาสินค้ายังทำไม่ได้เพราะประชาชนไม่พร้อม