“จุลพันธ์” เปิดเกณฑ์ “ดิจิทัลวอลเล็ต” ห้ามซื้อโทรศัพท์-เครื่องใช้ไฟฟ้า
ต้นกุมภาฯ อีจัน
10 กรกฎาคม 2567

วันนี้ (10 ก.ค.67) ที่กระทรวงการคลัง นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒ์ รมช.คลัง เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะอนุกรรมการกำกับโครงการเติมเงิน 10,000 บาทผ่านดิจิทัล ว่า การประชุมวันนี้ (10 ก.ค.67) เป็นการเตรียมความพร้อมที่จะนำเสนอคณะกรรมการดิจิทัลวอลเล็ตชุดใหญ่ที่มีนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ในวันที่ 15 ก.ค.นี้ รวมทั้งการแถลงใหญ่ ในวันที่ 24 ก.ค.67 โดยนายกรัฐมนตรี และเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 30 ก.ค.67
นายจุลพันธ์ กล่าวว่า เรื่องคุณสมบัติของผู้เข้าร่วมโครงการยังคงเช่นเดิม คือผู้มีสิทธิ ต้องเป็นคน สัญชาติไทย อายุ 16 ปีบริบูรณ์ ภายในวันที่ 30 ก.ย.67 มีเงินฝากนับรวมเงินฝากสกุลเงินบาททุกบัญชี ไม่เกิน 500,000 บาท นับถึงวันที่ 31 มี.ค. โดยไม่นับรวมสลากออมทรัพย์ สลากออมสิน และ มีรายได้ไม่เกิน 840,000 บาทต่อปีภาษี หรือไม่เกิน 70,000 บาทต่อเดือน เก็บข้อมูลจากกรมสรรพากร ณ วันที่ 31 ธ.ค.66
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นายจุลพันธ์ กล่าวว่า สำหรับกระบวนการใช้จ่ายในโครงการยังคงเดิมคือ แบ่งเป็นสองรอบ โดยรอบที่ 1 จากประชาชนไปสู่ร้านค้าขนาดเล็ก ระดับร้านสะดวกซื้อลงไป และเป็นร้านค้าที่อยู่ในอำเภอตามทะเบียนบ้านของผู้ได้รับสิทธิ เพิ่มเติมคือรายการสินค้าที่ไม่ร่วมโครงการ คือ ไม่ให้ซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ และอุปกรณ์สื่อสารทุกชนิด ส่วนรอบที่ 2 จากร้านค้าไปสู้ร้านค้า ปลดล็อกแค่ไม่กำหนดขนาดร้านค้า และไม่กำหนดพื้นที่
นอกจากนี้ ร้านค้าที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการดิจิทัลวอลเล็ตนั้น จะต้องลงทะเบียนด้วยเบอร์มือถือที่เป็นลงทะเบียนแบบรายเดือนแล้วเท่านั้น ไม่อนุญาตให้ใช้เบอร์ของซิมเติมเงิน เนื่องจากต้องการให้ตรวจสอบได้ ขณะที่เรื่องของการแลกเป็นเงินสด (cash out) ยังคงเหมือนเดิมคือ ต้องเป็นค้าที่จดทะเบียน ในระบบภาษีกับกรมสรรพากรเท่านั้น

ขณะเดียวกัน สำหรับเรื่องสำคัญในการประชุมครั้งนี้คือ กระทรวงการคลัง และสำนักงบประมาณ จัดทำข้อเสนอเรื่องแหล่งเงินในโครงการใหม่ เพื่อให้ไม่เป็นการตั้งงบประมาณที่มากเกินความจำเป็น จึงเสนอให้เตรียมวงเงินไว้ 90% ของวงเงิน 5 แสนล้านบาท หรือ 4.5 แสนล้านบาท
โดยแบ่งเป็น 1.งบประมาณปี 67 จำนวน 1.65 แสนล้านบาท แบ่งเป็นงบประมาณเพิ่มเติม 1.22 แสนล้านบาท และงบประมาณจากการการบริหารจัดการในปีงบ 67 อีก 4.3 หมื่นล้านบาท
2.งบประมาณปี 68 จำนวน 2.85 แสนล้านบาท แบ่งเป็นงบประมาณที่จัดสรรให้โครงการดิจิทัลวอลเล็ตไว้แล้ว 152,700 ล้านบาท และที่บริหารจัดการเพิ่มเติมในปีงบ 68 อีก 132,300 ล้านบาท
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
“ยืนยันว่ากลุ่มเป้าหมายตามโครงการยังคงเท่าเดิมคือ 50 ล้านคน แต่ที่เตรียมเงินไว้เพียง 4.5 แสนล้านบาท เป็นไปเพื่อไม่ให้เสียโอกาสในการใช้งบประมาณในโครงการพัฒนาด้านอื่นๆ และที่ผ่านมาโครงการรัฐจะมีประชาชนเข้ามาไม่ครบทั้ง 100% แต่จะเข้ามา 80-90% เท่านั้น””นายจุลพันธ์ กล่าว
อย่างไรก็ดี ต้องมีการสรุปยอดผู้ลงทะเบียนจริงในช่วงปิดรับลงทะเบียน ราวสิ้นเดือนก.ย.67 รัฐบาลก็จะเตรียมวงเงินตามจำนวนผู้ลงทะเบียนจริงได้ครบ 10,000 บาททุกคนแน่นอน
ทั้งนี้ ข้อเสนอเรื่องแหล่งเงิน 4.5 แสนล้านบาทดังกล่าวยังไม่ใช่ข้อสรุป เนื่อจากต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการชุดใหญ่อีกครั้ง ส่วนกรณีแหล่งเงินจาก ธ.ก.ส.ยังไม่ตัดทิ้ง ยังคงเป็นทางเลือกอยู่ หากมีคนลงทะเบียนถึง 50 ล้านคนจริง ยังเป็นแหล่งเงินตัวเลือกที่นำมาใช้ได้
“อย่างไรก็ดี เวลาได้ผ่านมาระดับหนึ่ง พอมาถึงวันนี้ ก็ทำให้มองเห็นงบประมาณชัดเจนขึ้น อาทิ งบปี 67 ก็เห็นมีเงินที่ยังเหลือเท่าไหร่ และดูแล้วว่าสามารถบริหารจัดการได้โดยใช้แค่เงินในกรอบงบประมาณ ก็เลยจัดทำขึ้นเป็นข้อเสนอนี้”นายจุลพันธ์กล่าว
